
แนะซื้อ-ถือRS
โดย...บล.เอเซีย พลัส/บล.ธนชาต
โดย...บล.เอเซีย พลัส/บล.ธนชาต
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส แนะนำการลงทุนระยะสั้นในกลุ่มสื่อโดยให้นักลงทุนโยกออกจากหุ้นบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ (WORK) มาเข้าบริษัท อาร์เอส (RS) แทน หลังจาก RS ลดทุนซื้อหุ้นคืนจำนวน 12.4 ล้านหุ้น ทำให้จำนวนหุ้นที่ซื้อขายในตลาดลดลงเหลือ 1,009.9 ล้านหุ้น ส่งผลให้ประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) เพิ่ม 1.2% แสดงถึงฐานะการแข็งแกร่งบวกกับเรตติ้งยังพุ่งต่อเนื่อง หนุนกำไรเพิ่มขึ้นเป็นขั้นบันไดจากงวดไตรมาส 2 ขณะที่ราคาปัจจุบันเหลือการปรับขึ้นกว่า 20% เป็นโอกาสทองให้ซื้อลงทุน
ช่อง 8 มีส่วนแบ่งผู้ชมเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจาก 4.5% ในเดือน มิ.ย. มาอยู่ที่ 5.8% ในช่วงวันที่ 1-15 ส.ค. 2558 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากการที่ประชาชนเข้าถึงทีวีดิจิทัลได้มากขึ้นตามการขยายโครงข่ายและการแลกคูปอง Set top box หนุนให้อัตราใช้เวลาโฆษณาคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 45% ในงวดไตรมาส 2 มาอยู่ที่ราว 60-70% ในไตรมาส 3 และเพิ่มขึ้นเป็น 75% ในไตรมาส 4 คาดว่ากำไรสุทธิงวดครึ่งปีหลังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยจากในช่วง 6 เดือนแรกที่มีกำไรสุทธิ 0.7 ล้านบาท และทำให้กำไรสุทธิทั้งปีอยู่ที่ 152.8 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 1.51 บาท ลดลงจากปีก่อนหน้า 58% เนื่องจากปีที่แล้วมีรายได้จากฟุตบอลโลกราว 873 ล้านบาท และคาดว่ากำไรสุทธิปีหน้าจะกลับมาเติบโต 1 เท่าตัวจากปีนี้ จากส่วนแบ่งผู้ชมที่เพิ่มขึ้นทำให้คาดว่าจะเริ่มปรับอัตราค่าโฆษณาเฉลี่ยเพิ่มขึ้นได้เป็นราว 2.8 หมื่นบาท/นาที จากปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 2.5 หมื่นบาท/นาที
“หุ้น Top Pick กลุ่มมีเดียส์ คือ WORK ได้ปรับตัวขึ้นมาจนเต็มมูลค่าพื้นฐานปี 2558 แล้ว
จึงเป็นโอกาสของนักลงทุนระยะสั้นให้โยกจาก WORK มูลค่าพื้นฐาน 45 บาท มาซื้อ RS ให้มูลค่า 13.10 บาทแทน ขณะที่นักลงทุนระยะยาวยังสามารถถือ WORK เพื่อการลงทุนได้ เพราะฝ่ายวิจัยจะปรับไปใช้มูลค่าเหมาะสมปี 2559 หลังประกาศงบไตรมาส 3 ซึ่งเบื้องต้นมูลค่าเหมาะสมของ WORK อยู่ที่ราว 50-55 บาท และของ RS อยู่ที่ 15-16 บาท” นักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส ระบุ
ด้านนักวิเคราะห์ บล.ธนชาต แนะนำ “ถือ” หุ้น RS ราคาเป้าหมาย 11.50 บาท/หุ้น แม้จะคงราคาเป้าหมายที่ 11.50 บาท แต่ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น “ถือ” เนื่องจากราคาหุ้นได้สะท้อนผลการดำเนินงานที่อ่อนแอในช่วง 6 เดือนแรก อีกทั้งยังคาดว่าการดำเนินงานจะค่อยๆ ฟื้นตัวในครึ่งปีหลังด้วยมีกลยุทธ์ใหม่ในการรักษาระดับอัตราค่าโฆษณาในช่วงเศรษฐกิจอ่อนแอ เพื่อผลักดันอัตราการใช้เวลาโฆษณาของธุรกิจโทรทัศน์
“เราเชื่อว่าผลการดำเนินงานของ RS แตะจุดต่ำสุดแล้วในครึ่งปีแรก และกำลังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปท่ามกลางเศรษฐกิจที่อ่อนแอในครึ่งปีหลัง และด้วยราคาหุ้นที่ลดลงสะท้อนผลการดำเนินงานที่อ่อนแอแล้ว เราจึงปรับประมาณการกำไรปี 2558 ขึ้นเล็กน้อยจาก 94 ล้านบาท เป็น 132 ล้านบาท เพราะมีรายการเครดิตภาษี 37 ล้านบาท ในไตรมาส 2 จากการเปลี่ยนนโยบายทางบัญชีในส่วนของภาษีเงินได้รอตัดบัญชี สำหรับปี 2559-2560 เราปรับประมาณการเล็กน้อย ดังนั้นราคาเป้าหมายจึงไม่เปลี่ยนแปลง โดยอยู่ที่ 11.5 บาท/หุ้น” บล.ธนชาต ระบุ
ธุรกิจทีวีดาวเทียมกลายเป็นตัวขับเคลื่อนกำไร เพราะโครงสร้างต้นทุนของธุรกิจ เช่น มีต้นทุนเนื้อหารายการและการเช่าโครงข่ายต่ำกว่า DTV อย่างมาก ธุรกิจทีวีดาวเทียมของ RS สร้างกำไรขั้นต้นให้ราว 75 ล้านบาท หรือ 20% ของกำไรขั้นต้นรวมในครึ่งปีแรก ส่วนช่อง 8 ที่ยังคงมีเรตติ้งทีวีติดอันดับ 4 เราคาดว่าอัตราการใช้เวลาโฆษณาน่าจะดีขึ้น ส่วนแนวโน้มการชมรายการและฟังเพลงออนไลน์มากขึ้น เราจึงเชื่อว่า RS กำลังมองหาธุรกิจอื่นที่ให้อัตรากำไรสูง เพื่อชดเชยยอดขาย CD/DVD เพลงที่มีแนวโน้มลดลง







