
เกาะกระแสท่าทีของเฟด
โดย...ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์
โดย...ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์
ภาพรวมการลงทุนในช่วงนี้ แม้ว่าภาวะการลงทุนจะมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาแทรกเพิ่มเติม แต่ประเด็นที่กำลังอยู่ในความสนใจของตลาด คือ เรื่องการพิจารณาปรับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการประชุม FOMC ที่จะมีขึ้นในสัปดาห์นี้ และเป็นความกังวลของนักลงทุนตั้งแต่ช่วงเดือน ก.ย. 2556 โดยทำให้ตลาดหุ้นเริ่มปรับฐานลง เงินทุนเริ่มไหลกลับตั้งแต่ช่วงดังกล่าวเป็นต้นมา
โดยที่ผ่านมา ธนาคารกลางสหรัฐให้ความสำคัญกับเสถียรภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศพอสมควร เพราะการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก็เปรียบเสมือนเครื่องมือที่ลดความร้อนแรงของเศรษฐกิจ โดยการเพิ่มต้นทุนทางการเงิน ซึ่งการที่เฟดจะพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเฟดได้รอตัวเลขที่สะท้อนการเติบโตของเศรษฐกิจ อาทิ ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจต่างๆ ของสหรัฐ ทั้งในส่วนของภาคการผลิตและภาคการบริโภค โดยเฉพาะตัวเลขภาคการจ้างงาน ถือเป็นดัชนีชี้วัดตัวหนึ่งที่สามารถบ่งชี้ได้ว่า ผู้ประกอบการในประเทศได้เพิ่มกำลังคนในการดำเนินธุรกิจต่อได้ มีการจ้างงานซึ่งจะส่งผลดีต่อภาคการบริโภค
อย่างไรก็ดี ตัวเลขทางเศรษฐกิจของสหรัฐเริ่มมีพัฒนาการที่ดีขึ้น โดยเฉพาะการรายงานตัวเลขแนวโน้มของตลาดแรงงานที่เริ่มตึงตัว ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีขึ้น และเป็นระดับที่บอกได้ว่าการจ้างงานของสหรัฐอยู่ในระดับเต็มอัตราการจ้างงาน (Full employment) หรือ หากจะมีการว่างงานเกิดขึ้นก็จะเป็นระดับของการว่างงานที่เต็มใจลาออกจากงานเพื่อหางานใหม่
หากประเมินจากตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐที่ประกาศออกมาประกอบกับตลาดการเงินไม่มีความผันผวนมากนัก ผมมองว่ามีความเป็นไปได้ที่เฟดน่าจะตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ได้ อย่างไรก็ดีตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐบางตัวยังมีความขัดแย้งกันบ้าง โดยอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐยังคงอยู่ในระดับต่ำเพียง 0.1% จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2% ดังนั้นหากเฟดจะพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก็จะเป็นลักษณะค่อยเป็นค่อยไป เพื่อไม่ให้กดดันเศรษฐกิจในประเทศตัวเองมากนัก และไม่ให้กระทบต่อภาคการลงทุนของตลาดหุ้นทั่วโลก
ทั้งนี้ ไม่ว่าเฟดจะเลือกช่วงเวลาไหนที่จะพิจารณาการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ประเด็นดังกล่าวไม่ใช่ปัจจัยใหม่ที่เข้ามาในตลาดการลงทุน แต่ประเด็นที่ผมให้ความสนใจ คือ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้วจะกระทบสินทรัพย์อะไรถัดจากนี้ เพราะผู้ลงทุนควรปรับกลยุทธ์การลงทุนเพื่อให้ทันกับสถานการณ์ โดยในแง่ของการลงทุนหากการพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามกำหนดการเดิมที่ตลาดคาดการณ์ คือ ในรอบการพิจารณาครั้งนี้ และอยู่ในระดับที่ไม่เหนือความคาดหมายก็จะส่งผลดีต่อตลาดหุ้น เศรษฐกิจของประเทศที่พัฒนาแล้ว ค่าเงินเหรียญสหรัฐ ธนาคารพาณิชย์ ภาคการบริโภคต่างๆ ของสหรัฐ ให้มีทิศทางที่ดีขึ้น
ในทางกลับกัน การพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเลื่อนออกไป ความไม่แน่นอนจะยังคงมีอยู่ในตลาดหุ้นต่อไป ซึ่งจะส่งผลดีต่ออัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ประเภท High Yield หรือตราสารประเภท non-investment grade แต่เศรษฐกิจของประเทศเกิดใหม่จะกลับมามีความน่าสนใจ รวมไปถึงสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ อาทิ ทองคำ เป็นต้น
นักลงทุนสามารถสอบถามเพิ่มเติมและขอรับร่างหนังสือชี้ชวนได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้าและสนับสนุนธุรกิจที่หมายเลข 02-659-8888-1 ครับ
“ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน”







