posttoday
โกลเด้นทิวลิปฯ เร่งบุก รับทำเลพระราม 9 บูม

โกลเด้นทิวลิปฯ เร่งบุก รับทำเลพระราม 9 บูม

10 กันยายน 2558

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

จากการพัฒนาเมืองกรุงเทพฯ มีการสร้างศูนย์การค้าขนาดใหญ่กระจายตัวออกไปในหลายพื้นที่ ส่งผลให้หลายพื้นที่ที่เดิมอาจไม่ใช่แหล่งที่พักหลักของนักท่องเที่ยว มีแนวโน้มกลายเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวสนใจพักมากขึ้น อย่างเช่น ย่านพระราม 9 ซึ่งปัจจุบันมีทั้งรถไฟฟ้าใต้ดิน มีแอร์พอร์ตลิงค์เชื่อมต่อไปยังสนามบินสุวรรณภูมิและยังมีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ เช่น เซ็นทรัลพระราม 9 นอกจากนี้จะมีศูนย์การค้าใหญ่เกิดขึ้นอีกแห่งในบริเวณนี้ ในเร็วๆ นี้ ทำให้โรงแรมในย่านนั้นได้รับอานิสงส์ตามไปด้วย

ลือศักดิ์ พันธุ์อุทัย รองผู้จัดการทั่วไป โรงแรมโกลเด้นทิวลิป ซอฟเฟอริน กรุงเทพฯ เปิดเผยว่า ปีนี้โรงแรมได้ใช้งบกว่า 20 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงภายในโรงแรมใหม่หลายส่วนให้ดูทันสมัยขึ้น โดยคาดว่าการปรับปรุงทั้งหมดจะเสร็จสมบูรณ์ภายในปลายปี 2559 ทันรองรับแนวโน้มย่านพระราม 9 ที่จะกลายเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจการค้าใหม่ โดยเฉพาะจากกรณีที่พื้นที่ฝั่งตรงข้ามโรงแรมกำลังก่อสร้างเป็นศูนย์การค้าใหญ่โชว์ดีซี ซึ่งเบื้องต้นจะเปิดให้บริการเดือน เม.ย. 2559

สิ่งที่ทางโรงแรมปรับปรุง ได้แก่ บิซิเนส เลานจ์ และเอ็กเซ็กคลูทีฟ เลานจ์ เพื่อให้รองรับกลุ่มนักธุรกิจได้ดีขึ้น การปรับปรุงห้องจัดเลี้ยงให้ทันสมัยและการทยอยปรับปรุงห้องพัก 2 ชั้น

ทั้งนี้ โรงแรมมี 448 ห้อง ปัจจุบันกลุ่มเป้าหมายที่มาพักโรงแรม 50% เป็นลูกค้าสายการบินกว่า 10 สายการบินที่ส่งลูกเรือมาพัก สายการบินที่ใช้บริการมากที่สุดคือสายการบินจากตะวันออกกลาง ส่วน 10% คือกลุ่มนักธุรกิจ บริษัท องค์กรต่างๆ 10% เป็นกรุ๊ปทัวร์ ที่เหลือเป็นกลุ่มอื่นๆ เช่น 3% เป็นกลุ่มญาติหรือตัวผู้ที่มาใช้บริการโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียง

ในอนาคตเมื่อย่านพระราม 9 กลายป็นย่านธุรกิจสำคัญมากขึ้น ก็คาดว่าจะทำให้โรงแรมสามารถเพิ่มสัดส่วนกลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักธุรกิจได้อีก ซึ่งน่าจะเห็นสัดส่วนนักธุรกิจที่มาใช้บริการเพิ่มชัดเจนในอีก 2 ปีข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม โรงแรมจะยังคงรักษาสัดส่วนกลุ่มเป้าหมายสายการบินเป็นตลาดหลักไว้เช่นเดิม โดยเฉพาะสายการบินจากตะวันออกกลาง เนื่องจากกลุ่มนี้จะไม่ได้รับผลกระทบเลยในกรณีที่ไทยมีสถานการณ์อะไรเกิดขึ้น ตราบใดที่สายการบินเหล่านี้ยังมีเที่ยวบินมายังกรุงเทพฯ ก็จะยังส่งลูกเรือมาใช้บริการห้องพักอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งถือเป็นกลุ่มลูกค้าที่ทำให้อัตราเข้าพักโดยรวมมีเสถียรภาพ โดยในแต่ละปีอัตราเข้าพักเฉลี่ยของโรงแรมจะอยู่ที่ระดับ 80%

“ช่วงที่ผ่านมาที่มีเหตุระเบิดย่านใจกลางเมือง ก็มีสายการบินบางสายการบินที่เคยส่งลูกเรือเข้าพักโรงแรมใจกลางเมืองย้ายมาพักที่โรงแรมแทนชั่วคราว ดังนั้นแม้โรงแรมจะได้รับผลกระทบจากกลุ่มทัวร์ที่ลดลงบ้างในช่วงนี้ แต่ก็ยังมีลูกเรือของสายการบินมาใช้บริการทดแทน ทำให้ภาพรวมอัตราเข้าพักโดยรวมไม่ได้ตกลงและถือว่าอยู่ในระดับที่ดีกว่าโรงแรมหลายแห่งที่เมื่อกลุ่มทัวร์หายไป ก็ได้รับผลกระทบอัตราเข้าพักตกไปทันที” ลือศักดิ์ กล่าว

ด้านจุดขายที่โรงแรมจะเน้นนำเสนอในอนาคตเพื่อดึงลูกค้ามาเข้าพักคือ การเป็นโรงแรมที่อยู่ระหว่างในตัวเมืองและสนามบิน ซึ่งจะตอบสนองความต้องการของกลุ่มที่กังวลเกี่ยวกับปัญหารถติดทำให้การเดินทางไปยังสนามบินลำบากได้ เนื่องจากอยู่ช่วงปลายของตัวเมือง เดินทางด้วยรถไปยังสนามบินได้สะดวกกว่า อีกทั้งมีทางเลือกในการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ เนื่องจากที่ตั้งของโรงแรมอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์นัก รวมทั้งการนำเสนอเป็นโรงแรมที่อยู่ใจกลางย่านสำนักงานเกิดใหม่

ขณะเดียวกันยังมีจุดแข็งสำคัญเรื่องการดูแลรักษาความปลอดภัย เนื่องจากเป็นโรงแรมที่หลายสายการบินมาใช้บริการ ซึ่งกลุ่มนี้ให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยของลูกเรือมาก จะส่งคนมาตรวจโรงแรมทุก 3 เดือน ว่าได้มาตรฐานตามเกณฑ์ที่กำหนดหรือไม่ ทำให้โรงแรมต้องพัฒนาให้ได้มาตรฐานสากลสม่ำเสมอ รวมทั้งการพยายามปรับโครงสร้างการทำงานของโรงแรมโดยใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วย เพื่อให้โรงแรมมีภาพลักษณ์ทันสมัยขึ้น ตอบสนองกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการใช้เทคโนโลยี เช่น การใช้เมนูสั่งอาหารดิจิทัลในทุกห้องอาหาร

สำหรับแนวทางการทำตลาดของโรงแรมนั้น ก็จะเน้นรักษาตลาดเดิมให้ดี รวมทั้งขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ ผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น โดยแต่ละแผนกจะมีเฟซบุ๊กแฟนเพจของแผนกเอง นอกเหนือไปจาก
เฟซบุ๊กแฟนเพจรวมของโรงแรม เช่น เฟซบุ๊กของแผนกห้องพัก เพื่อนำเสนอโปรโมชั่นเกี่ยวกับห้องพัก แผนกร้านอาหาร นำเสนอโปรโมชั่นของร้านอาหารในแต่ละช่วง และแผนกบุคคลเพื่อใช้ในการหาบุคลากรใหม่ๆ เข้ามาทำงานกับโรงแรม ซึ่งการมีหลายช่องทางในออนไลน์ ทำให้โรงแรมสามารถกระจายข้อมูลไปถึงลูกค้าได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีการทำไลน์ออฟฟิเชียลให้ลูกค้ารับรู้ข้อมูลโปรโมชั่นต่างๆ ของโรงแรมได้ง่ายและเร็วขึ้น สามารถรับอี-คูปอง ส่วนลดในการใช้บริการร้านอาหารผ่านทางไลน์ เพื่อนำมาแสดงเมื่อใช้บริการที่ห้องอาหารได้ ซึ่งถือเป็นอีกช่องทางสำคัญที่เพิ่มยอดลูกค้าใช้บริการร้านอาหารได้ถึง 10% จากเดิม โดยลูกค้ามีทั้งกลุ่มที่เป็นคนทำงานและกลุ่มครอบครัว

ลือศักดิ์ กล่าวว่า โรงแรมที่ถือเป็นคู่แข่งในย่านพระราม 9 นั้นมีเพียง 5 แห่ง ครอบคลุมรัศมีทางถนนรัชดาภิเษกและถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ซึ่งการแข่งขันก็ไม่ได้สูงมาก เพราะแต่ละโรงแรมมีกลุ่มเป้าหมายหลักที่แตกต่างกันออกไป จึงยังรักษาฐานลูกค้าของตัวเองได้ดี

โรงแรมเกือบทุกแห่งในย่านพระราม 9 จะมีอัตราเข้าพักอยู่ในระดับ 80-90% โดยในส่วนของโรงแรมโกลเด้นทิวลิป ซอฟเฟอริน กรุงเทพฯ ปีนี้คาดว่าอัตราเข้าพักเฉลี่ยทั้งปีน่าจะเกิน 80% ได้ ส่วนราคาห้องพักนั้นปกติจะปรับขึ้นปีละ 5% จากปีก่อน ซึ่งปีหน้าก็น่าจะปรับขึ้นราคาในระดับนี้ได้

เมื่อศูนย์การค้าใหม่ในย่านพระราม 9 เปิดเมื่อไหร่ เชื่อว่าย่านนี้จะกลายเป็นแหล่งที่พักสำคัญขึ้นกว่าปัจจุบันตามที่โรงแรมประเมินแน่นอน ถึงเวลานั้นอาจมีคู่แข่งรายใหม่เกิดอีก ดังนั้นโรงแรมเดิมต้องวางแผนให้ดีเพื่อยึดพื้นที่ส่วนแบ่งตลาดเอาไว้

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ