
เรดดี้แพลนเน็ตแนะ ใช้ออนไลน์สร้างรายได้
การใช้เฟซบุ๊กเป็นช่องทางในการขายสินค้า หรือประชาสัมพันธ์เพจของแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก อาจไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แต่ยังมีเครื่องมืออีกมากที่ไม่ได้ถูกนำมาใช้อย่างถูกต้อง เพราะต้องเสียค่าใช้จ่าย แบรนด์ธุรกิจขนาดเล็กส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะใช้ของฟรี เพื่อลดต้นทุนในการโฆษณาประชาสัมพันธ์
การใช้เฟซบุ๊กเป็นช่องทางในการขายสินค้า หรือประชาสัมพันธ์เพจของแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก อาจไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แต่ยังมีเครื่องมืออีกมากที่ไม่ได้ถูกนำมาใช้อย่างถูกต้อง เพราะต้องเสียค่าใช้จ่าย แบรนด์ธุรกิจขนาดเล็กส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะใช้ของฟรี เพื่อลดต้นทุนในการโฆษณาประชาสัมพันธ์
บุรินทร์ เกล็ดมณี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เรดดี้แพลนเน็ต กล่าวว่า ธุรกิจขนาดเอสเอ็มอีในประเทศไทยที่มีจำนวนกว่า 2.7 ล้านราย แบ่งเป็นธุรกิจที่จดทะเบียนการค้ากับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เพียงหมื่นราย ในขณะที่ร้านค้าออนไลน์ประมาณ 1 ล้านราย ยังไม่จดทะเบียนธุรกิจอย่างเป็นทางการ
“องค์กรขนาดใหญ่เริ่มปรับตัวใช้งานออนไลน์กันมากขึ้น ส่วนกลุ่มธุรกิจที่เป็นอีคอมเมิร์ซอย่างแท้จริงมีไม่เกิน 30-40% ของธุรกิจทั้งหมดในไทย คิดเป็น 1 ล้านราย จากทั้งหมด 2.7 ล้านราย ซึ่ง
เรดดี้แพลนเน็ตดูแลลูกค้ากลุ่มออนไลน์ 1.6 หมื่นราย ยังมีลูกค้าอีกมากที่ต้องการลงทุนช่องทางนี้ให้คุ้มค่า และยังมีลูกค้าอีกมากที่ใช้งานสื่อหลักแบบเดิม” บุรินทร์ กล่าว
ธุรกิจส่วนใหญ่ต้องการใช้งานช่องทางออนไลน์เพื่อลดต้นทุน อีกทั้งยังมองว่าการเลือกใช้เฟซบุ๊ก ซึ่งเป็นโซเชียลมีเดียที่ทรงพลังนี้แบบฟรีๆ จะสร้างโอกาสเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ได้ง่ายขึ้น แต่ที่จริงแล้ว ยังมีบริการอีกมากที่ใช้งานออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าต่อการลงทุน
“เจ้าของแบรนด์ต้องเข้าใจก่อนว่า ลักษณะการทำงานของกูเกิลและเฟซบุ๊กมีรูปแบบที่แตกต่างกัน การเลือกใช้ช่องทางเฟซบุ๊กนั้น เจ้าของแบรนด์จึงต้องเลือกวิธีการและวางกลยุทธ์ให้เหมาะสม ถ้าให้สรุปคำจำกัดความสั้นๆ คือ หากเลือกใช้กูเกิลแบรนด์ต้องรอตั้งรับลูกค้าติดต่อเข้ามาเอง แต่ถ้าเลือกใช้เฟซบุ๊กแบรนด์ต้องรู้จักสร้างคอนเทนต์ให้โดนใจเพื่อเกิดการซื้อขาย” บุรินทร์ กล่าว
ยกตัวอย่าง แบรนด์ที่ควรเลือกใช้ช่องทางออนไลน์ เช่น ธุรกิจประเภทกำจัดปลวก พวงหรีด ขนส่ง ต้องรอให้เกิดความต้องการของลูกค้าก่อน จึงจะมีการเข้าไปค้นหาในกูเกิล จากนั้นถึงจะเกิดการซื้อขาย ส่วนธุรกิจประเภทความสวยความงาม ครีมบำรุงผิวและอาหารเสริมนั้น ต้องสร้างคอนเทนต์ที่มีความรู้ความเข้าใจสินค้าในช่องทางโซเชียลมีเดียก่อน เมื่อแบรนด์มีความน่าเชื่อถือถึงจะเกิดการซื้อขายได้
“ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจแบบไหนก็ต้องมีเว็บไซต์ไว้เป็นหน้าบ้าน เพราะเว็บไซต์ของแบรนด์ควรจะเป็นทุกอย่างของบริษัท คือ แค็ตตาล็อกสินค้า ภาพและวิดีโอของแบรนด์ ความเป็นมาขององค์กร นอกจากนี้ควรจะเพิ่มฟีเจอร์อย่างการเป็นช่องทางติดต่อซื้อขายแบบออนไลน์ได้ด้วย เพื่อให้ลูกค้าที่สนใจสามารถสั่งซื้อสินค้าทันที” บุรินทร์ กล่าว
จากข่าวลือการเปิดตัวเฟซบุ๊กในไทยนั้น ยังไม่สรุปว่าจะเป็นในรูปแบบใด แต่บริษัทก็ยังเชื่อว่าจะไม่ซ้ำซ้อนในการทำตลาด เพราะเรดดี้แพลนเน็ตเจาะกลุ่มเอสเอ็มอีขนาดย่อม ส่วนเฟซบุ๊กคาดว่าจะตีตลาดธุรกิจขนาดใหญ่
“การเข้ามาไทยอย่างเป็นทางการของเฟซบุ๊กถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะยังมีเครื่องมืออีกมากในเฟซบุ๊กที่สามารถสร้างรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมือนการเข้ามาของกูเกิลในไทยช่วงแรก เพราะเครื่องมือของเฟซบุ๊กไม่ได้มีแค่ Boost Post การเข้ามาทำตลาดร่วมกันจะช่วยสร้างแบรนด์ด้วยวิธีการใหม่ๆ และเชื่อว่าธุรกิจไทยจะมีโอกาสสร้างรายได้อย่างมาก” บุรินทร์ กล่าวทิ้งท้าย







