posttoday
MCSฟื้นทุ่ม10ล.ขยายฐานเหล็กญี่ปุ่น

MCSฟื้นทุ่ม10ล.ขยายฐานเหล็กญี่ปุ่น

10 กันยายน 2558

MCS ขยายฐานญี่ปุ่น ทุ่ม 10 ล้าน ซื้อหุุ้นใหญ่บริษัทผลิตโครงเหล็ก ยันปีนี้กำไรปกติ

MCS ขยายฐานญี่ปุ่น ทุ่ม 10 ล้าน ซื้อหุุ้นใหญ่บริษัทผลิตโครงเหล็ก ยันปีนี้กำไรปกติ

นายไนยวน ชิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็ม.ซี.เอส.สตีล (MCS) เปิดเผยว่า MCS ได้เข้าซื้อหุ้นจำนวน 66% ใน Natsu Steel Structure Co., Ltd. ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตโครงสร้างเหล็กมาเกือบ 50 ปี มูลค่า 33 ล้านเยน หรือประมาณ 9.65 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางแห่งแรกที่อำนวยความสะดวกด้านการผลิตให้กับบริษัทในประเทศญี่ปุ่น และเป็นศูนย์กลางการประสานงานกับลูกค้า และสนับสนุนการส่งสินค้าทั้งจากไทยและจีนที่ส่งไปติดตั้งที่ญี่ปุ่น โดยจะเป็นสถานที่ในการแก้ไข เปลี่ยนแปลงกรณีที่ลูกค้ามีความต้องการเพิ่ม

ทั้งนี้ Natsu Steel Structure Co., Ltd. เป็นผู้รับจ้างผลิต ออกแบบและติดตั้งโครงสร้างเหล็ก และเป็นโรงงานที่ได้รับมาตรฐาน H Grade โดยมีโรงงานตั้งอยู่ที่เมืองชิบะ มีกำลังการผลิต 1.8 หมื่นตัน/ปี และมีระยะทางเพียง 10 กิโลเมตรเพื่อไปยังท่าเรือชิบะ ภายหลังการซื้อหุ้นใน Natsu Steel Structure Co., Ltd. แล้ว จะกลายเป็นบริษัทย่อย

สำหรับผลการดำเนินงานในปีนี้ บริษัทคาดว่ารายได้รวมจะเติบโตได้ตามเป้าที่วางไว้ไม่น้อยกว่า 1 หมื่นล้านเยน โดยภาพรวมธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังยังคงมีแนวโน้มสดใส จากมูลค่างานในมือในปัจจุบันอยู่ที่ 2 แสนตัน ซึ่งยังไม่รวมโครงการขนาดใหญ่ของบริษัทในญี่ปุ่น โดยจะทยอยรับรู้ได้ต่อเนื่องถึงปี 2562 และในอนาคตคาดว่าจะมีงานใหม่ทยอยเข้ามาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า ในปี 2558 บริษัทคาดว่าผลประกอบการจะกลับสู่ภาวะปกติเฉลี่ย 10 ปีที่ผ่านมา ที่มีกำไรราว 400-500 ล้านบาท/ปี ทั้งนี้ไม่นับปี 2557 ที่ถือว่าแย่สุดในรอบ 10 ปี ที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าปีนี้กำไรสุทธิ น่าจะมากกว่า 400 ล้านบาท โดยครึ่งปีแรกมีกำไรสุทธิแล้ว 344 ล้านบาท สูงกว่าทั้งปี 2557 ที่มีกำไร 82 ล้านบาท โดยปีนี้จะพยายามรักษาอัตรากำไรสุทธิไว้ที่ 18-20% จากครึ่งปีแรกได้แล้ว 19.47%

สำหรับแนวโน้มในครึ่งปีหลังคาดว่าจะส่งมอบงานราว 2.2 หมื่นตัน ต่ำกว่าครึ่งปีแรกที่เกือบ 3 หมื่นตัน ซึ่งเป็นฤดูกาลปกติของบริษัทที่ครึ่งปีหลังจะส่งมอบงานน้อยกว่า จากเป้าทั้งปีส่งมอบงาน 5 หมื่นตัน

“โดยเฉพาะในไตรมาส 3 บริษัทได้ประโยชน์จากเงินบาทที่อ่อนค่าลง เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ที่ค่าเงินเยนเฉลี่ยอยู่ที่ 27 บาท ต่อ 100 เยน ส่งผลให้บริษัทมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากรายได้หลักส่วนใหญ่เป็นสกุลเงินเยน จึงอยากให้นักลงทุนมั่นใจว่าบริษัทยังสามารถเติบโตได้ตามแผนที่วางไว้ตั้งแต่ต้นปีอย่างแน่นอน” นายไนยวน กล่าว

นอกจากนั้น บริษัทมีเงินสดในมือ 500-600 ล้านบาท และจะลงทุนทำอาคารสำนักงานให้เช่าในประเทศลักษณะตึกโครงสร้างเหล็กแบบในประเทศญี่ปุ่น แต่ต้องหาผู้ร่วมธุรกิจ ผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ คาดว่าจะได้ข้อสรุปในปี 2559 เพื่อสร้างรายได้เสริมส่วนมูลค่าการลงทุนยังต้องหารือ

ก่อนหน้านี้ บริษัทมีการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลหุ้นละ 0.25 บาท ผู้ถือหุ้นจะได้รับเงินปันผลในวันที่ 10 ก.ย.นี้ คิดเป็นอัตราผลตอบแทนประมาณ 2.47% เทียบกับราคาหุ้นปิดที่ 10.10 บาท หลังจากบริษัทมีกำไรสุทธิถึง 153 ล้านบาท ในไตรมาส 2 พลิกจากที่ขาดทุนสุทธิ 23 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันปีก่อน และรวม 6 เดือนปีนี้มีกำไรสุทธิ 344 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท