posttoday
ชาวเรือสับ ‘แก้ใบเหลืองไอยูยู’ ไม่เข้าใจวิถีประมง

ชาวเรือสับ ‘แก้ใบเหลืองไอยูยู’ ไม่เข้าใจวิถีประมง

08 กันยายน 2558

โดย...สิทธิณี ห่วงนาค

โดย...สิทธิณี ห่วงนาค

ศูนย์ศึกษายุโรปศึกษาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเสวนา “วิกฤตใบเหลืองอียู : ผลกระทบต่อภาคประมงไทย” เมื่อวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา เพื่อระดมความเห็นเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดจากมาตรการแก้ปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ไม่รายงาน และไร้การควบคุม(ไอยูยู) ของรัฐบาลไทย หลังได้รับคำการแจ้งเตือน (ใบเหลือง) จากคณะกรรมาธิการยุโรปก่อนหน้านี้

สะมะแอ เจ๊ะมูดอ นายกสมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้าน สะท้อนปัญหาจากมาตรการของศูนย์ปฏิบัติการและแก้ไขการทำประมงที่ผิดกฎหมาย (ศปมผ.) ว่าไม่ได้เข้าใจวิถีการทำประมงที่แท้จริง เช่น เรือประมงพื้นบ้านมีการทำประมงในหลายประเภท เช่น อวนปลาทู อวนกุ้ง อวนปู ทำให้แต่ละลำจะมีเครื่องมือหลายอย่าง เมื่อก่อนจดทะเบียนรวม แต่ปัจจุบันให้จดแยกรายชนิด ชนิดละ 500 บาท กลายเป็นต้นทุน

“ศปมผ.ควรทบทวนการทำงานใหม่ จะแก้ใบเหลืองก็ว่าไป แต่ประมงในประเทศควรมีการพิจารณาให้รอบคอบเพราะมีความหลากหลายไม่เหมือนกัน ทั้งประมงพื้นบ้าน ประมงพาณิชย์ หรือการ
ทำประมงสองฝั่งทั้งอ่าวไทยและอันดามัน และอนาคตจะมาออกระเบียบห้ามจับปลาห้ามจดทะเบียนข้ามเขต ข้ามจังหวัดอีก จะยิ่งเป็นปัญหาซ้อนปัญหา” สะมะแอ กล่าว

ด้าน จิรา ลิ้มสมุทรชัยกุลผู้ประกอบการเรือประมงพาณิชย์ สะท้อนปัญหาว่า หลังจาก ศปมผ.กำหนดวันหยุดการทำประมง 6-9 วัน/เดือน กลับส่งผลกระทบต่อชาวประมงอย่างมาก เนื่องจากเรือจะแย่งกันออกทำประมง และแย่งกันเทียบท่าเรือเพื่อขายปลา ทำให้เกิดความวุ่นวายมากเนื่องจากท่าเรือมีจำกัด พ่อค้าแม่ค้าก็มีทุนจำกัด ซื้อปลาได้เล็กน้อยต่อวัน มีแต่นายทุนใหญ่เท่านั้นที่สามารถซื้อได้เพราะมีห้องเย็น

นอกจากนี้ การกำหนดวันออกทำประมงลดลงเดือนละ 5 วัน ทำให้เรือทุกลำเสียโอกาสในการทำมาหากิน เพราะนอกจากต้องหยุดตามที่กำหนดแล้ว การทำประมงปลาบางชนิดก็ต้องขึ้นกับดินฟ้าอากาศด้วย เช่น เรือปลาโอ หากลมแรงก็จะทำประมงไม่ได้ สรุปแล้วบางเดือนหยุดมากกว่า 15 วัน ในขณะที่ค่าแรงต้องจ่ายเต็มและบางรายต้องจ่ายล่วงหน้า 1-5 เดือน ทำ
ให้ทุกวันนี้เจ้าของเรือเป็นหนี้สินมากขึ้น

“ทางที่ดีควรกำหนดวันต่อปีมาเลย ให้ชาวประมงบริหารกันเอง แล้วรัฐไปตรวจที่ศูนย์พอร์ตอิน พอร์ตเอาต์ หรือ PIPO ชาวบ้านจะได้ออกเรือตามเดิมเพราะต้องดูคลื่นลมกันเองด้วย” จิรา กล่าว

ด้าน วิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ ที่ปรึกษาสมาคมประมงนอกน่านน้ำ กล่าวว่า คำสั่งของ ศปมผ. แต่ละเรื่องที่ออกมา ทำให้เห็นว่าเชื่อแต่ข้อมูลของกรมประมงเท่านั้น โดยเฉพาะข้อมูลการทำประมงเกินศักยภาพ หรือโอเวอร์ฟิชชิ่ง ที่สรุปออกมาว่าจับปลาได้เพียง 26 กก./ชม. กรมประมงเก็บข้อมูลจากที่ไหน แยกได้หรือไม่ว่าเป็นของประเทศไทยหรือเพื่อนบ้าน หรือเรื่องการลดเครื่องมือประมง ลดจำนวนเรือ ไม่มีประเทศไหนในโลกที่เอากฎหมายมากางแล้วกวาดคนออกไปจากสังคมทั้งหมด

“ผมถามว่าชาวประมงที่ทำอาชีพสุจริต ต่างจากวินรถตู้ มอเตอร์ไซค์หรือไม่ กลุ่มหลังรัฐเข้ามาช่วยแก้ไขให้ประกอบอาชีพต่อไปได้ แต่กับชาวประมงรัฐเลือกปฏิบัติด้วยวิธีที่ต่างกัน” วิชาญ กล่าว

ขณะที่ พล.ร.ท.จุมพลลุมพิกานนท์ หัวหน้าส่วนประชาสัมพันธ์ ศปมผ. ชี้แจงว่า โจทย์ของ ศปมผ. คือการแก้ไขและปลดใบเหลืองให้ได้ใน 6 เดือน ซึ่งนอกจากปัญหาใบเหลืองแล้ว น่าจะเป็นโอกาสแก้ไขปัญหาการทำประมงของไทยให้ถูกต้องตามกฎหมายด้วย เพราะปล่อยกันมานานจนกระทบต่อความมั่งคงด้านอาหารของประเทศ ทั้งเรือประมงและเครื่องมือการทำประมงที่ทำลายล้างและขัดกับกฎหมายสากล จึงนำมาสู่การดำเนินการให้มีการขึ้นทะเบียนเรือและการยกเลิกเครื่องมือประมงที่ผิดกฎหมาย

พล.ร.ท.จุมพล กล่าวอีกว่า การดำเนินการที่ผ่านมา ทุกอย่างได้มีการเปิดรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน เช่น กรณีเรืออวนรุน ทุกคนรู้ว่าทำประมงล้างผลาญจนต้องทำปะการังเทียมเพื่อสกัด หรือไอ้โง่ที่เอาเข้ามาจากประเทศจีน และมาดัดแปลงก็ทำประมงแบบทำลายล้าง ส่วนอวนรุนเคย ศปมผ.ไม่แตะต้องเพราะคำนึงถึงวิถีการประมงของไทย เป็นต้น

สำหรับชาวประมงที่เดือดร้อน รัฐบาลได้ดำเนินการเตรียมการช่วยเหลือ โดยให้แจ้งข้อมูลกับศูนย์ดำรงธรรมและเจ้าหน้าที่ปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อนำส่งความเดือดร้อนมาสู่ภาครัฐจะมีมาตรการช่วยเหลือต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท