posttoday
เช่าซื้อหวั่นปลดล็อก ‘รถคันแรก’ เงินหมุนไม่ถึงธุรกิจรถใหม่

เช่าซื้อหวั่นปลดล็อก ‘รถคันแรก’ เงินหมุนไม่ถึงธุรกิจรถใหม่

11 กันยายน 2558

โดย...ฉัตรชัย ธนจินดาเลิศ

โดย...ฉัตรชัย ธนจินดาเลิศ

แนวคิดการปลดล็อกเงื่อนไขการขายรถคันแรกให้เหลือ 3 ปี จากเดิม 5 ปี ถูกจุดพลุขึ้นมาให้กระทรวงการคลังพิจารณาอีกครั้ง โดยหวังว่าหากกระทรวงการคลังปลดล็อกเงื่อนไขจริง จะส่งผลให้เจ้าของรถคันแรกทั้งหลายที่เข้าเกณฑ์ดังกล่าวดีใจ ได้ขายรถเก่าทิ้ง แล้วหันมาซื้อรถใหม่แทน เป็นการกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภคให้อุตสาหกรรมรถยนต์กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ยอดขายรถยนต์ใหม่ติดลบไปแล้วถึง 15%

แน่นอนว่า หากผลเป็นไปในทางบวก เกิดแรงกระตุ้นกำลังซื้อขึ้นมาจริงๆ ก็จะช่วยให้ตลาดรถยนต์เกิดการหมุนเวียนมากขึ้น ซึ่งย่อมจะส่งผลให้ธุรกิจเช่าซื้อได้รับอานิสงส์ตามไปด้วยไม่มากก็น้อย เมื่อผู้ซื้อรถยนต์ส่วนใหญ่เกิน 80% ยังคงใช้บริการขอสินเชื่อเช่าซื้อเพื่อซื้อรถ ไม่ว่าจะเป็นรถป้ายแดง หรือรถมือสอง

อย่างไรก็ตาม หากมองอีกมุมหนึ่งก็ยังไม่มีอะไรที่มารับประกันได้ว่า เมื่อมีการขายรถคันแรกออกไปแล้ว จะมีการซื้อรถใหม่เกิดขึ้นแทน หรือลูกค้าจะมีกำลังซื้อกลับมาจริงหรือไม่ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจในช่วงนี้ไม่ปกติ ลูกค้าอาจต้องการเพียงเงินสดกลับมาไว้เสริมสภาพคล่องให้กับตัวเอง หรือนำไปใช้หนี้ส่วนหนึ่งแทนก็ได้

อนุชาติ ดีประเสริฐ ประธานสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย กล่าวว่า หากมีการปลดล็อกเงื่อนไขการขายรถคันแรกจริง แล้วจะไปกระตุ้นกำลังซื้อให้เพิ่มขึ้นหรือไม่นั้น ทางสมาคมยังไม่สามารถประเมิน
ผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ อาจมีเพียงลูกค้ารถคันแรกส่วนหนึ่งเท่านั้นที่จะขายรถเก่าทิ้งแล้วไปซื้อรถใหม่ จึงเท่ากับว่า การปลดล็อกเงื่อนไขรถคันแรกไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ที่ต้องการ เมื่อลูกค้าขายรถคันแรกทิ้ง ก็อาจเก็บเงินสดเอาไว้ก็ได้

นอกจากนี้ สิ่งที่น่าห่วงอีกอย่างหนึ่ง คือ อาจทำให้อุตสาหกรรมรถยนต์บิดเบี้ยวได้ ในเมื่อขณะนี้ตลาดรถยนต์มือสองราคาเริ่มนิ่งแล้ว แต่ถ้ามีการขายรถคันแรกออกมาพร้อมๆ กันเป็นจำนวนมากในช่วงเวลานี้ ก็จะทำให้ราคารถมือสองตกลงไปอีก

“หากมีการปลดล็อกเกิดขึ้น ในช่วงแรกก็คงมีรถคันแรกที่เข้าเกณฑ์ครบ 3 ปี ประมาณ 9 หมื่นคันเท่านั้น แต่หากเจ้าของรถคันแรกต่างขายรถออกมาสู่ตลาด ก็คงไม่กระทบต่อราคารถมือสองมากนัก เพราะช่วงนี้ราคารถมือสองยังดีอยู่ ส่วนเมื่อขายรถเก่าออกไปแล้ว จะกระตุ้นให้ไปซื้อรถป้ายแดงหรือไม่นั้น ก็คงมีบ้าง แต่สุดท้ายแล้วก็คงต้องรอดูนโยบายที่ชัดเจนอีกครั้ง” ไพโรจน์ ชื่นครุฑ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส หรือกรุงศรี ออโต้ กล่าว

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญสุดในขณะนี้ของธุรกิจเช่าซื้อ คงเป็นความกังวลต่อปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ที่เกิดขึ้นมากกว่า ที่บริษัทจะต้องควบคุมหนี้เสียให้ได้ ในเมื่อรัฐบาลไม่สามารถบังคับให้ผู้ประกอบการธุรกิจเช่าซื้อต้องปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าได้ทุกราย ก็ย่อมเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการธุรกิจเช่าซื้อต้องพิจารณาเองว่า จะปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อให้ได้หรือไม่

เมื่อหากย้อนเวลากลับไปในช่วงที่เกิดโครงการรถคันแรกขึ้น ภาวะเศรษฐกิจของไทยยังไม่หนักหนาสาหัสเท่าปัจจุบันนี้ การพิจารณาอนุมัติสินเชื่อจึงยังไม่ถึงขั้นเข้มงวดสุดๆ เหมือนปัจุบัน เช่น ผู้ประกอบการเช่าซื้อยังสามารถนำรายได้ของค่าล่วงเวลา (โอที) มาประกอบการพิจารณาให้สินเชื่อรวมกับรายได้ประจำที่มีอยู่ ทำให้ลูกค้าสามารถจัดค่างวดผ่านได้ แต่ในภาวะปัจจุบันหาเป็นเช่นนั้นไม่ เมื่อผู้ประกอบการเช่าซื้อเลือกที่จะพิจารณาจากรายได้ประจำที่มีความแน่นอนเป็นหลัก

ขณะที่หากเป็นลูกค้าในกลุ่มเกษตรกร ราคาสินค้าเกษตรในปัจจุบันก็ยังคงตกอยู่ เช่น ราคาข้าวเปลือกก็ยังไม่มีวี่แววที่จะกลับไปถึงตันละ 1.5 หมื่นบาท เหมือนกับที่ได้รับจากโครงการรับจำนำข้าว 

หากขายรถคันแรกทิ้งไป เงินที่ได้กลับมาอาจเพียงพอแค่โปะค่างวดที่เหลืออยู่เท่านั้น เพราะโดยเฉลี่ยแล้วลูกค้าเช่าซื้อจะผ่อนค่างวดอยู่ประมาณ 5 ปี

นั่นเท่ากับว่า หากมีการปลดล็อกและรถครบเกณฑ์ 3 ปี แล้วขายรถคันแรกทิ้งก็ยังต้องนำเงินที่ได้มาไปโปะค่างวดที่เหลืออีก 2 ปี ให้หมดก่อนถึงจะเป็นไทย แล้วยังต้องมีเงินเหลือหรือหาเงินดาวน์ก้อนใหม่มาวางเพื่อซื้อรถใหม่อีกด้วย ดังนั้นเมื่อหักกลบลบหนี้กันแล้ว รถคันแรกก็อาจไม่มีให้ใช้ทำมาหากินต่อ แถมรถคันใหม่ก็ไม่มีกำลังซื้ออีก เมื่อยื่นเรื่องขอกู้ใหม่กับผู้ประกอบการเช่าซื้อแล้วก็ไม่ผ่าน

อย่างดีที่สุด ก็คงปลดล็อกหนี้สินที่มีอยู่ให้กับตัวเองลดลงเท่านั้น แผนกระตุ้นกำลังซื้อรอบใหม่จากเจ้าของรถคันแรกจึงอาจไม่สมหวังก็เป็นได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท