
SUPERล้างขาดทุนจ่อปันผลงวดปี’59
ซุปเปอร์บล๊อก เตรียมจ่ายปันผลครั้งแรกในรอบมากกว่า 5 ปี คุยปี 2559 กำไรทะลุ 900 ล้าน
ซุปเปอร์บล๊อก เตรียมจ่ายปันผลครั้งแรกในรอบมากกว่า 5 ปี คุยปี 2559 กำไรทะลุ 900 ล้าน
นายจอมทรัพย์ โลจายะ ประธานคณะกรรมการ บริษัท ซุปเปอร์บล๊อก (SUPER) เปิดเผยว่า ในปี 2559 บริษัทมีแผนที่จะนำส่วนล้ำมูลค่าหุ้นที่มีมากเพียงพอสามารถล้างผลขาดทุนสะสม ที่มีอยู่ประมาณ 920 ล้านบาท จึงเตรียมจะพิจารณาจ่ายเงินปันผลจากงวดผลการดำเนินงานปี 2559 ตามนโยบายไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิ ทั้งนี้ผู้ถือหุ้นจะได้รับเงินปันผลในปี 2560
อย่างไรก็ดี ในปี 2559 บริษัทจะมีกำไรสุทธิได้เกินกว่า 900 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้ขายไฟฟ้าเต็มปีประมาณ 5,000 ล้านบาท โดยจะมีอัตรากำไรขั้นต้นประมาณ 85% และมีอัตรากำไรก่อนหักภาษี ค่าเสื่อมและดอกเบี้ยจ่าย 65% จากโรงไฟฟ้าที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์หรือโซลาร์เซลล์ในสิ้นปี 2558 กำลังผลิตเดินเครื่องผลิตเชิงพาณิชย์ (ซีโอดี) เพิ่มเป็น 500 เมกะวัตต์
ปัจจุบัน บริษัทมีโรงไฟฟ้ารวม 170 เมกะวัตต์ จะทยอยซีโอดีครบในไตรมาส 3 นี้ และในวันที่ 30 ต.ค.นี้เตรียมขออนุมัติผู้ถือหุ้นลงทุนโรงไฟฟ้าโซลาร์ระยะที่ 2 รวม 290 เมกะวัตต์ มูลค่าลงทุนประมาณ 1.90 หมื่นล้านบาท และโอกาสในการลงทุนโรงไฟฟ้าโซลาร์ขนาด 300 เมกะวัตต์ ในประเทศญี่ปุ่น หลังได้เซ็นเอ็มโอยูกับพันธมิตรท้องถิ่น คาดเริ่มทยอยสรุปการลงทุนในปลายไตรมาส 3 หรือต้นไตรมาส 4
“สิ้นปี 2559 บริษัทตั้งเป้า ลงทุนเพิ่มอีกประมาณ 500 เมกะวัตต์ รวมกับปี 2558 ที่จำนวน 500 เมกะวัตต์ ทำให้มีรายได้เต็มปีในปี 2560 เพิ่มเป็นประมาณ 1 หมื่นล้านบาท และสิ้นปี 2560 จะมีโรงไฟฟ้าเพิ่มอีก 1,000 เมกะวัตต์” นายจอมทรัพย์ กล่าว
ขณะที่โครงการที่จะทยอยเข้ามาในช่วงดังกล่าว อาทิ โรงไฟฟ้าโซลาร์ในญี่ปุ่นขนาด 300 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าโซลาร์ค้างท่อของบริษัทอีก 695 เมกะวัตต์ รวมถึงโรงไฟฟ้าชีวมวลและพลังงานลมที่บริษัทจะลงทุนในปี 2559 สำหรับโครงการโซลาร์ของหน่วยราชการและสหกรณ์การเกษตรที่จะเปิดประมูลในช่วงครึ่งหลังปีนี้อีก 800 เมกะวัตต์ บริษัทตั้งเป้าหมายจะชนะประมูล 200 เมกะวัตต์ และยังไม่รวมโอกาสจากการศึกษาโรงไฟฟ้าโซลาร์ในกัมพูชาอีก 200 เมกะวัตต์
ปัจจุบันกำลังศึกษาระบบเก็บสะสมพลังงาน (Energy Storage) เพื่อต่อยอดธุรกิจสร้างความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้าของประเทศตามนโยบายของรัฐบาล บริษัทมีความพร้อมด้านเทคโนโลยีสามารถลงทุนได้เอง แต่ยังต้องการรอให้ต้นทุนลดลงก่อนจึงจะลงทุนในอนาคต
นายจอมทรัพย์ กล่าวว่า บริษัทยังไม่มีแผนเพิ่มทุนอีก เนื่องจากได้เตรียมความพร้อมทั้งใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น รุ่นที่ 1 (SUPER-W1) มูลค่าราว 2,645 ล้านบาท SUPER-W2 ราว 3,000 ล้านบาทSUPER-W3 ราว 8,000 ล้านบาท ส่วนการขายหุ้นเพิ่มทุนแบบวงจำกัด (พีพี) จำนวน 2,000 ล้านหุ้นที่ราคา 2.50 บาท/หุ้น แบ่งขาย ENERGY COMPLEX Co.,Ltd. จำนวน 500 ล้านหุ้น ยังมั่นใจว่าจะจองแน่นอนภายในวันที่ 19 ก.พ. 2559 ส่วนพีพีที่เหลืออีก 1,500 ล้านหุ้นนั้น บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถขายได้หมดเพราะมีกองทุนส่วนบุคคลหลายรายสนใจซื้อ แต่บริษัทจะไม่ขายให้เพราะต้องการให้พันธมิตรที่สร้างประโยชน์ทางธุรกิจหรือเป็นผู้ที่มีสัญญาขายไฟฟ้า (พีพีเอ) ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีผู้ที่มีคุณสมบัติดังกล่าวเข้ามาเจรจา
สำหรับเงินบาทที่อ่อนค่าหลุด 36 บาทนั้น จะไม่มีผลกระทบต่อบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ ยอมรับว่าอาจทำให้ต้นทุนนำเข้าวัสดุอุปกรณ์ของโรงไฟฟ้า สัดส่วนประมาณ 30% ของที่ใช้ทั้งหมดจะสูงขึ้นประมาณ 2% แต่ส่วนหนึ่งบริษัทได้รับผลดีจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ลดลงตามน้ำมัน ส่งผลให้วัตถุดิบ อาทิ เหล็กและทองแดงลดลง อีกทั้งบริษัท ไม่มีหนี้ต่างประเทศ







