
หุ้นไทยระยะสั้น ยังไม่น่าลงทุน
โดย...สานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล
โดย...สานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล
นาทีนี้แม้ว่ายุโรปจะออกมาประกาศกร้าวว่า พร้อมจะอัดฉีดรวมถึงเพิ่มวงเงินผ่านนโยบาย QE ต่อไป หากเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว
แต่สิ่งที่เรียกว่า QT หรือการขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ที่อยู่ในรูปแบบทุนสำรองระหว่างประเทศของประเทศต่างๆ ออกมาเพื่อไม่ให้ค่าเงินของตนเองไม่อ่อนค่าเร็วเกินไปนั้น ก็เป็นประเด็นที่สร้างความกังวลในตลาดหุ้นทั่วโลกไม่แพ้ตัวเลขการจ้างงานสหรัฐ ที่ล่าสุดออกมาดีพอสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยของ FED เร็วๆ นี้
ทำให้สัปดาห์ก่อนตลาดหุ้นทั่วโลกต่างย่อตัวลง นำโดย Hang Seng -3.57% และ Dow Jones -3.25% ในขณะที่ตลาดหุ้นไทยรีบาวด์ได้เล็กน้อย 0.35% จากแรงซื้อกลุ่มสถาบันฯ
ระยะสั้นตลาดหุ้นทั่วโลกยังมีแนวโน้มย่อตัว
รอจังหวะทยอยสะสมลงทุนระยะยาว
ตลาดหุ้นสหรัฐ : สัปดาห์หน้าจับตาดูการประชุม FED ถึงแม้เราคาดว่ายังไม่ขึ้นดอกเบี้ยในครั้งนี้ แต่ยังมองว่าโอกาสขึ้นในปีนี้มีสูง แนะนำให้นักลงทุนชะลอการลงทุนในหุ้นสหรัฐในช่วงนี้ออกไปก่อน
ตลาดหุ้นจีน : แม้เศรษฐกิจชะลอตัว แต่รัฐบาลจีนก็ได้เตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาดังกล่าวผ่านโครงการปฏิรูปเศรษฐกิจแล้ว ซึ่งเรามองจีนในระยะยาวยังมีโอกาสโตได้ และด้วย P/E ตลาด Hang Seng ที่ตํ่ากว่า 8 เท่า เราจึงแนะนำเข้าทยอยลงทุนในกองทุนหุ้น H-share
ตลาดหุ้นยุโรป : แม้การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนและการขึ้นดอกเบี้ย FED จะกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยุโรป แต่ล่าสุด EURO ก็ออกมาประกาศพร้อมอัดฉีด QE เพิ่มหากเศรษฐกิจยุโรปยังไม่ฟื้นตัว เราแนะนำเข้าทยอยลงทุนระยะยาวในกองทุนหุ้นยุโรป
ตลาดหุ้นญี่ปุ่น : เศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังฟื้นตัว รัฐบาลเลื่อนเวลาการขึ้น VAT ไปปี 2560 พร้อมประกาศจะเพิ่มเม็ดเงินผ่านจากนโยบาย QE หาก GDP โตได้ไม่ตามคาด เราแนะนำเข้าทยอยลงทุนระยะยาวในกองทุนหุ้นญี่ปุ่นเช่นกัน
การเลือกตั้งถูกเลื่อนออกไป
หุ้นไทยระยะสั้นยังไม่น่าลงทุน
สปช.ปฏิเสธร่างรัฐธรรมนูญ ทำให้การเลือกตั้งถูกเลื่อนออกไปจนถึงปี 2560 บวกกับความกังวลเรื่องการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนและการขึ้นดอกเบี้ย FED น่าจะทำให้ SET ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ Sideway-Sideway Down
แนะนำนักลงทุนชะลอการลงทุนในระยะสั้นๆ ออกไปก่อน แต่สามารถทยอยลงทุนในกองทุน LTF/RMF ได้ที่แนวรับ SET 1,340 จุด
ขณะนี้ตลาดหุ้นทั่วโลกมีความไม่แน่นอน แนะนำนักลงทุนเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในกองทุนตลาดเงิน หรืออาจลงทุนระยะยาวในกองทุนอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น เพื่อลดความผันผวนพอร์ต
ไม่แนะนำลงทุนในกองทุนทองคำ-นํ้ามัน
แนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ FED อย่างน้อย 1 ครั้งในปีนี้ ทำให้ทองคำถูกลดระดับความน่าสนใจลง โดยกรอบราคาทองคำที่เรามองใน
สัปดาห์นี้อยู่ที่ 1,110-1,140 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์
แม้ว่าจำนวนแท่นขุดเจาะในสหรัฐจะลดลงมากแล้ว แต่อุปทานก็ยังล้นตลาด และกลุ่มโอเปกก็ไม่มีทีท่าว่าจะปรับลดการผลิตลง คาดการณ์ว่าแนวโน้มราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้ยังผันผวน จึงแนะนำเริ่มทยอยขายกองทุนน้ำมันหากราคาขึ้นไปถึง 53 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล







