posttoday
ฟื้นฟูบ้าน

ฟื้นฟูบ้าน

14 กันยายน 2558

โดย...ดร.สุชัชวีร์  สุวรรณสวัสดิ์

โดย...ดร.สุชัชวีร์  สุวรรณสวัสดิ์

วันก่อนผมนำทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญของ วสท. ลงพื้นที่แฟลตดินแดง เพื่อตรวจสอบสภาพอาคารพักอาศัย หลังจากที่ได้รับการร้องขอทั้งจากชาวบ้าน และจากการเคหะแห่งชาติ ได้เห็นสภาพความเป็นอยู่ของชาวบ้าน แล้วรู้สึกเป็นห่วงเพราะอาคารเก่าอายุถึง 50 ปี มีความทรุดโทรม เป็นห่วงเรื่องแผ่นดินไหว และพื้นที่ห้องก็ไม่ใหญ่นัก แต่มีผู้พักอาศัยถึง 5-6 คน หรือมากกว่านั้น คุณภาพชีวิตจึงไม่ดีนัก

ผมเห็นด้วยที่มีแนวความคิดในการฟื้นฟูเมือง โดยเฉพาะเรื่องการสร้างที่อยู่อาศัยให้ผู้มีรายได้น้อย อย่างไรก็ตามยังคงต้องคำนึงถึงผู้มีส่วนได้และส่วนเสียให้ครบถ้วนเพราะการพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลงใดๆ ย่อมมีผู้ที่มีความเห็นไม่ตรงกัน เป็นเรื่องธรรมดา

ผมเห็นใจคนจนที่ต้องทำมาหาเลี้ยงชีพอยู่ในกรุงเทพฯ รายได้น้อยแทบไม่พอกิน ยังต้องจ่ายค่าห้องพักที่คุณภาพต่ำ และยังอยู่ไกลเมืองมาก จะเข้ามารับจ้างหรือทำงานก็ต้องออกจากที่พักตอนเช้ามืด และกว่าจะกลับถึงก็มืดค่ำ ยังต้องรอรถเมล์หรือรถสองแถว นานมากและไม่สะดวก

คนจนในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ไม่มีบ้านเป็นของตัวเองและอยู่ไกล การเดินทางไม่สะดวก คุณภาพชีวิตต่ำ ไม่มีเวลาดูแลลูก เด็กก็มีปัญหา กลายเป็นปัญหาของสังคม ดังนั้นหากสามารถปฏิรูปเรื่องที่พักอาศัยให้คนจนในกรุงเทพฯ ได้ ปัญหาต่างๆ จะลดน้อยลง เมืองก็น่าอยู่มากขึ้น

ที่ฮ่องกง แม้ราคาที่อยู่อาศัยจะแพงมากโดยเฉพาะบริเวณใจกลางเมือง อาจแพงถึง 1 ล้านบาท/ตร.ม. ต้องเป็นเศรษฐีเท่านั้นถึงจะซื้อได้ แต่รัฐบาลฮ่องกงได้คำนึงถึงที่พักของคนมีรายได้น้อย โดยได้เร่งให้การเคหะของฮ่องกงสร้างแฟลตจำนวนมาก ราคาถูก ทำให้ปัจจุบันมีคนฮ่องกงอยู่ในแฟลตการเคหะเกือบ 40% ของประชากรทั้งหมด

ฮ่องกงใช้เทคโนโลยีการก่อสร้างที่ทันสมัย สร้างได้รวดเร็ว ออกแบบให้คำนึงถึงการใช้งาน แม้จะมีขนาดเล็กเพียง 14 ตร.ม. แต่ก็อยู่ได้สบาย ทำให้รัฐสามารถสร้างได้หลายห้องมากขึ้น ราคาจึงไม่แพง ไม่เหมือนกับกรุงเทพฯ ที่การสร้างบ้านคนจนมีน้อยมาก สร้างเพิ่มขึ้นก็ยังไม่เพียงพอ

อีกทั้งแฟลตที่อยู่อาศัยในฮ่องกง ถึงแม้จะอยู่นอกเมือง เช่น เขตถุงชุง ได้สร้างเป็นกลุ่มอาคารหลายอาคาร เป็นเมืองใหม่จากพื้นที่ว่างเปล่า แต่รัฐสร้างรถไฟฟ้าให้ไปถึง การเดินทางเข้าไปทำงานในเมืองจึงสะดวก เป็นการพัฒนาและกระจายความหนาแน่นของเมือง ทำให้คุณภาพชีวิตดี ถึงแม้จะเป็นผู้มีรายได้น้อย

ที่สิงคโปร์ก็ทำแบบเดียวกัน สร้างเป็นกลุ่มอาคาร ห้องไม่ใหญ่นัก แต่การใช้งานลงตัว ราคาไม่แพง ระบบขนส่งมวลชนเอื้ออำนวย สร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในสังคม

การพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อคนมีรายได้น้อยในกรุงเทพฯ จึงต้องดูฮ่องกงและสิงคโปร์เป็นแบบอย่าง ไม่ใช่ไปซื้อที่ดินไกลๆ เดินทางก็ลำบากมาก ความปลอดภัยก็ไม่มี การเคหะแห่งชาติ และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือการรถไฟฯ จะต้องร่วมมือกันสร้างรถไฟฟ้าไปพร้อมกับการพัฒนาเมืองใหม่ แม้จะไกลหน่อยแต่เดินทางสะดวกดีกว่าอยู่ในเมืองที่แออัด

ขณะที่คอนโดมิเนียมเอกชนแนวรถไฟฟ้า คนจนคงไม่มีกำลังไปซื้อ สุดท้ายก็ไม่ได้แก้ปัญหาเรื่องความเท่าเทียม การทำที่อยู่อาศัยแนวใหม่ที่พัฒนาพื้นที่ของรัฐร่วมกันระหว่างหน่วยงาน จะสามารถสร้างเมืองใหม่ที่น่าอยู่ให้คนมีรายได้น้อยและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ปัญหาของเมืองทุกอย่างก็จะดีขึ้น

คนจนก็มีบ้านในกรุงเทพฯ ได้ หากเราจะตั้งใจช่วยกัน

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี