
'วิตามิน' ผู้พัฒนาเว็บไซต์ ทลายกำแพงอีคอมเมิร์ซ
โดย...ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์
โดย...ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์
ในปัจจุบันธุรกิจอีคอมเมิร์ซกำลังมาแรง หลังจากการพัฒนาเทคโนโลยีที่มุ่งหน้าเข้าสู่ยุคดิจิทัลเข้าไปทีละก้าว ทีละก้าว ประกอบกับการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของประชากรทั่วโลกก็สูงขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย แม้แต่คนธรรมดาที่ไม่ได้เป็นเจ้าของกิจการเอง ยังต้องการพื้นที่ที่จะแสดงออกถึงความเป็นเรา รวมถึงยังต้องการพื้นที่สำหรับพรีเซนต์ผลงานและความสามารถอีกด้วย
ในขณะเดียวกัน ด้านผู้ประกอบการเอง โดยเฉพาะกับผู้ประกอบการรายย่อยเอง ก็ต้องการใช้พื้นที่บนอินเทอร์เน็ตในการทำธุรกิจ เนื่องจากค่าใช้จ่ายถูกกว่าการตั้งหน้าร้านเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นอีคอมเมิร์ซเจ้าใหญ่ชื่อดังอย่าง “อีเบย์” หรือ “อเมซอน”
อย่างไรก็ตาม สำหรับธุรกิจที่ต้องการจะสร้างแบรนด์เป็นของตัวเองแล้ว จำเป็นต้องใช้เว็บไซต์ที่เป็นของตัวเอง เนื่องจากสำคัญอย่างมากในการสร้างแบรนด์และฐานแฟนคลับ ซึ่งการทำเว็บไซต์ที่ดูเป็นมืออาชีพและสวยงาม จำเป็นต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญทำ และยิ่งมีฟังก์ชั่นประกอบมากมาย ก็ยิ่งราคาสูงขึ้นไปด้วย
“ดีไซน์ดีๆ น่ะ ไม่จำเป็นต้องมาพร้อมราคาแพงหรอก” แมธิว นอร์บูรี เจ้าของธุรกิจพัฒนาเว็บไซต์ “วิตามิน” กล่าว และนั่นเองที่เป็นจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจพัฒนาเว็บไซต์ในราคาถูกเพียง 1,000-3,000 ปอนด์ (ราว 5.4 หมื่น-1.63 แสนบาท)
“วิตามิน” เกิดขึ้นในฐานะธุรกิจครอบครัว หลังจากที่นอร์บูรีเล็งเห็นถึงธุรกิจรายย่อยที่ต่างต้องการเว็บไซต์ แต่ไม่มีต้นทุนมากพอสำหรับเว็บไซต์ดีๆ ที่ดูมีราคา
“วิตามินเป็นธุรกิจสำหรับธุรกิจที่อาจจะมีงบจำกัด แต่ไม่ต้องการที่จะลดดีไซน์หรือฟังก์ชั่น” นอร์บูรี กล่าว
ก่อนหน้านี้ นอร์บูรีและภรรยาจับมือกันทำธุรกิจที่ชื่อว่า “จัมป์ มาร์เก็ตติ้ง” ที่เริ่มต้นเมื่อปี 2004 โดยธุรกิจดังกล่าวเป็นธุรกิจการจัดทำการตลาดด้วยการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ให้แก่ลูกค้า อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เปิด “วิตามิน” ขึ้นมา ธุรกิจรับทำเว็บไซต์ดังกล่าวก็เติบโตอย่างรวดเร็วแซงหน้าธุรกิจเดิม
“สิ่งที่ดีที่สุดคือมีความต้องการซื้อ (ดีมานด์) มหาศาล” นอร์บูรี กล่าว
ไม่เพียงเท่านั้น นอร์บูรี ยังเชื่อมั่นว่าความต้องการเว็บไซต์สำหรับการทำธุรกิจยังคงเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากการสร้างเว็บไซต์เป็นของตัวเองมีความสำคัญแก่การสร้างแบรนด์เป็นอย่างมาก ในขณะที่เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซขนาดใหญ่อย่างอีเบย์และอเมซอนไม่สร้างแบรนด์ได้ดีเท่า
“ธุรกิจหลายแห่งมักคิดว่า ‘เว็บไซต์ไม่ใช่ที่ของเรา เราจำเป็นต้องมีเว็บไซต์’ แต่ความเป็นจริงแล้ว แม้คุณจะเป็นคนทำความสะอาดกระจก คุณก็จำเป็นต้องมีสถานที่แสดงตัวตนทางออนไลน์” นอร์บูรี กล่าว
นอกจากนี้ ไม่เพียงแต่การทำเว็บไซต์เท่านั้น “วิตามิน” ยังรับออกแบบโฆษณาและการประชา สัมพันธ์ ทั้งในรูปแบบออนไลน์ทางโซเชียลมีเดียที่มีการโต้ตอบระหว่างเจ้าของธุรกิจกับลูกค้า หรือในรูปแบบของสิ่งพิมพ์อีกด้วย
ดังนั้น ชื่อของ “วิตามิน” จึงมาจาก “การรักษาซึ่งแบรนด์สามัญ” หรือหมายถึงการช่วยลูกค้าสร้างการรับรู้ของลูกค้าต่อแบรนด์ (ที่กลายเป็นลูกค้าของวิตามินอีกทีหนึ่ง) นั่นเอง
อย่างไรก็ตาม ดีมานด์จำนวนมากย่อมต้องตามมาด้วยงานจำนวนมหาศาลที่ธุรกิจครอบครัวอย่าง “วิตามิน” ต้องแบกรับ โดยในปัจจุบัน “วิตามิน” มีลูกจ้างเพียงแค่ 5 คนเท่านั้น ทั้งออกแบบ พัฒนา บริหารโครงการและพัฒนาธุรกิจ ซึ่งทั้งหมดเป็นสมาชิกภายในครอบครัวทั้งสิ้น
ดังนั้น การจัดหาและจ้างงานลูกจ้างที่ความสามารถในการพัฒนาเว็บไซต์เป็นเรื่องที่ยากที่สุด
“การจัดหาพนักงานเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในแง่ของการสร้างทีม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญมาก ธุรกิจทุกธุรกิจสร้างขึ้นจากการจ้างงานทั้งนั้น” นอร์บูรี กล่าว
โชคยังดีที่นอร์บูรีมีนักพัฒนาเว็บไซต์ที่ดีเป็นสมาชิกในครอบครัวอยู่แล้ว แม้ความท้าทายดังกล่าวจะยังคงเป็นความท้าทายที่นอร์บูรีต้องเผชิญต่อไป โดยในปัจจุบันนอร์บูรียังคงประกาศรับสมัครงานในเว็บไซต์ ทั้งตำแหน่งฝ่ายขาย ฝ่ายพัฒนาเว็บไซต์ ฝ่ายกราฟฟิกดีไซน์ทั้งรุ่นใหญ่ไปจนถึงรับนักศึกษาฝึกงาน
ทั้งนี้ สำหรับคนที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการธุรกิจการประชาสัมพันธ์และการออกแบบมาอย่างยาวนานอย่างนอร์บูรีเอง ก็ถือคติว่า การคุยกับผู้คนยิ่งมากยิ่งดี ยิ่งทำให้ธุรกิจดีขึ้น
“คุยกับคนอื่นเท่าที่คุณสามารถทำได้ เกี่ยวกับไอเดียของคุณ ก่อนที่คุณจะกระโดดข้ามและเริ่มต้นใช้จ่ายเงินของคุณเพื่อทำธุรกิจ” นอร์บูรี กล่าว







