
ธุรกิจเฮลท์แคร์ พระเอกตลาดหุ้นสหรัฐ
ในช่วงที่สหรัฐประกาศนโยบายคิวอีนั้น หุ้นในทุกหมวดอุตสาหกรรมได้รับผลประโยชน์ไปเต็มๆ จากปริมาณเงินจำนวนมหาศาลที่ไหลเข้ามาในระบบ แต่พอเฟดประกาศยุติมาตรการคิวอีไปเมื่อปี 2014 เงินจากเฟดก็หยุดไหลเข้าไปในระบบ ทำให้เงินที่เหลืออยู่เลือกจะไหลไปในที่ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีเท่านั้น การเลือกลงทุนในกลุ่มธุรกิจที่ถูกต้องสามารถทำให้นักลงทุนสร้างผลตอบแทนจากตลาดหุ้นสหรัฐได้มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเลยทีเดียว
ในช่วงที่สหรัฐประกาศนโยบายคิวอีนั้น หุ้นในทุกหมวดอุตสาหกรรมได้รับผลประโยชน์ไปเต็มๆ จากปริมาณเงินจำนวนมหาศาลที่ไหลเข้ามาในระบบ แต่พอเฟดประกาศยุติมาตรการคิวอีไปเมื่อปี 2014 เงินจากเฟดก็หยุดไหลเข้าไปในระบบ ทำให้เงินที่เหลืออยู่เลือกจะไหลไปในที่ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีเท่านั้น การเลือกลงทุนในกลุ่มธุรกิจที่ถูกต้องสามารถทำให้นักลงทุนสร้างผลตอบแทนจากตลาดหุ้นสหรัฐได้มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเลยทีเดียว
ดูได้จากตลาดหุ้นสหรัฐที่ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ผลตอบแทนของแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยพระเอกที่มีผลงานที่ดีที่สุด ได้แก่ กลุ่มธุรกิจเฮลท์แคร์ ซึ่งตั้งแต่ต้นปีมาสามารถสร้างผลตอบแทนได้กว่า 6% ในขณะที่ดัชนี S&P 500 ทำผลงานติดลบไป 2%
ก่อนอื่นจะต้องเข้าใจก่อนว่า คำว่าธุรกิจเฮลท์แคร์ในสหรัฐนั้นหมายถึงธุรกิจของบริษัทยา และบริษัทที่ทำการวิจัยนวัตกรรมทางด้านการแพทย์ใหม่ๆ เป็นหลัก เพราะฉะนั้นปัจจัยที่จะทำให้กลุ่มอุตสาหกรรมนี้เจริญเติบโตต่อไปได้ คือ การค้นพบยาหรือเทคโนโลยีทางการรักษาใหม่ๆ ซึ่งหลังจากที่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกได้ร่วมมือกันถอดรหัสพันธุกรรมมนุษย์ภายใต้โครงการฮิวแมนจีโนม (Human Genome Project) ได้สำเร็จ ก็ทำให้บริษัทยาต่างๆ สามารถผลิตยาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสร้างรายได้ให้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ในขณะที่นโยบายโอบามาแคร์ ที่เป็นกฎหมายด้านสุขภาพที่ทำให้คนสหรัฐสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลมากขึ้น เป็นปัจจัยหนุนที่ทำให้อุตสาหกรรมเฮลท์แคร์จะยังสามารถคงอัตราการเติบโตที่สูงเช่นนี้ต่อไปได้ ทำให้หุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์จะยังคงเป็นพระเอกตัวจริงของตลาดหุ้นสหรัฐในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้
และถึงแม้หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์จะขึ้นมาแล้วค่อนข้างมากในช่วงที่ผ่านมา แต่เชื่อว่าธุรกิจกลุ่มนี้จะยังสามารถเติบโตได้ดี และสร้างผลตอบแทนให้กับนักลงทุนได้มากกว่าการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐโดยรวม
เพราะเรื่องสุขภาพไม่เข้าใครออกใคร จะกัดฟันไม่ซื้อไม่ใช้ก็ไม่ได้ จึงทำให้แนวโน้มของอุตสาหกรรมกลุ่มนี้ยังไปได้อีกยาวๆ และถ้าคุณเชื่อว่าการดูแลรักษาสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญแล้วละก็ คุณเองก็เป็นคนหนึ่งที่จะช่วยส่งให้ธุรกิจกลุ่มเฮลท์แคร์เติบโตต่อไปได้อีกในอนาคต







