
ผุดเส้นทาง ‘โรแมนติก รูธ’
ไม่เพียงแค่การลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเท่านั้น เพราะล่าสุด นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า สนข.อยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมการดำเนินโครงการก่อสร้างถนนเส้นทาง “โรแมนติก รูธ” (Romantic Route) เชื่อมกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ประกอบด้วย จ.ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง พร้อมทั้งเร่งศึกษาความเหมาะสมโครงการก่อสร้างทางรถไฟเชื่อมจากภูเก็ต-สตูล-ตรัง
ไม่เพียงแค่การลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเท่านั้น เพราะล่าสุด นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า สนข.อยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมการดำเนินโครงการก่อสร้างถนนเส้นทาง “โรแมนติก รูธ” (Romantic Route) เชื่อมกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ประกอบด้วย จ.ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง พร้อมทั้งเร่งศึกษาความเหมาะสมโครงการก่อสร้างทางรถไฟเชื่อมจากภูเก็ต-สตูล-ตรัง
“ทั้งสองโครงการเป็นข้อเสนอของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ที่ต้องการให้ภาครัฐสร้างเส้นทางท่องเที่ยวทางทะเลใหม่ๆ ซึ่ง สนข.เห็นว่ามีประโยชน์และสอดคล้องกับพันธกิจของกลุ่มจังหวัดในการพัฒนาระบบขนส่ง เพื่อรองรับผลผลิตการเกษตรในท้องถิ่น โดยเฉพาะเส้นทางรถไฟภูเก็ต-สตูล-ตรัง ซึ่ง สนข.เห็นควรให้เร่งศึกษาความเหมาะสมเร่งด่วน เพราะจะใช้ประโยชน์ได้ทั้งการขนส่งสินค้าที่มีต้นทุนขนส่งที่ต่ำและขนส่งคนเพื่อการท่องเที่ยว เพื่อดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเลที่มีคุณภาพระดับโลก” นายพีระพล กล่าว
นายพีระพล กล่าวว่า สนข.อยู่ระหว่างศึกษาและออกแบบการก่อสร้างทางรถไฟสนับสนุนการท่องเที่ยวเส้นทางแนวตะวันออก-ตะวันตก (East-West Corridor) เชื่อมสุราษฎร์ธานี-พังงา-ภูเก็ต โดยล่าสุดการศึกษาความเหมาะสมโครงการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนภายใน จ.ภูเก็ต และเส้นทางท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต-ห้าแยกฉลองนั้นยังไม่แล้วเสร็จ เพราะยังติดปัญหาการจัดทำรายละเอียดการก่อสร้างรถไฟฟ้ารางเบาภูเก็ต (ไลต์เรล) เส้นทางจาก อ.ท่านุ่น จ.พังงา-ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต-ห้าแยกฉลอง แต่เส้นทางรถไฟรางธรรมดาของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่จะเชื่อมต่อสุราษฎร์ธานี-พังงา ได้ข้อสรุปแนวเส้นทางแล้ว และอยู่ระหว่างออกแบบรายละเอียด
สำหรับการลงทุนโครงการเหล่านี้จะใช้วิธีลงทุนแบบภาครัฐร่วมเอกชน (พีพีพี) ซึ่งคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะเสนอรายละเอียดโครงการให้คณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) พิจารณากำหนดรายละเอียดรูปแบบและสัดส่วนการร่วมทุนที่เหมาะสมก่อนเริ่มโครงการต่อไป







