posttoday
นิทาน SME เล่นแชร์ ไม่จ่ายแชร์ หนีแชร์ แต่โทษเลขาเท้าแชร์ที่เก็บข้อมูลว่าไม่จ่าย...

นิทาน SME เล่นแชร์ ไม่จ่ายแชร์ หนีแชร์ แต่โทษเลขาเท้าแชร์ที่เก็บข้อมูลว่าไม่จ่าย...

07 กันยายน 2558

โดย...สุรพล โอภาสเสถียร

โดย...สุรพล โอภาสเสถียร

เมื่อเวลาที่บทความนี้ได้เผยแพร่ออกไปคงเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า มาตรการระลอกที่สองของการพลิกฟื้นเศรษฐกิจให้มีพลังกลับมาอีกครั้ง กลับมามีความเชื่อมั่นอีกครั้ง แต่ในขณะที่เราคาดว่ามาตรการสนับสนุน SME กำลังจะออกมาพร้อมกับความคาดหวังว่า คนทำธุรกิจจะมีบัญชีเดียว เสียภาษีให้ถูกต้อง เรียกร้องในสิ่งที่ถูก สิ่งที่เหมาะ สิ่งที่ควรในเวลานี้ต่อรัฐบาลนั้น ผมมีนิทานของคนที่เสียภาษีถูกต้องมาเล่าสู่กันฟังนะครับ...ขอย้ำว่าเป็นนิทาน...และอาจเกิดในประเทศใดก็ได้

1.สมมติว่าผู้เขียนเป็น SME

2.สมมติผู้เขียนจะทำธุรกิจ ผู้เขียนเลยเอาทุนตัวเองมาลงทุนพร้อมไปกับการระดมทุนแบบตั้งวงแชร์

3.สมมติว่ามีนายแบงก์เป็นเท้าแชร์ รับระดมเงินจากคนที่เชื่อถือนายแบงก์มาเป็นเงินกู้ให้กับผู้เขียนที่เป็น SME เพื่อเอาไปดำเนินธุรกิจตามที่วางแผนไว้ว่าจะทำ

4.นายแบงก์ต้องการความมั่นใจและโปร่งใสจึงตั้งนายเครดิตบูโรมาเป็นเลขานุการคอยเก็บข้อมูลว่าใครที่ยืมเงินกองกลางของแชร์ไป ให้จดบันทึกว่าคนที่ยืมไปมีการเอามาชำระต้น หรือชำระดอกตามเวลาที่สัญญากันไว้หรือไม่

5.นายเครดิตบูโร มีหน้าที่จดข้อมูลอย่างเดียวครับ ไม่เคยประชุมกับบรรดาลูกแชร์ทั้งหลาย หลักเกณฑ์การจะให้กู้ก็ไม่รู้ นั่งเป็นนายทะเบียนอย่างเดียว

6.ตอนจะขอเงินจากวงแชร์ ผู้เขียนมีบัญชีกิจการประมาณ 3 เล่ม เล่มแรกให้นายธนาคารดู เล่มที่สองให้สรรพากรดู เล่มที่สามเอาไว้ดูเอง เวลาไปเอาเงินก็ให้สัญญาไว้ว่า เป็นหนี้จะใช้หนี้ สัญญาต้องเป็นสัญญา

7.ผู้เขียนที่เป็น SME ก็ได้เงินกู้จากวงแชร์ นายเครดิตบูโรก็เก็บข้อมูลไว้ทุกเดือน เดือนไหนมาจ่ายก็บอกจ่าย ไม่ค้างชำระ เดือนไหนไม่จ่ายก็บอกว่าค้างชำระ เป็นอย่างนี้เรื่อยไป

8.ต่อมาไม่ทราบว่าเป็นเพราะสาเหตุใด ผู้เขียนที่เป็น SME และได้เงินกู้จากวงแชร์ เกิดไม่ไปชำระ ก็เลยมีประวัติว่าเดือนที่ไม่ได้ไปชำระนั้นๆ มีคำว่า ค้างชำระเกิดขึ้น หากแต่ว่าในเดือนถัดมาผู้เขียนก็ไปชำระส่วนที่ค้างในเดือนก่อนและส่วนที่ครบกำหนดในเดือนปัจจุบัน นายเครดิตบูโรก็บันทึกว่าเดือนปัจจุบันไม่มีการค้างชำระแล้วตามความเป็นจริง

9.ผู้เขียนทำธุรกิจไป มีบัญชีสามเล่มไป เสียภาษีไม่ครบถ้วนไป มีการชำระหนี้ค้างบ้าง ตรงบ้าง จนในที่สุดก็มีการชำระหนี้หมดสิ้น ยอดหนี้ในบัญชีก็เท่ากับศูนย์ พร้อมๆ กับที่นายเครดิตบูโรก็มีข้อมูลจัดเก็บไว้ในระบบทุกเดือนตั้งแต่เปิดบัญชีจนกระทั่งปิดบัญชีว่าในแต่ละเดือนชำระครบ ตรงเวลาหรือไม่ ตามความจริง

10.พอผู้เขียนที่เป็น SME จะไปขอกู้สมาชิกในวงแชร์คนหนึ่งสมมติชื่อว่ากรุงศรีสยาม นายกรุงศรีสยามไม่ค่อยรู้จักผู้เขียนเลยบอกว่าถ้าจะให้เขาเอาเงินครอบครัวเขาที่เก็บมาให้กับผู้เขียนกู้ ผู้เขียนต้องยินยอมเปิดเผยข้อมูลตอนที่กู้วงแชร์นะว่าพฤติกรรมการชำระหนี้เป็นอย่างไร ผู้เขียนก็ยินยอมและลงนามในหนังสือให้ความยินยอมไป ตอนที่ยอมก็ใจหวั่นๆ ว่านายกรุงศรีสยามเขาจะเห็นนิสัยเราหรือไม่ว่า เคยค้างชำระหลายครั้ง แต่ว่าปัจจุบันก็ปิดบัญชีไปแล้ว ถ้าเราไปสัญญากับเขาว่า ถ้าได้กู้นะจะไม่มีการค้างบ้างจ่ายบ้างแบบเดิมอีกแล้ว เขาจะเชื่อในตัวของเราบ้างหรือไม่ นอกเหนือจากที่เขาได้ดูแผนธุรกิจใหม่ของเราแล้ว

11.เมื่อนายกรุงศรีสยามเอาหนังสือให้ความยินยอมมาให้นายเครดิตบูโร นายเครดิตบูโรก็เปิดข้อมูลในอดีตย้อนหลังไม่เกินสามปีของผู้เขียนที่เป็น SME ให้นายกรุงศรีสยามเอาไปเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาตัดสินใจ

12.ไม่มีใครรู้ว่านายศรีสยามจะให้กู้หรือไม่ นายศรีสยามจะมองว่าผู้เขียนเป็นคนเคยค้าง แต่ตอนนี้ เวลานี้ไม่ค้าง ยอมรับได้ หรือจะมองว่าแบบนี้ยอมรับไม่ได้ นายเครดิตบูโรก็ไม่ไปเกี่ยวข้อง นายแบงก์ก็ไม่เกี่ยวข้อง

13.พอนายศรีสยามไม่ให้กู้กับผู้เขียน ผู้เขียนก็โทษนายเครดิตบูโรว่ามาเก็บประวัติความเป็นจริงเขาได้อย่างไร เห็นหรือไม่ทำให้ผู้เขียนเสียหาย ถึงผู้เขียนจะเคยค้าง เคยไม่ชำระ แต่ก็สัญญาแล้วไงว่าต่อไปจะไม่มีอีกแล้ว ทำไมนายกรุงศรีสยามไม่เชื่อ อย่างนี้เป็นความผิดของนายเครดิตบูโร มาทำให้ประวัติของเขาติดเครดิตบูโร คำว่า ติดเครดิตบูโรคืออะไร...คำว่าติดเครดิตบูโรน่าจะหมายถึง การที่ผู้เขียนมีประวัติการค้างชำระในอดีตเดือนใดเดือนหนึ่ง หรือติดต่อกันหลายเดือน อันเกิดจากการไม่ไปชำระตามสัญญาที่ตกลงกัน หรือที่เราเรียกว่าสัญญาไม่เป็นสัญญา สิ่งนี้จึงทำให้สะท้อนถึงความตั้งอกตั้งใจในการชำระหนี้ สิ่งนี้มันอาจไปลดทอนความน่าเชื่อถือของคนที่ไปทำแบบนี้ไว้...ดั่งคำพระที่ว่า กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา อดีตเป็นเหตุ ปัจจุบันเป็นผล ปัจจุบันเป็นเหตุ อนาคตเป็นผล นั่นเอง

14.ผู้เขียนเล่านิทานมา 13 หัวข้อจบก็มาพบกับข่าวว่า... นายกสมาคมส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมประเทศของเรา อยากขอเป็นเงื่อนไขพิเศษจากทางภาครัฐ เพราะว่าที่ผ่านมา SME ที่เข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนก็มาจากปัญหาการ “ติดเครดิตบูโร”

คำว่าติดเครดิตบูโรที่ท่านนายกสมาคมระบุกับที่ผู้เขียนเล่าไว้ในนิทานมันจะเหมือนกันหรือไม่ แต่ผู้เสียภาษีเช่นตัวผู้เขียนในชีวิตจริงอยากได้ยินจากท่านคือ จะทำอย่างไรให้ผู้เขียนที่อยู่ในนิทาน และเป็น SME มีบัญชีเล่มเดียว และเสียภาษีถูกต้อง...คงไม่ต้องถึงขั้นใช้มาตรการมาขึ้นทะเบียนสาบานนะครับ

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล