
บจ.พยุงหุ้น1.6หมื่นล้าน
บจ.ฮิตซื้อหุ้นคืน STPI ทุ่ม 2,000 ล้าน ราคาดีดแรงผู้บริหารไปโรดโชว์อังกฤษ SVI หยุดซื้อหุ้นคืน
บจ.ฮิตซื้อหุ้นคืน STPI ทุ่ม 2,000 ล้าน ราคาดีดแรงผู้บริหารไปโรดโชว์อังกฤษ SVI หยุดซื้อหุ้นคืน
ตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงเผชิญภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว โดยเฉพาะจีนแม้ออกมาตรการมากระตุ้นเศรษฐกิจและลดค่าเงินหยวนลงหลายครั้งก็ตาม กดดันให้ราคาหุ้นของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) โครงการ ซื้อหุ้นคืนมาใช้เพื่อดูแลหุ้นตัวเองและถือเป็นการบริหารเงินและสภาพคล่องที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และในวิกฤตจีนรอบนี้ มี บจ. 3 แห่งประกาศซื้อหุ้นคืน วงเงินรวม 1.66 หมื่นล้านบาท อาทิ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) วงเงิน 4,600 ล้านบาท
นายมาศถวิน ชาญวีรกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ (STPI) เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัทมีมติให้ซื้อหุ้นคืนในตลาดหลักทรัพย์ กำหนดวงเงินสูงสุดไม่เกิน 2,000 ล้านบาท โดยจะซื้อหุ้นคืน 162.51 ล้านหุ้น หรือประมาณ 10% ของทุนเรียกชำระแล้ว ซึ่งจะเริ่มซื้อหุ้นตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย. 2558-23 มี.ค. 2559
วัตถุประสงค์ของการซื้อหุ้นคืนเพื่อเป็นการบริหารเงินส่วนเกินให้เกิดประโยชน์สูงสุด และแสดงถึงสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งของบริษัท ขณะเดียวกันก็จะทำให้ผู้ถือหุ้นได้รับผลตอบแทนมากขึ้นด้วย ทั้งนี้การตัดสินใจซื้อหุ้นคืนจะไม่กระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของบริษัท ซึ่ง ณ มิ.ย. 2558 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 7,262 ล้านบาท และมีกำไรสะสม 5,576 ล้านบาท ขณะที่มีหนี้ที่จะต้องชำระเพียง 2,475 ล้านบาท ขณะเดียวกันก็จะไม่กระทบต่อสภาพคล่องในการซื้อขายหุ้นเพราะมีสัดส่วนปริมาณหุ้นหมุนเวียนในตลาดกว่า 66.93%
ด้านการซื้อขายหุ้น STPI นักลงทุนให้ความสนใจเข้ามาลงทุนมากขึ้น และราคาปรับตัวขึ้นแรง ปิดที่ 15.70 บาท บวก 0.90 บาท คิดเป็น 6.08% ตอบรับข่าวการซื้อหุ้นคืนและล่าสุดผู้บริหารของบริษัทได้ออกไปนำเสนอข้อมูลต่อผู้จัดการกองทุนกับบริษัทหลักทรัพย์ ซี แอล เอส เอ หรือ CLSA ที่ประเทศอังกฤษ
สำหรับ บจ.ที่ดำเนินการซื้อหุ้นคืนก่อนหน้า เช่น บริษัท บางกอกแลนด์ (BLAND) เพิ่งสิ้นสุดโครงการซื้อหุ้นคืนเมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2558 จำนวนหุ้นคืนทั้งหมด 1,155 ล้านหุ้น วงเงินรวม 2,336 ล้านบาท บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ (CI) ซื้อหุ้นคืนเสร็จเมื่อวันที่ 11 เม.ย. 2558 ทั้งหมด 72 ล้านหุ้น เป็นเงินรวม 24.49 ล้านบาท
ล่าสุด บริษัท เอสวีไอ (SVI) ยุติโครงการซื้อหุ้นคืนวงเงินสูงสุดไม่เกิน 1,000 ล้านบาท หรือไม่เกิน 200 ล้านหุ้น หลังครบกำหนดตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค.-1 ก.ย. 2558 เนื่องจากต้องการใช้เงินจำนวนมากในการปรับปรุงโรงงาน หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานครั้งใหญ่เมื่อปลายปีที่แล้ว







