posttoday
เงินสดเป็นพระเจ้า

เงินสดเป็นพระเจ้า

09 กันยายน 2558

นายกสมาคม บจ.แนะรับมือความเสี่ยง ให้รักษาสภาพคล่องมากที่สุด ส่วนกลุ่มอินทัชได้ปรับตัวให้ทันสถานการณ์

นายกสมาคม บจ.แนะรับมือความเสี่ยง ให้รักษาสภาพคล่องมากที่สุด ส่วนกลุ่มอินทัชได้ปรับตัวให้ทันสถานการณ์

นายสุรงค์ บูลกุล นายกสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย (สมาคม บจ.) เปิดเผยว่า ท่ามกลางสภาพแวดล้อมในการทำธุรกิจที่มีความเสี่ยงมากขึ้นในช่วงที่เหลือของปีนี้ ทางสมาคม บจ.ได้แนะนำให้สมาชิกใช้หลักบริหารความเสี่ยงด้วยการรักษาสภาพคล่องในมือให้ดี เพราะประเมินว่าการให้เครดิตวงเงินต่างๆ จากสถาบันการเงินจะถูกควบคุมมากขึ้น ทำให้การปล่อยกู้เป็นไปได้ลำบาก การดูแลบริหารกิจการให้ดี ไม่จำเป็นต้องเติบโตเขย่งแบบก้าวกระโดด ดังนั้นควรระมัดระวังการลงทุนด้วย

ทั้งนี้ จากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันนี้ ประเมินว่ามีหลายธุรกิจสามารถดำเนินไปได้ เช่น ธุรกิจบริโภค แต่ธุรกิจพลังงานจะอ่อนไหวต่อราคาทรัพยากรธรรมชาติ ทำให้ยังประสบปัญหาอยู่

อย่างไรก็ตาม เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาทางสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) รวมถึงสมาคม บจ.ได้เข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อแสดงความยินดีหลังเข้ารับตำแหน่ง พร้อมกับพูดคุยถึงกติกาต่างๆ ซึ่งทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า คงจะมีการปรับปรุงระบบภาษีเพื่อให้อยู่ในระดับที่สามารถแข่งขันทัดเทียมประเทศอื่นได้ และจะอำนวยความสะดวก จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทได้ภายใน 1 วัน

หลังจากนี้ทางสมาคม บจ.คงจะหาโอกาสพบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอีกครั้ง คาดจะหารือเรื่องภาษีบุคคลและนิติบุคคลให้ทัดเทียมกับประเทศในอาเซียน และอยู่ในระดับแข่งขันได้ นอกจากนั้นจะเข้าพบหารือกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เลขาธิการสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อหารือเรื่องต่างๆ

นายสุรงค์ กล่าวว่า สมาคม บจ.เห็นความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพในการแข่งขันของภาคเอกชนไทยสู่การแข่งขันในเวทีภูมิภาค จึงได้จัดหลักสูตร  “TLCA Executive Development Program (EDP) Class of Year 2016” เพราะสภาวะการแข่งขันรุนแรงขึ้น จึงอยากจะส่งเสริมให้ภาคเอกชนมีศักยภาพที่จะออกไปทำธุรกิจในต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศเพื่อนบ้าน

นายสมประสงค์ บุญยะชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) กล่าวถึงการบริหารความเสี่ยงธุรกิจช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวว่า เป็นสิ่งที่บริษัทต้องปรับตัวตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป INTUCH เป็นบริษัทแม่เป็นโฮสดิ้งเข้าไปลงทุนในบริษัทต่างๆ ก็ต้องมอนิเตอร์เรื่องการลงทุนของแต่ละบริษัทอย่างใกล้ชิด

ขณะที่บริษัทย่อยต่างๆ อย่าง บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) บริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ (CSL) บริษัท ไทยคม (THCOM) ก็ต้องติดตามดูการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคและลูกค้าอย่างใกล้ชิด ต้องเปลี่ยนแปลงแผนหรือกลยุทธ์ธุรกิจตามให้ทัน โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเทคโนโลยีย่อมมีการเปลี่ยนแปลงเร็ว

“การลงทุนท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวก็ต้องมีความระมัดระวังมากขึ้น ไม่ใช่ว่าเห็นของถูกในช่วงนี้แล้วจะต้องได้ข้อสรุปการเข้าไปร่วมลงทุน (VC) เสมอไป และอาจต้องมีการควบคุมต้นทุนในการดำเนินงานบ้าง แต่ถ้าเป็นการลงทุนเพื่อบริษัทในระยะยาวก็ยังคงต้องสนับสนุนต่อไป โดยเฉพาะการดูแลหรือพัฒนาศักยภาพของพนักงาน รวมถึงการวิจัยและการพัฒนา (R&D)” นายสมประสงค์ กล่าว

สำหรับเม็ดเงินการลงทุนแต่ละบริษัทย่อยก็มีแผนการลงทุนที่ชัดเจนอยู่แล้ว ขณะที่การมองหาธุรกิจ VC มีกำหนดงบลงทุนอย่างน้อยปีละ 200 ล้านบาท แต่ถ้าบริษัทมีความต้องการลงทุนอะไรก็มีเงินสดที่อยู่ในมือจำนวนมากพอ รวมถึงยังอยู่ในฐานะที่มีสภาพคล่องมากพอ เพราะมีอันดับเครดิตที่เตรียมพร้อมออกหุ้นกู้ หรือขอเงินกู้จากสถาบันการเงินได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท