posttoday
การลงทุนเพื่อเป็นเจ้าของกิจการ

การลงทุนเพื่อเป็นเจ้าของกิจการ

08 กันยายน 2558

การเป็นเจ้าของกิจการเป็นความฝันของคนหลายๆ คนในยุคปัจจุบัน โดยเป็นการลงทุนและลงแรง คือใช้ทั้งเงินที่เก็บหอมรอมริบมา และทั้งความรู้ความสามารถของผู้ลงทุนในกิจการเฉพาะนั้น เพื่อสร้างผลกำไร โดยมีอำนาจบริหารจัดการอยู่ด้วย อันที่จริงการลงทุนเพื่อเป็นเจ้าของกิจการเป็นรูปแบบการลงทุนปกติของระบบเศรษฐกิจก่อนที่ระบบตลาดทุนจะเกิดขึ้น กิจการดังกล่าวมักมีสมาชิกในครอบครัวที่เป็นทั้งเจ้าของและผู้บริหารจัดการกิจการนั้นๆ กิจการดังกล่าวจึงมักถูกเรียกว่า ธุรกิจครอบครัว (Family business)

การเป็นเจ้าของกิจการเป็นความฝันของคนหลายๆ คนในยุคปัจจุบัน โดยเป็นการลงทุนและลงแรง คือใช้ทั้งเงินที่เก็บหอมรอมริบมา และทั้งความรู้ความสามารถของผู้ลงทุนในกิจการเฉพาะนั้น เพื่อสร้างผลกำไร โดยมีอำนาจบริหารจัดการอยู่ด้วย อันที่จริงการลงทุนเพื่อเป็นเจ้าของกิจการเป็นรูปแบบการลงทุนปกติของระบบเศรษฐกิจก่อนที่ระบบตลาดทุนจะเกิดขึ้น กิจการดังกล่าวมักมีสมาชิกในครอบครัวที่เป็นทั้งเจ้าของและผู้บริหารจัดการกิจการนั้นๆ กิจการดังกล่าวจึงมักถูกเรียกว่า ธุรกิจครอบครัว (Family business)

เมื่อระบบตลาดทุนเกิดขึ้น นักวิชาการในโลกตะวันตกก็มีความเชื่อกันว่า ธุรกิจครอบครัวจะค่อยๆ ลดสัดส่วนลงและเปิดทางให้ธุรกิจที่ระดมทุนจากตลาดทุนเข้ามาแทนที่ ทั้งนี้เพราะธุรกิจครอบครัวมีจุดอ่อนมากมายที่มักจะทำให้แข่งขันไม่ได้ในระยะยาว เช่น การบริหารจัดการที่ขาดประสิทธิภาพ เพราะไม่ใช้มืออาชีพ และการทะเลาะเบาะแว้งของสมาชิกครอบครัวที่เป็นเจ้าของกิจการ โดยเฉพาะการแย่งอำนาจการบริหารกิจการ ในขณะที่กิจการที่ระดมทุนจากตลาดทุน แบ่งแยกความเป็นเจ้าของ และอำนาจการบริหารกิจการออกจากกัน ทำให้สามารถบริหารจัดการกิจการด้วยนักบริหารมืออาชีพ โดยไม่ถูกจำกัดด้วยความสัมพันธ์ในครอบครัวของเจ้าของกิจการ

ฟังอย่างนี้แล้ว นักลงทุนที่ตั้งใจลงทุนเพื่อเป็นเจ้าของกิจการอาจจะใจฝ่อเลิกฝัน เพราะลงทุนไปแล้วก็อาจจะแข่งขันสู้เขาไม่ได้ แต่ช้าก่อนนะครับ ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ไม่เป็นไปอย่างความเชื่อดังกล่าวข้างต้น ในบรรดาบริษัทที่มียอดขายมากที่สุดในโลก 500 บริษัท (Fortune Global 500) ในปัจจุบันมีบริษัทประเภทที่เป็นธุรกิจครอบครัวถึงร้อยละ 19 โดยสัดส่วนดังกล่าวเพิ่มขึ้นจาก
ร้อยละ 15 ในปี 2005 ตัวอย่างบริษัทที่เป็นธุรกิจครอบครัวระดับโลกดังกล่าว ได้แก่  Wallmart BMW, Samsung, และ Ford เป็นต้น

บริษัทครอบครัวระดับโลกสามารถยืนหยัดและเติบโตเพราะแก้ไขจุดอ่อนสำคัญในเรื่องการบริหารจัดการ โดยการรู้จักนำเอาผู้บริหารมืออาชีพมาทำงานให้กับบริษัท แต่ยังคงอำนาจการเป็นเจ้าของกิจการ

ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมประเทศไทยอยู่ด้วยบริษัทที่มียอดขายเกินกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ/ปี ที่เป็นบริษัทครอบครัว มีอยู่ถึงร้อยละ 85

การพัฒนาตลาดทุนในภูมิภาคนี้จะไม่ทำให้ธุรกิจครอบครัวลดลง แต่กลับจะทำให้ธุรกิจครอบครัวเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด สิ่งที่ธุรกิจครอบครัวจะต้องปรับตัว นอกจากการรู้จักใช้มืออาชีพให้เป็นประโยชน์อย่างเต็มที่ในการบริหารกิจการแล้ว จะต้องรู้จักใช้ประโยชน์จากตลาดทุนที่พัฒนาขึ้นมาอีกด้วย การมีตลาดทุนที่พัฒนาแล้ว ทำให้เจ้าของกิจการสามารถใช้เงินทุนของตนเองที่มีอยู่น้อย ควบคุมกิจการที่มีขนาดใหญ่กว่าหลายเท่าได้

จากเงินเริ่มต้น 102 บาท หากระดมทุนจากตลาดทุน 98 บาท และกู้ธนาคารด้วยอัตราส่วนหนี้ต่อทุนที่ 1:1 คือ กู้ 200 บาท เจ้าของก็สามารถควบคุมกิจการขนาด 400 บาทได้ (สมมติเรียกกิจการนี้ว่าบริษัทแม่)

และถ้าบริษัทแม่แบ่งเงิน 102 บาท จากสินทรัพย์ 400 บาทของตนมาสร้างบริษัทลูก โดยบริษัทลูกระดมทุนจากตลาดทุน และกู้ธนาคารในลักษณะเดียวกับบริษัทแม่ ขนาดกิจการของบริษัทลูกจะเท่ากับ 400 บาทเช่นกัน

จากเงินทุนเริ่มต้นที่ 102 บาท เจ้าของทุนสามารถควบคุมขนาดกิจการได้ถึง 800 บาท โดยเจ้าของกิจการถือหุ้นมากกว่าร้อยละ 50 ในบริษัทแม่ และมากกว่าร้อยละ 50 ในบริษัทลูก (ผ่านการถือหุ้นโดยบริษัทแม่)

การจัดโครงสร้างการถือครองกิจการที่เหมาะสมและการใช้นวัตกรรมทางการเงินรูปแบบอื่นๆ จะทำให้เงินทุนเริ่มต้น 102 บาทข้างต้น สามารถขยายการลงทุนมากกว่ากรณีตัวอย่างข้างต้นอีกหลายสิบเท่า โดยยังคงความสามารถในการควบคุมกิจการอยู่ได้

การลงทุนเพื่อเป็นเจ้าของกิจการ เป็นสิ่งที่น่าสนใจ หากเรามีความคิดดีๆ ทางธุรกิจ มีความใฝ่ฝันอย่างแรงกล้า (Passion) ที่จะเป็นเจ้าของกิจการ รู้จักใช้มืออาชีพ และรู้จักใช้ระบบตลาดเงินตลาดทุนให้เป็นประโยชน์อย่างเต็มที่ครับ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ