
ซีพี-ทุนจีนเลื่อนโครงการหมื่นล.
ซีพี-กรีนแลนด์ กลุ่มทุนจีน เลื่อนลงทุนอสังหาฯ หมื่นล้านในพัทยา หลังเศรษฐกิจส่งสัญญาณไม่ดี
ซีพี-กรีนแลนด์ กลุ่มทุนจีน เลื่อนลงทุนอสังหาฯ หมื่นล้านในพัทยา หลังเศรษฐกิจส่งสัญญาณไม่ดี
แหล่งข่าวจากวงการอสังหาริมทรัพย์ในพัทยา เปิดเผยว่า ขณะนี้ บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น หนึ่งในบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มซีพีและกลุ่มกรีนแลนด์ กรุ๊ป หนึ่งในกลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่จากจีน ได้ตัดสินใจเลื่อนแผนลงทุนโครงการที่อยู่อาศัยแบบคอมเพล็กซ์ที่หาดนาจอมเทียนในเมืองพัทยา บนเนื้อที่50 ไร่ ออกไปก่อน เพราะหลายปัจจัยทั้งสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของไทยและตลาดหุ้นจีนผันผวนรุนแรง รวมถึงมีการปรับดีไซน์บางส่วนของโครงการ
สำหรับโครงการดังกล่าวประกอบด้วย อาคารพักอาศัย 4 ตึก ความสูง 70 ชั้น 2 ตึก และ 40 ชั้น 2 ตึก ซึ่งอาคาร 70 ชั้น จะกลายเป็นอาคารที่สูงที่สุดในพัทยา และยังมีวิลล่าอีกด้วย ซึ่งในส่วนของอาคารสูงจะมีทั้งคอนโดมิเนียมหรู โรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ มูลค่าโครงการรวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งเดิมคาดว่าจะเริ่มประมาณต้นปี 2558 หลังจากกลุ่มแมกโนเลียฯ และกลุ่มกรีนแลนด์ กรุ๊ป ทำสัญญาความร่วมมือพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในไทยตั้งแต่ เม.ย. 2557 โดยมีการปรับหน้าดิน เตรียมก่อสร้างห้องตัวอย่าง ซึ่งกำหนดการเดิมจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการกลางปีนี้
ด้านแหล่งข่าวจากวงการอสังหาริมทรัพย์ ระบุว่า กลุ่มกรีนแลนด์ กรุ๊ป จากจีน เป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เชี่ยวชาญด้านตึกสูงมากว่า 20 ปี ปัจจุบันอยู่ระหว่างก่อสร้างอาคาร Wuhan Greenland Center ซึ่งมีความสูงถึง 636 เมตร เข้ามาร่วมทุนกับแมกโนเลียฯ ของซีพีตั้งแต่เมื่อปีที่แล้วแบบเงียบๆ และยังไม่แถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยโครงการใหญ่ที่พัทยาจะคล้ายกับโครงการแมกโนเลียส์ วอเตอร์ฟรอนท์ เรสซิเดนซ์ ณ ไอคอนสยาม ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ ความสูง 70 ชั้น ราคาขายเฉลี่ย 2.5 แสนบาท/ตารางเมตร (ตร.ม.) ปัจจุบันยอดขาย 99% แบ่งเป็นกลุ่มผู้ซื้อคนไทย 80% และต่างชาติ 20%
สำหรับโครงการคอนโดมิเนียมในโครงการไอคอนสยามของกลุ่มแมกโนเลียฯ จะมีอีกหนึ่งอาคาร ภายใต้ชื่อ เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท แมนดาริน โอเรียนเต็ล ความสูง 52 ชั้น ที่ดึงเชนโรงแรมระดับ 5 ดาว อย่างแมนดารินมาบริหาร ขณะนี้ยังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ เพราะรอให้บรรยากาศดีขึ้น แต่ประเมินว่าจะเปิดตัวภายในสิ้นปีนี้ คาดว่าราคาขายไม่ต่ำกว่า 3.5-4 แสนบาท/ตร.ม.
ทั้งนี้ หากวิเคราะห์นโยบายการลงทุนของกลุ่มแมกโนเลียฯ เชื่อว่ายังคงเดินหน้าต่อเนื่อง เพราะก่อนหน้านี้เพิ่งเปิดตัวหนึ่งในโครงการใหญ่ “วิสซ์ดอม วัน-โอ-วัน” มูลค่าโครงการรวม 3 หมื่นล้านบาท เนื้อที่ 43 ไร่ บนถนนสุขุมวิท 101 ซึ่งเป็นที่ดินที่ซื้อมาจากปิยรมย์ สปอร์ตคลับ โดยพัฒนารูปแบบเมืองที่มีการใช้ประโยชน์แบบผสมผสาน หรือมิกซ์ยูส ประกอบด้วย คอนโดมิเนียม เนื้อที่ 17 ไร่ พื้นที่ 1.4 แสน ตร.ม. มี 3 อาคาร เปิดขายโครงการแรกภายใต้ชื่อ “วิสซ์ดอม คอนเนค สุขุมวิท” สูง 41 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 673 ยูนิต มูลค่า 3,000 ล้านบาท อาคารสำนักงาน พื้นที่ 3 หมื่น ตร.ม.คอมมูนิตี้มอลล์ 2 หมื่น ตร.ม. และสปอร์ตคลับ 1 หมื่น ตร.ม.
ขณะที่การชะลอตัวโครงการที่พัทยา ส่วนหนึ่งอาจมาจากเหตุผลจากฝั่งผู้ร่วมทุนกลุ่มจีน และภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในพัทยาที่ปัจจุบันมีซัพพลายมาก โดยคอนโดมิเนียมหรูในพัทยาส่วนใหญ่พึ่งตลาดต่างชาติเป็นหลัก ซึ่งตลาดคอนโดมิเนียมในพัทยา-ชลบุรี ถือว่าใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจาก กทม. เห็นได้จากข้อมูลของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ณ สิ้นเดือน ส.ค. 2558 พบว่า พัทยา-ชลบุรี มีห้องชุดในผังโครงการที่อยู่ระหว่างขายมากถึง 8.59 หมื่นหน่วย เป็นห้องชุดที่เหลือขาย 2.32 หมื่นหน่วย ส่วน กทม. มีห้องชุดในผังโครงการที่อยู่ระหว่างขาย 1.444 แสนหน่วย เหลือขาย 3.31 หมื่นหน่วย







