posttoday
เศรษฐกิจจีนชะลอตัว กดดันค่าเงินภูมิภาคอ่อนค่า

เศรษฐกิจจีนชะลอตัว กดดันค่าเงินภูมิภาคอ่อนค่า

07 กันยายน 2558

โดย...พรวลี พิลาวรรณ

โดย...พรวลี พิลาวรรณ

สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 35.80-36.10 ในสัปดาห์นี้ โดยเป็นกรอบที่อ่อนค่าขึ้นเล็กน้อยจากสัปดาห์ก่อนที่เคลื่อนไหวระหว่าง 35.71-35.86 หลังจากที่ตลาดการเงินโลกผันผวนจากจิตวิทยานักลงทุนที่มีความเปราะบาง ในสัปดาห์นี้ค่าเงินบาทรวมถึงสกุลเงินเอเชียโดยรวมมีโอกาสอ่อนค่าลงต่อเนื่อง ตามโมเมนตัมการรายงานตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐที่อยู่ในเกณฑ์ดี และสะท้อนว่าเฟดน่าจะสามารถขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ในเดือน ก.ย.นี้

นอกจากนี้ สิ่งที่ตลาดจะจับตาเพิ่มเติม ได้แก่ การรายงานตัวเลขจากเศรษฐกิจจีนเป็นสำคัญ ซึ่งมีทั้งการรายงานตัวเลขการค้า อัตราเงินเฟ้อและการปล่อยสินเชื่อในรูปเงินหยวน โดยตัวเลขที่ยังออกมาน่าผิดหวัง โดยเฉพาะการส่งออกที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะหดตัวต่อเนื่องอีก 6.5% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วในเดือน ส.ค. (จากที่หดตัว 8.3% ในเดือน ก.ค.) และดัชนีอัตราเงินเฟ้อที่ยังอยู่ระดับต่ำ ยังเป็นสิ่งที่กดดันโมเมนตัมการฟื้นตัวเศรษฐกิจจีนและส่งผลให้ตะกร้าสกุลเงินเอเชียอยู่ในแนวโน้มที่อ่อนค่าด้วย เนื่องจากจีนเป็นประเทศคู่ค้าหลักของหลายประเทศในเอเชีย สำหรับปัจจัยอื่นๆ ที่ต้องติดตาม ได้แก่ การรายงานตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2558 ของเศรษฐกิจยูโรโซน และดัชนีราคาผู้ผลิตและดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐ

ค่าเงินบาทในสัปดาห์ที่ผ่านมาเปิดตลาดที่ระดับ 35.86 และเคลื่อนไหวแข็งค่าได้เล็กน้อยในช่วงกลางสัปดาห์มาที่ระดับ 35.66 หลังจากความกังวลต่อการชะลอตัวเศรษฐกิจจีนกดดันให้ตลาดหุ้นทั่วโลกและราคาน้ำมันปรับลดลง ประกอบกับการรายงานดัชนีจัดซื้อภาคการผลิตของสหรัฐ สะท้อนการชะลอตัวจากระดับ 53.9 มาที่ 53.4 ทำให้นักลงทุนกังวลต่อโมเมนตัมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกเป็นสำคัญ จึงขายทำกำไรในค่าเงินเหรียญสหรัฐออกมาก่อนและหนุนให้ค่าเงินเอเชียโดยรวม รวมถึงค่าเงินบาทปรับแข็งค่าขึ้น อย่างไรก็ดี ค่าเงินบาทกลับมาเคลื่อนไหวอ่อนค่าอีกครั้งในช่วงท้ายสัปดาห์ หลังการรายงานตัวเลขของสหรัฐ ทั้งการจ้างงานภาคเอกชน ดุลการค้าของสหรัฐ (ที่สะท้อนการขาดดุลน้อยที่สุดในรอบ 5 เดือน) และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการ สะท้อนการฟื้นตัวของสหรัฐที่แข็งแกร่งอยู่ ทำให้เงินดอลลาร์ปรับแข็งค่าขึ้น และเงินบาทเคลื่อนไหวอ่อนค่าก่อนจะปิดตลาดที่ระดับ 35.85

ค่าเงินยูโรเปิดตลาดในสัปดาห์นี้ที่ 1.1173 สำหรับประเด็นขับเคลื่อนค่าเงินยูโรนั้นอยู่ที่ปลายสัปดาห์ หลังจากการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป รอบเดือน ก.ย. แม้อีซีบีจะยังคงการทำนโยบายการเงินเช่นเดิม โดยคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายเอาไว้ที่ 0.05% แต่ก็ได้มีการส่งสัญญาณถึงท่าทีที่อาจต้องผ่อนคลายเพิ่มเติมในระยะต่อไป โดยอีซีบีมองว่าอัตราเงินเฟ้อจะยังไม่ถึงเป้าหมายนโยบายการเงินที่ 2% ในอีก 2 ปีข้างหน้า ทำให้อาจต้องกระตุ้นเพิ่มเติม โดยเงินยูโรปิดตลาดที่ 1.1133 (ณ วันศุกร์ เวลา 18.00 น.)

ค่าเงินเยนยังสามารถปรับแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ได้ในสัปดาห์นี้ โดยเปิดตลาดที่ระดับ 121.65 และได้รับแรงหนุนจากความต้องการถือสินทรัพย์เสี่ยงของนักลงทุนทั่วโลก หลังจากที่นักลงทุนให้น้ำหนักเรื่องความเสี่ยงจากเศรษฐกิจจีนเพิ่มมากขึ้น จนทำให้นักลงทุนมองว่าธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด น่าจะไม่สามารถปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ย.นี้ได้ และต้องเลื่อนออกไปก่อน และทำให้ยังไม่มีความจำเป็นที่ดอลลาร์จะต้องปรับแข็งค่าขึ้นมากกว่านี้ และส่งผลให้มีการปรับย่อการถือครองเงินดอลลาร์ลงมา ช่วงปลายสัปดาห์ ค่าเงินเยนปิดตลาด แข็งค่าขึ้น 119.11 (ณ วันศุกร์ เวลา 18.00 น.)

สำหรับตลาดพันธบัตรไทยตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติขายพันธบัตรสุทธิ 1.5 หมื่นล้านบาท โดยวอลุ่มเฉลี่ยตลอดสัปดาห์นี้ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ลดลงจากสัปดาห์ก่อนที่มีวอลุ่ม 2.5 หมื่นล้านบาท โดยพันธบัตรที่มีอายุตั้งแต่ 5 ปี อัตราผลตอบแทนปรับขึ้น 1-3 bps ส่วนพันธบัตรที่อายุต่ำกว่า 3 ปี ผลตอบแทนลดลงเล็กน้อย

ส่วนอัตราผลตอบแทนของหุ้นกู้ตลาดรองในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย นักลงทุนส่วนใหญ่ซื้อขายหุ้นกู้หลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่อันดับความน่าเชื่อถือ A+ ถึง AAA และเริ่มเห็นมีการซื้อขายตราสาร Non-rate มากขึ้น สิ้นสุดสัปดาห์อัตราผลตอบแทนของหุ้นกู้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือ AAA รุ่นอายุ 1-2 ปี ซื้อขายกันที่ราคา 1.57-1.75%

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69