
ไทยที่ 2 โรคอ้วน ในอาเซียน
จากรายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยเมื่อปี 2552 โดยสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข พบว่าคนไทย 1 ใน 3 อยู่ในภาวะน้ำหนักเกิน หากเทียบภูมิภาคอาเซียน พบว่าคนไทยมีน้ำหนักเกินมากอันดับ 2 รองจากมาเลเซีย และจากไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป เช่น นั่งทำงานนานๆ เคลื่อนไหวร่างกายน้อย มักใช้เวลาว่างหาอาหารอร่อยรับประทานมากกว่าออกกำลังกาย ส่งผลให้ภาวะโรคอ้วนมีแนวโน้มสูงขึ้นในอนาคต
จากรายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยเมื่อปี 2552 โดยสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข พบว่าคนไทย 1 ใน 3 อยู่ในภาวะน้ำหนักเกิน หากเทียบภูมิภาคอาเซียน พบว่าคนไทยมีน้ำหนักเกินมากอันดับ 2 รองจากมาเลเซีย และจากไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป เช่น นั่งทำงานนานๆ เคลื่อนไหวร่างกายน้อย มักใช้เวลาว่างหาอาหารอร่อยรับประทานมากกว่าออกกำลังกาย ส่งผลให้ภาวะโรคอ้วนมีแนวโน้มสูงขึ้นในอนาคต
ขณะที่ผลสำรวจทัศนคติคนไทยเกี่ยวกับความอ้วน จากกลุ่มตัวอย่าง 895 คนทั่วประเทศ โดยสวนดุสิตโพล เดือน ส.ค. 2558 พบว่าคนไทยส่วนใหญ่รับรู้ว่า นิสัยการรับประทานและประเภทอาหารที่รับประทานมีผลทำให้อ้วน แต่ยังมีคนไทยถึง 62% นึกไม่ถึงว่าพฤติกรรมการนอนและความเครียดมีผลทำให้อ้วนได้
ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความอ้วนมี 6 ไลฟ์สไตล์ ได้แก่ 1.ปริมาณการเคลื่อนไหวร่างกาย 2.ประเภทอาหารที่รับประทาน 3.การนอน 4.ความเครียด 5.นิสัยการรับประทาน 6.ทัศนคติต่อการลดน้ำหนัก เช่น ประเภทอาหารที่รับประทาน บางคนไวต่ออาหารประเภทแป้ง บางคนไวต่อประเภทไขมัน
ด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคคนไทย ส่งผลให้ตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลรูปร่างมูลค่า 1 หมื่นล้านบาท มีอัตราเติบโตสูง 8% ทุกปี โดยแทบไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้ปัจจุบันมีสินค้าหลายแบรนด์ให้ความสำคัญกับตลาดดังกล่าวเพิ่มขึ้น แม้กระทั่งธุรกิจขายตรง เนื่องจากเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง กลุ่มเป้าหมายพร้อมจะจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้า เพราะผู้หญิงไทยส่วนใหญ่ยังคงกังวลกับรูปร่างและความสวยความงามเป็นสำคัญ







