
ต้องอยู่ในร่องในรอย
กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้กำหนดคุณสมบัติของผู้ที่จะมาเป็นคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ 21 คน ไว้ 3 ประการ คือ 1.มีความรู้ด้านกฎหมายเป็นหลัก 2.ต้องรู้สถานการณ์ในวันนี้ ทั้งอดีตและวันหน้าจะเกิดอะไรขึ้น ตัวคนที่จะมาต้องเข้าใจ เพราะถ้าไม่เข้าใจก็จะกลับไปเป็นแบบเดิม เช่น ต้องการอย่างนี้อย่างนั้น ต้องการประชามติ ต้องการประชาธิปไตยสมบูรณ์ คิดแบบโลกสวย และ 3.ต้องรู้เจตนาของตัวเอง รัฐบาล และ คสช. ว่าจะเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศอย่างไร
กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้กำหนดคุณสมบัติของผู้ที่จะมาเป็นคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ 21 คน ไว้ 3 ประการ คือ 1.มีความรู้ด้านกฎหมายเป็นหลัก 2.ต้องรู้สถานการณ์ในวันนี้ ทั้งอดีตและวันหน้าจะเกิดอะไรขึ้น ตัวคนที่จะมาต้องเข้าใจ เพราะถ้าไม่เข้าใจก็จะกลับไปเป็นแบบเดิม เช่น ต้องการอย่างนี้อย่างนั้น ต้องการประชามติ ต้องการประชาธิปไตยสมบูรณ์ คิดแบบโลกสวย และ 3.ต้องรู้เจตนาของตัวเอง รัฐบาล และ คสช. ว่าจะเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศอย่างไร
คุณสมบัติ 3 ประการดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงมุมมอง ความคิด ความรู้สึก ความต้องการ ที่แท้จริงของ พล.อ.ประยุทธ์ได้อย่างชัดแจ้ง คือ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 21 คนนั้น จะต้องร่างรัฐธรรมนูญตามคำสั่งหรือความต้องการของ คสช. ไม่เช่นนั้นจะถูกคว่ำ เฉกเช่นเดียวกับร่างรัฐธรรมนูญชุดนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ก่อนหน้านี้
ความจริงคุณสมบัติคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญข้างต้น พล.อ.ประยุทธ์น่าจะกำหนดโจทย์ให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญชุดนายบวรศักดิ์ให้ชัดเจนตั้งแต่แรก เพื่อให้กรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญและผู้คนในสังคมจะได้ล่วงรู้ถึงเจตนา ข้อเท็จจริงของ คสช. ว่าต้องการรัฐธรรมนูญแบบไหน อย่างไร เพื่อจะได้ไม่มีเสียงข้อครหาหรือการต่อต้านกันในภายหลัง ซึ่งจะทำให้การปฏิรูปสะดุด เสียทั้งเวลาและงบประมาณโดยใช่เหตุ
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้ให้สัมภาษณ์ย้ำตลอดเวลาในหลายโอกาสด้วยกันว่า จะให้อิสระ ไม่ชี้นำการทำงานของคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดกติกาที่เป็นธรรมเพื่อให้การปฏิรูปเดินหน้าไปสู่ความสำเร็จ และก่อนที่สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จะลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 6 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ยังได้พูดย้ำถึงการออกเสียงลงประชามติของ สปช. ว่าเป็นเสรี เป็นอิสระ ไม่ต้องให้ใครชี้นำเพื่อเดินหน้าการปฏิรูปอย่างแท้จริง
แต่ผลที่เกิดขึ้นชัดเจนว่า สปช.สายทหาร ตำรวจ ข้าราชการ อดีตข้าราชการ ลงคะแนนไปในทิศทางเดียวกันรวม 135 เสียง คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จะยืนยันว่าไม่ได้มีใบสั่งล้มก็ตาม แต่คงไม่มีใครเชื่อ
ดังนั้น เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น เชื่อถือ กลับคืนมา พล.อ.ประยุทธ์ ต้องอยู่ในร่องในรอย ไม่ใช่พูดกลับไปกลับมา และที่สำคัญการแต่งตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ต้องเป็นบุคคลที่ประชาชนยอมรับ ไม่ใช่เพื่อให้ คสช.ยอมรับเพียงเท่านั้น ไม่เช่นนั้นประเทศก็ไม่พ้นวังวนความขัดแย้ง







