posttoday
หนี้ครัวเรือนลากเอกชนเสี่ยงเป็นหนี้เสีย

หนี้ครัวเรือนลากเอกชนเสี่ยงเป็นหนี้เสีย

14 กันยายน 2558

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

ตัวเลขการบริโภคของเอกชนที่หดหายไปมากในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา จนทำให้เศรษฐกิจฝืดเคือง พ่อค้าแม่ขายขายของไม่ออก แม้เศรษฐกิจจะแย่ แต่ก็ยังไม่รุนแรงถึงกับเลิกจ้างงาน และลดค่าตอบแทน อาจจะมีการลดชั่วโมงทำงานในบางธุรกิจ สภาพคล่องในตลาดเงินยังมี แต่คนกลับรู้สึกชักหน้าไม่ถึงหลัง

ทำไมจึงเกิดความรู้สึกเงินฝืดขึ้นในวงกว้าง ฉัตรพงศ์ วัฒนจิรัฏฐ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนและให้คำปรึกษาทางการเงินบุคคล ธนาคารกสิกรไทย มองว่า เกิดมาจากพฤติกรรมการใช้จ่ายของแต่ละบุคคล จากการให้คำปรึกษาลูกค้า พบว่า คนรุ่นใหม่ที่เพิ่งทำงานมีทัศนคติต่อการเป็นหนี้ว่าไม่ใช่ความผิด หากเป็นหนี้บัตรเครดิตก็จะชำระขั้นต่ำ 10% ยอมจ่ายดอกเบี้ยส่วนที่เหลือ ซึ่งไม่ควรทำ เพราะดอกเบี้ยคือค่าใช้จ่ายแฝงที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อไม่ชำระหนี้ก็จะมีค่าปรับหากชำระช้า นอกจากนี้เมื่อรู้สึกว่ามีอำนาจการใช้จ่ายอยู่ก็จะยังคงใช้จ่ายต่อเนื่องไม่หยุด คนกลุ่มนี้จบปริญญาตรีมีเงินเดือน 1.5 หมื่นบาท จบปริญญาโทมีเงินเดือน 1.8 หมื่นบาท แต่ชอบเทคโนโลยีใหม่ๆ ซื้อโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตราคาแพง คิดเป็น 10% ของรายได้ทั้งปี

ฉัตรพงศ์ บอกว่า อีกเหตุผลที่ทำให้รายได้ไม่เพิ่ม คือ คนส่วนใหญ่นิยมออมในผลิตภัณฑ์เงินฝากมีความเสี่ยงต่ำ แต่ก็ให้ผลตอบแทนต่ำกว่าเงินเฟ้อเช่นกัน ไม่กล้าเสี่ยงลงทุนในกองทุนรวม

“ผู้เสียภาษี 2.6 ล้านคน ซื้อกองทุนรวมอาร์เอ็มเอฟประมาณ 3 แสนบัญชี ซื้อกองทุนรวมแอลทีเอฟ 9 แสนบัญชี แสดงว่าคนยังไม่รู้จักการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝาก บางคนที่เข้ามาปรึกษามีอายุเข้าวัยกลางคนแล้ว ก็ไม่รู้จักว่ากองทุนรวมคืออะไร” ฉัตรพงศ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในภาพรวม สภาพเศรษฐกิจที่ซบเซาทำให้อัตราการขึ้นเงินเดือนและการจ่ายโบนัสลดลง ขณะที่ราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคเพิ่มขึ้น จึงเป็นสาเหตุให้รายได้ไม่เพิ่ม คนรู้สึกจนลง จึงป้องกันตัวเองด้วยการลดรายจ่าย

ขณะเดียวกัน คนไทยเผชิญปัญหาน้ำมันแพง ค่าแรงถูกมานานหลายปี แต่จู่ๆ เมื่อราคาน้ำมันถูกลง แต่กลับกลายเป็นว่าค่าครองชีพยังคงแพงอยู่ เพราะราคาสินค้าและบริการไม่ได้ปรับลดราคาลงมาตามราคาน้ำมันที่ถูกลง

สิ่งที่เกิดขึ้น คือ นายกรัฐมนตรีต้องลงมาสั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ไปดูต้นทุนการผลิตของเอกชนว่าเป็นอย่างไรกันแน่ เพื่อลบข้ออ้างของผู้ประกอบการที่ยื้อไม่ลดราคาสินค้าลงมาตามต้นทุนราคาน้ำมัน จะอ้างเรื่องสต๊อกสินค้าที่ผลิตในต้นทุนเดิม ไม่สามารถลดราคาได้ทันที จึงต้องเชิญผู้ประกอบการมาหารือเพื่อให้นำต้นทุนและสต๊อกมาแจกแจงว่า ทำไมจึงลดราคาสินค้าไม่ได้ รวมทั้งค่าโดยสารรถสาธารณะต่างๆ ที่ควรจะลดราคาลง

ข้อเท็จจริงวันนี้ คือ สิ่งที่กระทบต่อผู้บริโภคมากที่สุดคืออาหารสำเร็จรูปหรืออาหารพร้อมรับประทาน การอ้างว่ารัฐบาลลอยตัวก๊าซแอลพีจีทำให้ต้องขึ้นราคายังไม่สมเหตุสมผล เพราะค่าก๊าซทำให้ต้นทุนขึ้นเพียง 5-10% แต่ขึ้นราคาอาหาร 5 บาท ซึ่งสูงกว่าต้นทุนอย่างเทียบกันไม่ได้

อย่างไรก็ดี กลยุทธ์การทำการตลาดของผู้ผลิตจะมีการฝากค่าโฆษณา ค่าใช้จ่ายอื่นแฝงในราคาสินค้า ทำให้ต้นทุนสูงเกินจำเป็น

ดังนั้น สิ่งที่ผู้บริโภคทั้งหลายควรทำ ก็คือ ต้องรู้ทันกลยุทธ์การตลาด รู้จักการเปรียบเทียบเลือกซื้อ และซื้อตามงบประมาณที่มี ควบคุมรายจ่ายไม่ให้สูงเกินรายได้ ซึ่งต้องรณรงค์อย่างต่อเนื่อง ขณะนี้เริ่มมีผู้ผลิตนำสินค้าแบบไม่ใส่กล่องออกมาขายในราคาถูกกว่า เป็นทางเลือกให้ผู้ที่ต้องการคุณภาพไม่ใช่ความสวยงามของบรรจุภัณฑ์ ฉลาดซื้อ ฉลาดใช้ คือทางรอดในวิกฤตค่าครองชีพ

สิ่งที่จะเกิดคู่ไปกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ก็คือ หนี้เสีย ทั้งหนี้เสียของผู้ประกอบการ และหนี้เสียในภาคครัวเรือน หนี้เสียในกลุ่มผู้ประกอบการนั้น ไม่น่าห่วงมากเท่าหนี้สินภาคครัวเรือน เพราะหากเริ่มมีอาการจ่ายหนี้ไม่ตรงเวลา ค้างชำระหนี้ เจ้าหนี้ก็จะติดต่อไปยังลูกหนี้ทันที เพื่อหารือว่ามีปัญหาอะไร และจะแก้ไขอย่างไร ก่อนที่หนี้ทั้งหมดจะกลายเป็นหนี้เสีย

แต่หนี้เสียในภาคครัวเรือนเป็นไปในทางตรงกันข้าม เจ้าหนี้ไม่ได้เข้าถึงตัวลูกหนี้ก่อนที่จะเป็นหนี้เสีย เพราะปริมาณลูกหนี้มีจำนวนมากแต่วงเงินหนี้ต่อรายน้อย จึงไม่คุ้มค่าที่จะส่งคนเข้าไปดูแล

หอการค้าไทยเปิดเผยผลการสำรวจหนี้ครัวเรือน ว่า หนี้ครัวเรือนที่รวมหนี้นอกระบบด้วยขณะนี้มีสัดส่วนเกิน 100% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) โดยมียอดคงค้างเกิน 10 ล้านล้านบาทไปแล้ว

การเร่งตัวของหนี้ครัวเรือน ทำให้สภาพคล่องของภาคครัวเรือนลดลง เพราะต้องเจียดเงินไปชำระหนี้มากขึ้น การบริโภคของประชาชนลดลง เพราะต้องนำเงินไปชำระหนี้ก่อน เหลือจึงจะนำมาใช้จ่าย

ภาวะเศรษฐกิจที่เป็นจริงในขณะนี้ เกิดหนี้ครัวเรือนสูงทุกระดับ ไล่ตั้งแต่คนชั้นกลางไปจนถึงคนชั้นรากหญ้า ยิ่งภาวะเศรษฐกิจปีนี้ ธปท.และอีกหลายหน่วยงานคาดการณ์กันว่า เศรษฐกิจจะขยายตัวต่ำกว่า 3% มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่พยายามออกเป็นแพ็กเกจใส่เงินกว่า 3 แสนล้านบาท ยังไม่อาจคาดเดาได้ว่าจะช่วยพยุงเศรษฐกิจและลดหนี้ครัวเรือนได้เท่าใด

หากความจริงเศรษฐกิจในระดับครัวเรือนเป็นเช่นนี้ การหวังว่าจะให้การบริโภคในประเทศฟื้นตัวขึ้นมาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจคงเป็นเรื่องยาก และหนี้ครัวเรือนจะพัวพันทำให้หนี้เสียของลูกหนี้ธนาคารสูงตามกันไป

เป็นการปิดทางที่รัฐบาลจะหันมาใช้นโยบายกระตุ้นการใช้จ่ายให้คนเป็นหนี้อีก หากจะใช้นโยบายกระตุ้นการบริโภคก็จะต้องล้างหนี้เก่าให้กับครัวเรือนเสียก่อน ซึ่งเป็นเรื่องยากอีกเช่นกัน เพราะฐานะการคลังและฐานะของธนาคารเฉพาะกิจของรัฐไม่เอื้ออำนวยให้ทำโครงการประชานิยมได้ง่ายๆ อีก

จึงเป็นเรื่องที่ไม่สามารถคาดหวังเอาการบริโภคมาผลักดันเศรษฐกิจได้อีกต่อไป อย่างน้อยก็ในอีก 1-2 ปีจากนี้ไป ในด้านสถิติเห็นชัดเจนว่า ปริมาณหนี้ครัวเรือนของคนไทยสูงขึ้น แต่จะสูงจนน่าตกใจ และจะต้องใช้มาตรการใดๆ มาควบคุมหรือไม่ เป็นเรื่องที่จะต้องพิจารณา

การออกโครงการประชานิยม หรือจะเรียกว่าโครงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยออกมาก็ตาม ควรเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน และให้โอกาสมากกว่าจะกระตุ้นให้คนเป็นหนี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท