
บึ้มบูมกล้องวงจรปิดสามารถบุกซอฟต์แวร์เสริม
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
หลังจากเกิดเหตุการณ์วางระเบิดบริเวณย่านราชประสงค์ ทั้งภาครัฐและเอกชนต่างตื่นตัวเกี่ยวกับระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้น ความต้องการกล้องวงจรปิดที่มีประสิทธิภาพสูงต่อการประมวลเหตุการณ์ และสามารถจับตัวคนร้ายได้อย่างรวดเร็วจึงทวีเพิ่มขึ้น
สมหมาย ดำเนินเกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิชั่น แอนด์ ซีเคียวริตี้ ซิสเต็ม หนึ่งในกลุ่มบริษัท สามารถ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายกล้องวงจรปิด เปิดเผยว่า ปีนี้คาดว่าตลาดระบบกล้องวงจรปิดของไทยจะมีอัตราเติบโต 20% จากปกติตลาดเติบโตเพียง 10-15% หรือมีมูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท โดยปัจจัยที่ผลักดันให้ตลาดเติบโตมาจากการเกิดเหตุการณ์วางระเบิดย่านราชประสงค์ รวมทั้งความไม่สงบจากชายแดนภาคใต้ นอกจากนี้ยังมาจากการขยายตัวของธุรกิจค้าปลีก โรงแรม รวมทั้งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
ทั้งนี้ บริษัทจึงได้จับมือร่วมกับบริษัท ไนซ์ จากประเทศอิสราเอล เปิดตัว 2 ซอฟต์แวร์ในระบบกล้องวงจรปิด ได้แก่ 1.ซอฟต์แวร์ Nice Suspect Search เป็นระบบค้นหาบุคคลเป้าหมายเพียง 10 นาที
จากเดิมใช้เวลาค้นหาถึง 10 ชั่วโมง เพื่อระบุตำแหน่งสถานที่ วันเวลา และเส้นทางการเดินของบุคคล 2.ซอฟต์แวร์ Nice Situator เป็นระบบบริหารจัดการเหตุการณ์ โดยสามารถรวมศูนย์รับแจ้งเหตุจากทุกระบบ อาทิ คอลเซ็นเตอร์ซีซีทีวี
“ปัจจุบันกล้องวงจรปิดในกรุงเทพฯ ตามสถานที่ต่างๆ มีมากกว่า 1 ล้านเครื่อง แต่ส่วนใหญ่ระบบเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยยังขาดความเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงาน การติดตามหาตัวคนร้ายจึงค่อนข้างช้า ขาดการดูแลรักษา และสิ่งสำคัญขาดซอฟต์แวร์จัดการข้อมูล ดังนั้นการเปิดตัว 2 ซอฟต์แวร์ใหม่จะสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้มากขึ้น”
ขณะที่แผนธุรกิจบริษัทเดินหน้าขยายตลาดลูกค้ากลุ่มเอกชนเพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพเติบโตทั้งจากการขยายตัวของธุรกิจค้าปลีก โรงแรม อสังหาริมทรัพย์ ส่วนคอนโดมิเนียมปีหน้าอาจจะขยายตัวลดลงบ้าง ซึ่งคาดว่าตลาดกลุ่มลูกค้าเอกชนเติบโต 15-17% หรือมีมูลค่าเพิ่มจาก 5,000 ล้านบาท เป็น 6,000-7,000 ล้านบาท ส่วนภาครัฐแม้ว่าเป็นตลาดใหญ่ถึง 1 หมื่นล้านบาท แต่เนื่องจากงบประมาณเบิกจ่ายล่าช้า ตลาดจึงชะลอตัวลง
สมหมาย กล่าวว่า บริษัทกำลังอยู่ระหว่างร่วมประมูลงานระบบกล้องวงจรปิด 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้กับภาครัฐ และคาดว่าจะเป็นส่วนผลักดันรายได้สิ้นปีไม่ต่ำกว่า 200-300 ล้านบาท และจากสัญญาณตลาดกล้องวงจรปิดที่จะเติบโต ปีหน้าตั้งเป้ามีรายได้แตะ 1,000 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากเอกชนเพิ่มจาก 30% เป็น 40% และภาครัฐ 70% เหลือเป็น 60%
การเกิดปัญหาอาชญากรรม เหตุการณ์วางระเบิด เป็นเรื่องเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ ดังนั้นสิ่งสำคัญคือ หากมีเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยที่ดี จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว ตลาดกล้องวงจรปิดจึงอยู่ในภาวะขาขึ้น







