posttoday
หางานผ่านสมาร์ทโฟน กระแสโปรไฟล์ใช้แทนเรซูเม

หางานผ่านสมาร์ทโฟน กระแสโปรไฟล์ใช้แทนเรซูเม

14 กันยายน 2558

สมาร์ทโฟนกลายเป็นอุปกรณ์คู่กาย ที่นอกจากใช้โทรศัพท์เข้า-ออก ส่งข้อมูล ยังใช้ตอบสนองด้านไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ไม่เว้นแม้แต่การหางานที่ผ่านช่องทางนี้กันมากขึ้น

สมาร์ทโฟนกลายเป็นอุปกรณ์คู่กาย ที่นอกจากใช้โทรศัพท์เข้า-ออก ส่งข้อมูล ยังใช้ตอบสนองด้านไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ไม่เว้นแม้แต่การหางานที่ผ่านช่องทางนี้กันมากขึ้น

นพวรรณ จุลกนิษฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า จ๊อบส์ ดีบี ได้สำรวจแนวโน้มการหางาน ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พบว่า สื่อออนไลน์เป็นช่องทางแรก
ที่ผู้ประกอบการใช้หาคนทำงาน และคนก็ใช้หางาน โดยในไทย ผู้ประกอบการหาคนผ่านออนไลน์ 65% เช่นเดียวกับการบอกปากต่อปาก 65% หาผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ 9% และประกาศหาหน้าบริษัท 26% ซึ่งตัวเลขหาคนผ่านออนไลน์ของไทย ใกล้กับมาเลเซีย และฟิลิปปินส์ แต่การหาผ่านสื่อสิ่งพิมพ์น้อยมากเมื่อเทียบประเทศอื่น สะท้อนว่าการหางานออนไลน์ของไทย พัฒนาไปไกล

ด้านผู้หางานในไทย หาผ่านออนไลน์ 79% จากการบอกปาก ต่อปาก 34% สื่อสิ่งพิมพ์ 18% จาก ผู้สรรหา 11% และติดต่อตรงที่ ผู้ประกอบการ 27% โดยสัดส่วนหางานบนออนไลน์ของไทยใกล้เคียงกับประเทศฮ่องกง มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย และคาดว่าแนวโน้มหาคน-หางานในอนาคต ก็จะยิ่งมาทางออนไลน์มากขึ้นอีก ซึ่งเมื่อแยกช่องทางเข้าถึงออนไลน์แล้ว พบว่าในไทยมีสัดส่วนการค้นข้อมูลผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ 61% แซงหน้าการค้นหาผ่านคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่เหลือ 39% จากที่ 2-3 ปีก่อน ยังหาบนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเป็นหลัก

ช่องทางออนไลน์ที่คนหางานนิยมค้นหาและสมัครงาน คือ เว็บไซต์หางาน 72% โปรแกรมสืบค้นข้อมูลในอินเทอร์เน็ต 12% อีเมลแจ้งงานด่วนจากเว็บไซต์หางาน 12% และโซเชียลมีเดีย 3% เวลาการค้นหาและสมัครงาน จากการดูความเคลื่อนไหวบนจ๊อบส์ ดีบี พบว่า มักค้นหาในวันทำงานมากกว่าวันหยุด วันอังคาร-พฤหัสบดี นิยมที่สุด อาจเพราะวันจันทร์ยังยุ่งกับงาน วันศุกร์คิดถึงเรื่องเที่ยว อังคาร-พฤหัสบดีจึงเป็นช่วงที่ใช้เวลาหางานได้ดีที่สุด

เวลาที่นิยมหางาน คือ ช่วงที่กำลังทำงาน ช่วงพักกลางวัน ช่วงพักอื่นๆ ในที่ทำงาน ระหว่างเดินทางจากบ้านไป-กลับที่ทำงาน ระหว่างรับประทานอาหาร เนื่องจากปัจจุบันเปิดหางานบนโทรศัพท์มือถือได้ ทั้งในรูปแบบเว็บไซต์บนโทรศัพท์มือถือ และแอพพลิเคชั่น ทำให้ผู้หางานสะดวกขึ้น อย่างไรก็ตามแม้จะหางานในเวลาทำงาน แต่พบว่าการสมัครงานยังไปจบบนคอมพิวเตอร์ช่วงกลางคืนมากกว่า เพราะผู้หางานเกรงว่าเจ้านายจะเห็น

“ผู้หางานแบ่งเป็น 3 กลุ่ม 1.ไม่สนใจหางานใหม่ 15% จะไม่เข้าเว็บไซต์หางาน หรือนานมากๆ เข้ามาสักครั้ง 2.กำลังมองหางานและพร้อมสมัครงานทันที 47% จะเข้าเว็บไซต์หางานทุกวัน เข้าตลอดเวลา และ 3.ไม่ได้ตั้งใจหางานแต่พร้อมสมัครงานเมื่อโอกาสดีๆ มาถึง 38% โดยเข้าเว็บไซต์หางานสัปดาห์ละ 2 ครั้ง สอดคล้องพฤติกรรมคน รุ่นใหม่เอเชียที่พร้อมเปลี่ยนแปลง ไม่รู้สึกว่าต้องทำงานที่เดิมอยู่ตลอด หากมีงานดีกว่าก็พร้อมเปลี่ยน จึงไม่จำเป็นว่าจะเข้าเว็บไซต์เฉพาะช่วงที่อยากหางานจริงๆ นอกจากนี้อาจเปลี่ยนงาน เพราะมีผู้ประกอบการมาค้นดูเจอประวัติสมัครงานที่ให้ไว้กับเว็บไซต์หางานและติดต่อกลับไปเอง” นพวรรณ กล่าว

ทั้งนี้ จ๊อบส์ ดีบี ได้ปรับปรุงฟังก์ชั่นต่างๆ ในการหางานให้เข้ากับยุคนี้มากขึ้น โดยเดือน ส.ค.ที่ผ่านมาเพิ่งเปิดตัวเครื่องมือใหม่ คือ การสร้างโปรไฟล์ ให้ผู้หางานใส่รายละเอียดสั้นๆ 3 ขั้นตอน บนแอพพลิเคชั่น จ๊อบส์ ดีบี 1.กรอกชื่อ นามสกุล อีเมล และรหัสผ่าน เพื่อใช้ล็อกอินเข้าเว็บไซต์ 2.ระบุข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ข้อมูลส่วนตัว สถานะปัจจุบัน ประสบการณ์ทำงาน ประวัติ การศึกษา ทักษะ คุณสมบัติและใบอนุญาต ความสามารถทางภาษา 3.อัพโหลดไฟล์เรซูเมของตัวเอง พร้อมเลือกสถานะเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้ประกอบการ ระบุโทรศัพท์ติดต่อ

สาเหตุที่ให้สร้างโปรไฟล์เพราะมองว่า ผู้สมัครงานไม่นิยมการ กรอกเรซูเมบนเว็บไซต์สมัครงานเพราะต้องใช้เวลายาวนาน การทำโปรไฟล์จะช่วยให้ผู้สมัครงานจบ ขั้นตอนการสมัครได้เร็วขึ้น และ ผู้ประกอบการเองก็ต้องการค้นหาคนทำงานโดยคำนึงถึงคุณสมบัติสำคัญไม่กี่ข้อ จึงไม่ต้องการเสียเวลาอ่านเรซูเมยาวๆ ซึ่งแนวโน้มการใช้โปรไฟล์แทนเรซูเมในเว็บไซต์หางาน มีในต่างประเทศมา 2-3 ปีแล้ว และคาดว่าในไทยก็น่าจะไปในทิศทางนี้จึงนำมาใช้

นอกจากนี้ ได้ให้ผู้ประกอบการระบุเงินเดือน ซึ่งจะให้สำหรับตำแหน่งงานต่างๆ ที่รับสมัคร ให้ ผู้สมัครงานค้นหาตำแหน่งโดยดูจากเงินเดือนง่ายขึ้น เพราะจากการสำรวจพบว่า ผู้สมัครงานจะตัดสินใจเปลี่ยนงานหรือไม่นั้น เรื่องเงินเดือนคือปัจจัยสำคัญ ผู้ประกอบการเองก็พร้อมเปิดเผย เพราะต้องแข่งขันดึงคนที่มีคุณสมบัติตามต้องการ

สำหรับปีที่ผ่านมา จ๊อบส์ ดีบี มียอดคนชมเว็บไซต์และแอพพลิ เคชั่น 30 ล้านครั้ง สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 29 ล้านครั้ง ปีนี้ตั้งเป้าหมายยอดคนเข้าชม 37 ล้านครั้ง ขณะที่สัดส่วนการเข้าชมผ่านโทรศัพท์
มือถือ ซึ่งปัจจุบันขยับมาที่ 61% แล้ว คาดว่าจะเพิ่มไปถึง 70% ได้ใน ปีหน้า เมื่อดูเฉพาะยอดใช้งานผ่านแอพพลิเคชั่น มียอดดาวน์โหลด 2 แสนคน ยอดการเข้าชมเพิ่มจาก ปีก่อนหน้า 200% ยอดสมัครงานบนแอพพลิเคชั่นเพิ่ม 147%

ด้านยอดคนหางานในระบบ จ๊อบส์ ดีบี มี 1.5 ล้านคน เป็นคนหางานที่ให้เรซูเมไว้ 1.2 ล้านคน ผู้ประกอบการที่มาหาคนผ่าน จ๊อบส์ ดีบี มี 4 หมื่นราย มีตำแหน่งงานในเว็บไซต์ 1.4 หมื่นตำแหน่ง
ที่เผยแพร่ออนไลน์ 30 วันเท่านั้น ผู้ประกอบการเป็นผู้ลงข้อมูลเองทั้งหมด จึงถือเป็นข้อมูลคุณภาพ

ขณะที่ยอดว่างงานในไทยอยู่ที่ 1% ถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาคเดียวกัน กลุ่มหลักๆ ที่ตกงานคือ ระดับอุดมศึกษา 40% เพราะเรียนไม่ตรงสายงาน ทำให้ขาดความสมดุลในตลาดงาน และเลือกงาน ส่วนกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ ก็มีแนวโน้มอยากเป็นเจ้าของกิจการ ออกไปทำธุรกิจเองมากขึ้น สิ่งเหล่านี้ท้าทายต่อบริษัทที่หา คนยุคนี้ ต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อดึงคนมีคุณภาพมาทำงาน อย่างไรก็ตามอยากฝากว่า คนที่ประสบความสำเร็จไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของธุรกิจเท่านั้น คนทำงานในองค์กร ก็ประสบความสำเร็จได้

เมื่อโอกาสหางานอยู่ใกล้ตัว และทำได้ทุกเมื่อ ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนแล้วว่า เห็นโอกาสแค่ไหน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท