posttoday
กสิกรฯรับสินเชื่อบุคคลต่ำเป้า

กสิกรฯรับสินเชื่อบุคคลต่ำเป้า

07 กันยายน 2558

กสิกรไทย ไม่หวั่นสินเชื่อบุคคลต่ำเป้า ยันเน้นคุณภาพผู้กู้ เบนเข็มเจาะฐานกลุ่มรายได้สูง

กสิกรไทย ไม่หวั่นสินเชื่อบุคคลต่ำเป้า ยันเน้นคุณภาพผู้กู้ เบนเข็มเจาะฐานกลุ่มรายได้สูง

นายทวี ธีระสุนทรวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า จากนี้ถึงสิ้นปีธนาคารคงไม่ออกแคมเปญการตลาดสินเชื่อบุคคลเป็นพิเศษ เนื่องจากสินเชื่อไร้หลักประกันมีความเสี่ยง และจนถึงขณะนี้ธนาคารยังปล่อยสินเชื่อบุคคลต่ำกว่าเป้าที่จะให้โต5% เพราะเน้นการเติบโตตามสภาพตลาด โดยมีการควบคุมคุณภาพลูกค้า

ทั้งนี้ แนวทางการปล่อยสินเชื่อบุคคล ธนาคารจะเลือกกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้สูง เฉลี่ยเดือนละ 5 หมื่นบาท ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพและยังมีความต้องการเงินหมุนเวียนไปทำกิจกรรม เช่น ซ่อมบ้าน ดาวน์รถยนต์ หรือแม้กระทั่งร่วมทุนทำธุรกิจ เป็นกลุ่มที่มีหนี้สินต่อรายได้ไม่สูง จึงมีความสามารถในการขอสินเชื่อได้

ด้านกลุ่มที่มีรายได้ขั้นต่ำเดือนละ 1.5 หมื่นบาท แม้จะไม่ได้ปิดกั้นการปล่อยกู้ แต่ส่วนใหญ่มีภาระหนี้สินต่อรายได้เกือบเต็ม ทั้งภาระการผ่อนค่าเช่า ผ่อนบัตรเครดิต ทำให้ความสามารถชำระหนี้ของลูกค้ากลุ่มนี้ลดลง โอกาสในการกู้เพิ่มจึงยากขึ้น มียอดปฏิเสธเกือบ 100% โดยกลุ่มที่ยังกู้ได้ คือผู้ที่ไม่เคยมีหนี้มาก่อน เช่น นักศึกษาจบใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำงาน (First Jobber)

นายทวี กล่าวถึงหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของสินเชื่อบุคคลมีโอกาสเกินเป้าที่ตั้งไว้ 3.5% เพราะเวลานี้เอ็นพีแอลอยู่ในระดับดังกล่าวแล้ว แต่ยังถือว่าต่ำกว่าทั้งระบบที่ 4.9% จึงไม่น่าเป็นห่วง หากเศรษฐกิจดี จีดีพีขยายตัว เอ็นพีแอลจะลดลงตามธรรมชาติ

นายทวี กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างทำแผนธุรกิจ ปี 2559 เบื้องต้นประเมินว่า ภาวะเศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัวประมาณกลางปีหน้า ภายใต้ปัจจัยการเมืองนิ่ง การลงทุนภาครัฐเริ่มเดินเครื่อง และนโยบายกระตุ้นของทีมเศรษฐกิจชุดใหม่เห็นผล จะช่วยพยุงเศรษฐกิจและเพิ่มกำลังซื้อให้กลับคืนมาได้ ซึ่งดีกับการปล่อยสินเชื่อ อย่างไรก็ตามธนาคารยังเน้นการเติบโตอย่างระมัดระวังต่อเนื่อง

“ยังต้องติดตามความเสี่ยงภาวะหนี้ครัวเรือน ซึ่งจีดีพีที่ขยายตัวจะช่วยลดอัตราส่วนของหนี้ครัวเรือนได้ในระดับหนึ่ง แต่ที่สำคัญกว่าคือวินัยทางการเงินของผู้บริโภค โดยเห็นว่าหนี้ครัวเรือนสามารถลดได้ภายใน 1-2 ปี หากไม่ก่อหนี้เพิ่ม” นายทวี กล่าว

สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ถูกตั้งคำถามว่า อาจเพิ่มหนี้ให้ประชาชนมากขึ้นนั้น นายทวี กล่าวว่า หากสร้างความเชื่อมั่นได้ ผลด้านบวกจะมีมากกว่า บรรยากาศการลงทุนจะกลับมา สร้างการใช้จ่ายได้มากขึ้น แต่สิ่งที่เป็นห่วงมากกว่า คือ อยากให้มีกระบวนการตรวจสอบเม็ดเงินที่ลงไป ไม่ให้มีการรั่วไหล หรือคอร์รัปชั่นในระดับล่าง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่อาจทำให้มาตรการกระตุ้นระดับฐานรากไม่สัมฤทธิผลอย่างที่รัฐบาลตั้งใจไว้

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล