
HSBCชี้เมกะโปรเจกต์มีผลกว่าการเมือง
เอชเอสบีซีมองการ เมืองไม่ฉุดเศรษฐกิจ เชื่อลงทุนขนาดใหญ่มีผลต่อไทยมากกว่า
เอชเอสบีซีมองการ เมืองไม่ฉุดเศรษฐกิจ เชื่อลงทุนขนาดใหญ่มีผลต่อไทยมากกว่า
น.ส.นลิน ฉัตรโชติธรรม นักเศรษฐศาสตร์ ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย ออกรายงานระบุว่า การลงมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญและทำให้ต้องเลื่อนการเลือกตั้งออกไปนั้นน่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงจำกัด โดยตลาดจะกลับมาสนใจการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยเป็นหลักมากกว่า และคาดว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นล่าสุดน่าจะเป็นผลบวกต่อเศรษฐกิจ เนื่องจากมาตรการส่วนใหญ่สามารถดำเนินการได้ทันที เพื่อช่วยครัวเรือนที่มีรายได้น้อยและผู้ประกอบธุรกิจเอสเอ็มอี
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มของคำสั่งซื้อที่ยังอ่อนแอทั้งภายในและนอกประเทศ หนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูงและความเชื่อมั่นภาคเอกชนที่แย่ลง จะยังทำให้การฟื้นตัวเป็นไปได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป อีกทั้งรัฐบาลก็เคยลองมาตรการดังกล่าวมาก่อนแล้วตั้งแต่กลางปี 2557 แต่ก็ยังกระตุ้นการเติบโตได้ลำบาก
เอชเอสบีซี ยังย้ำว่า ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นบรรยากาศทางธุรกิจและการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะต่อไป จึงยังต้องเป็นการเร่งใช้จ่ายเงินลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ มูลค่า 3.3 ล้านล้านบาท ซึ่งหลายโครงการจะเริ่มต้นดำเนินการภายในต้นปี 2559 โดยมีแผนเบิกจ่ายโครงการในปี 2559 ที่ 2% ของจีดีพี
“ทันทีที่การลงทุนภาครัฐเริ่มขับเคลื่อน การลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มจะเพิ่มตาม เราตั้งข้อสังเกตในอดีตว่าฐานะการคลังยังอยู่ในระดับที่ดี ความเสี่ยงทางการคลังยังต่ำ สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีอยู่ที่ 43% ซึ่งเราเคยประมาณการว่ามีโอกาสอยู่ต่ำกว่ากรอบความยั่งยืนที่ 60% ในปี 2565 ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลจะต้องเร่งรัดโครงการลงทุน และพยายามลดอุปสรรคการเบิกจ่ายต่างๆ” นักเศรษฐศาสตร์ เอชเอสบีซี กล่าว







