
นายกฯสั่งทุกหน่วยเร่งกักเก็บน้ำ
นายกฯสั่งทุกหน่วยแหล่งขุดบ่อน้ำ คูคลอง เก็บน้ำ หลังคาดปีนี้แล้งรุนแรง
นายกฯสั่งทุกหน่วยแหล่งขุดบ่อน้ำ คูคลอง เก็บน้ำ หลังคาดปีนี้แล้งรุนแรง
พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้แสดงความเป็นห่วงสถานการณ์เนื่องจากพบว่าปริมาณน้ำที่กักเก็บในขณะนี้มีปริมาณน้ำน้อยทั้งที่ใกล้ฤดูฝนจึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่ได้รับโครงการ งบประมาณในการจัดหาแหล่งน้ำเร่งดำเนินการ ให้เร็วที่สุด เพื่อใช้ในการเก็บกักน้ำและให้แต่ละหน่วยงานไปสร้างความเข้าใจกับเกษตรกรและประชาชนในการประหยัดน้ำและปรับระบบการปลูกพืชใช้น้ำน้อย
นอกจากนั้น นายกฯ ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูว่าจะสามารถเก็บน้ำในแม่น้ำสาขา ไว้สำหรับใช้ได้อย่างไรก่อนที่จะไหลลงทะเล โดยเฉพาะในสาขา แม่น้ำโขงและแม่น้ำสาละวินสามารถที่จะทำเป็นแก้มลิง ทะเลสาบ หรือทำอะไรได้บ้างให้ทำรายละเอียดเสนอมาภายในสิ้นเดือนนี้เพื่อจะได้นำวิเคราะห์และวางมาตรการรับมือต่อไป
ทั้งนี้ ในส่วนของเกษตรกร ให้กระทรวงเกษตรฯไปเตรียมมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ทั้งในเรื่องของพันธุ์ และปัจจัยการผลิตร่วมทั้งสิ่งเสริมแนวทางการเกษตรตามพระราชดำริและเกษตรทฤษฏีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า งานบรรเทาภัยแล้งและอุกทกภัยได้ที่จะเร่งทำอยู่ในแผนยุทธศาสตร์น้ำที่ได้มีการส่งงบประมาณไปแล้วซึ่งหลังจากนี้ทุกหน่วยงานก็จะเร่งดำเนินการเพราะส่วนของเงินกู้เพิ่งได้รับ โดยจะเน้นหนักในงานของกรมชลประทานและ กรมทรัพยากรน้ำ ซึ่งในส่วนของการเพิ่มเติมแก้มลิง หรือทะเลสาบกรมชลฯกำลังดูพื้นที่ที่มีศักยภาพ
ทั้งนี้ปริมาณน้ำใช้การได้ในลุ่มเจ้าพระยาจาก 47 เขื่อนหลัก ณ วันที่ 8 ก.ย. มีปริมาณน้ำใช้การได้2,023 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.)น้อยกว่าปี 2557 ในช่วงเวลาเดียวกัน 2 พันล้านลบ.ม.โดยปริมาณน้ำใช้การได้ในเขื่อนภูมิพล 570 ล้านลบ.ม. เขื่อนสิริกิติ์1,154 ล้านลบ.ม. ทั้งนี้กรมชลประทานคงการระบายน้ำไว้ที่วันละ 16 ล้านลบ.ม. ต่อวัน







