
3บจ.ลุยลงทุนตปท.
บริษัทไทยลุยลงทุนเมืองนอก GL ประกาศร่วมทุนอินโดฯ TAPAC ร่วมถือหุ้นอสังหาฯ สวีเดน
บริษัทไทยลุยลงทุนเมืองนอก GL ประกาศร่วมทุนอินโดฯ TAPAC ร่วมถือหุ้นอสังหาฯ สวีเดน
นายมิทซึจิ โคโนชิตะ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุ๊ปลีส (GL) เปิดเผยว่า บริษัท โฮลดิ้ง ของ GL ในสิงคโปร์ ร่วมทุน 65% กับกลุ่ม J Trust Asia ของญี่ปุ่น สัดส่วน 20% และกลุ่มทุนท้องถิ่นในอินโดนีเซีย 15% จัดตั้งบริษัท PT JTrust Finance Indonesia มีทุนจดทะเบียนประมาณ 7 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 245 ล้านบาท เพื่อทำธุรกิจเช่าซื้อในอินโดนีเซีย คาดจะเริ่มธุรกิจได้ภายในสิ้นปีนี้
ทั้งนี้ บริษัทที่จัดตั้งใหม่จะอาศัยเครือข่ายสาขาของธนาคารท้องถิ่นในอินโดนีเซียจำนวน 62 แห่ง ซึ่งกลุ่ม J Trust เป็นเจ้าของเปิดจุดให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ เครื่องจักรกลการเกษตร เครื่องใช้ไฟฟ้าและแผงโซลาร์เซลล์ ขณะเดียวกัน บริษัทร่วมทุนใหม่นี้ยังพร้อมควบรวมกิจการกับไฟแนนซ์ท้องถิ่นทันทีที่มีผลการเจรจา ซึ่งดำเนินการมาต่อเนื่องระยะหนึ่งแล้วบรรลุผลสำเร็จ
“การขยายธุรกิจเช่าซื้อเข้าสู่อินโดนีเซียจะเป็นก้าวย่างที่สำคัญต่อการนำพาบริษัทบรรลุสู่วิสัยทัศน์ ผู้นำธุรกิจเช่าซื้อในภูมิภาคอาเซียนภายใน 5 ปี โดยอินโดนีเซียถือเป็นประเทศที่ 3 จากก่อนหน้าไปกัมพูชาในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา และเริ่มขยายธุรกิจเข้าสู่ประเทศ สปป.ลาว เมื่อเร็วๆ นี้”
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2 ที่ผ่านมา กำไรสุทธิทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่ที่ 129.47 ล้านบาท เติบโตมากถึง 1,765% เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิในไตรมาส 2 ของปีที่แล้ว เป็นผลจากการดำเนินงานขยายตัวอย่างก้าวกระโดดในประเทศกัมพูชา โดยกำไรสุทธิทั้งหมดในไตรมาส 2 แบ่งเป็น 70 ล้านบาท มาจากในประเทศไทย และที่เหลือ 59 ล้านบาท เป็นธุรกิจในต่างประเทศ
นายมิทซึจิ กล่าวว่า พอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อในกัมพูชา ซึ่งประกอบด้วยรถจักรยานยนต์ “ฮอนด้า” และเครื่องจักรการเกษตรยี่ห้อ “คูโบต้า” จะเติบโตประมาณเท่าตัวจาก 45 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,600 ล้านบาท ณ สิ้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ไปเป็นประมาณ 80-100 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในสิ้นปีนี้ และเนื่องจากศักยภาพของตลาดยังมีอยู่สูงมาก จึงคาดว่าพอร์ตสินเชื่อรวมในกัมพูชาจะขยายตัวอีก 2.5 เท่า เป็นประมาณ 250 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในสิ้นปี 2559 ซึ่งเป็นการเติบโตขนาดใหญ่มากเมื่อเทียบกับพอร์ตสินเชื่อในประเทศไทยที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 5,000 ล้านบาท ในปัจจุบันไปเป็น 5,500 ล้านบาท ในช่วงเวลาเดียวกัน
“ศักยภาพในการขยายตัวของกัมพูชามีเยอะมากและการเติบโตนี้ส่วนใหญ่หรือ 80% ของลูกค้าของ GL มาจากพื้นที่ในชนบท ซึ่งมีการพัฒนาและเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องในรอบหลายปีที่ผ่านมา โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนไม่ว่าจะเป็นการขยายตัวของถนนหนทางใหม่ๆ การก่อสร้างที่อยู่อาศัย โดยความเจริญเหล่านี้ได้สร้างผู้บริโภคกลุ่มใหม่ขึ้นมาที่มีอำนาจการซื้อ ซึ่งเราไม่เคยเห็นมาก่อนในอดีต” นายมิทซึจิ กล่าว
สำหรับตลาดอินโดนีเซียจะคล้ายกับกัมพูชาที่มีการพัฒนา ทำให้ประชากรมีรายได้มากขึ้นและอินโดนีเซียมีประชากรมากกว่า 250 ล้านคน ตลาดจึงมีขนาดใหญ่กว่ากัมพูชาถึง 10 เท่า ส่วนประเทศไทยยังคงเป็นฐานธุรกิจของ GL ต่อไป แต่ผลประกอบการจากธุรกิจในภูมิภาคจะครองส่วนแบ่งรายได้รวมและกำไรเพิ่มมากขึ้นต่อจากนี้ไป อาทิ กำไรจากกัมพูชาจะเทียบเท่ากับกำไรจากประเทศไทยในไตรมาส 3 และจะแซงหน้าได้ตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีนี้
นายโสฬส ตั้งในธรรม กรรมการ บริษัท ทาพาโก้ (TAPAC) แจ้งว่า คณะกรรมการบริษัทมีมติให้ซื้อหุ้นเพิ่มทุนในบริษัท C4Hus AB ซึ่งทำธุรกิจก่อสร้างและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศสวีเดนจำนวน 50.50% มูลค่าเงินลงทุน 42.84 ล้านบาท ซึ่งการลงทุนจะทำให้บริษัทรับรู้กำไรตามสัดส่วนการลงทุนคือ ครึ่งปีแรกมีสินทรัพย์รวม 208 ล้านบาท หนี้สิน 159 ล้านบาท มีกำไรสะสม 28 ล้านบาท มีรายได้รวม 508 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 5.2 ล้านบาท
นายวิรัฐ สุขชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไฟร์ วิคเตอร์ (FIRE) กล่าวว่า บริษัทคาดกำไรสุทธิปีนี้จะลดลงกว่าปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 60.6 ล้านบาท และปรับลดคาดการณ์รายได้จะเติบโต 10% จากเดิมคาดไว้ไม่ต่ำกว่า 15% ส่วนการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศนั้น บริษัทได้เริ่มที่กัมพูชาเป็นแห่งแรกฝั่งคนไทยจะถือหุ้นในสัดส่วน 60% และพันธมิตรท้องถิ่น 40% เข้าไปจัดตั้งสำนักงาน เพื่อเป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้าน่าจะเริ่มดำเนินการได้เต็มรูปแบบในปีหน้าเป็นต้นไป และจะมีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศ 5-10% และยังสนใจที่เมียนมาและลาวด้วย







