posttoday
เลขาฯกสทช.มั่นใจ 4จีประมูลเดือดแน่

เลขาฯกสทช.มั่นใจ 4จีประมูลเดือดแน่

07 กันยายน 2558

เลขาธิการ กสทช.มั่นใจว่าการประมูล 4 จี จะต้องแข่งขันราคากันอย่างดุเดือดแน่นอน

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐ โพสต์ทูเดย์

ท่ามกลางปัจจัยลบทางเศรษฐกิจที่รุมเร้า ทั้งตัวเลขการส่งออกที่ปรับลดลง กำลังซื้อในประเทศถดถอยโดยเฉพาะในระดับรากหญ้า เงินลงทุนภาครัฐก็ยังค้างท่อกว่าแสนล้านบาท ซ้ำเติมด้วยเหตุวางระเบิดแยกราชประสงค์บั่นทอนความเชื่อมั่นทั้งนักลงทุนและนักท่องเที่ยว การประมูลคลื่นความถี่ทั้ง 900 MHz และ 1800 MHz ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือน พ.ย.นี้ เป็นอีกตัวจักรสำคัญที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) คาดหวังว่าจะเป็นตัวช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งทางตรงและทางอ้อมรวมมูลค่ากว่า 5 แสนล้านบาท

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. มองว่าปัจจุบันโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐแทบไม่มีเหลือแล้ว มีแค่การประมูลคลื่นความถี่รอบนี้อย่างเดียวที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เฉพาะมูลค่าเงินที่ได้จากการประมูลก็ไม่น่าจะต่ำกว่า 4 หมื่นล้านบาท และเมื่อประมูลไปแล้วผู้ประกอบการก็ต้องไปลงทุนก่อสร้างโครงข่ายอีกรายละประมาณ 5 หมื่นล้านบาทเกิดการจ้างงานอีกจำนวนมาก

นอกจากการลงทุนทางตรงแล้ว ยังมีการลงทุนทางอ้อมที่เกี่ยวเนื่องจากบริการ 4จี โดยผลการศึกษาของคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คาดว่าจะมีการลงทุนประมาณ 1.6-1.8 แสนล้านบาท ในปี 2559 และ 2.6 แสนล้านบาท ในปี 2560

ทั้งนี้ ใบอนุญาตที่จะออกให้ครั้งนี้มีจำนวน 4 ใบ แบ่งเป็นคลื่น 900 MHz 2 ใบ และคลื่น 1800 MHz อีก 2 ใบ โดยมีกลุ่มทุนสื่อสารโทรคมนาคม 4 กลุ่ม แสดงความสนใจขอรับเอกสารประมูล คือ กลุ่มเอไอเอส ดีแทค ทรู และจัสมิน ซึ่งหลายคนอาจมองว่าไม่มีการแข่งขันราคามากนัก เพราะแบ่งเค้กกันได้ครบทุกราย รวมทั้งเสียงวิจารณ์ว่าไม่มีความชัดเจนเรื่องการคุ้มครองผลประโยชน์บริโภค

อย่างไรก็ตาม ฐากร ยืนยันว่าการกำหนดเงื่อนไขหลักเกณฑ์ต่างๆ ในการประมูลรอบนี้ คำนึงถึงการสร้างความสมดุลแก่ทุกฝ่าย ทั้งเงินประมูลที่รัฐจะได้ ผลประโยชน์ของประชาชน และความอยู่รอดของผู้ให้บริการ

ในส่วนของรัฐ เงินที่รัฐควรจะได้จากการประมูลครั้งนี้ กสทช.กำหนดมูลค่าใบอนุญาตคลื่น 1800 MHz ไว้ที่ใบละ 19,890 ล้านบาท โดยกำหนดราคาเริ่มต้นประมูลที่ 80% หรือประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท กรณีมีผู้เข้าประมูลมากกว่าจำนวนใบอนุญาต

แต่หากมีผู้เข้าประมูลน้อยกว่าหรือเท่ากับใบอนุญาต ราคาเริ่มต้นประมูลจะปรับเป็น 100% ทันที และต้องเคาะราคา 1 ครั้งด้วย ซึ่งกรณีที่ราคาประมูลเริ่มต้นที่ 100% ของมูลค่าคลื่นความถี่ กสทช.จะสอบถามผู้ประมูลก่อนว่าสามารถรับราคานี้ได้หรือไม่ ถ้าไม่ ก็ต้องรอไปอีกจนกว่าจะมีการจัดประมูลรอบใหม่ แต่ถ้ายอมจ่ายในราคา 100% ได้ ก็รับใบอนุญาตไปเลย

ขณะเดียวกัน หากผู้ประมูลมีพฤติการณ์ส่อไปในทางฮั้วประมูล เช่น เคาะราคาแค่ 1-2 ครั้งแล้วจบ หรือเข้าประมูลโดยไม่เคาะราคา เพื่อให้มีผู้ประมูลมากกว่าจำนวนใบอนุญาต เพื่อจะได้เริ่มต้นที่ 80% แทนที่จะเป็น 100%ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของ กสทช.ว่าจะยกเลิกประมูลหรือไม่ ส่วนคนที่ไม่เคาะราคาก็จะถูกริบเงินประกันอีกด้วย

นอกจากกำหนดราคาเริ่มต้นประมูลไว้สูงแล้ว เลขาธิการ กสทช.ยังมั่นใจว่าการประมูลครั้งนี้จะต้องแข่งขันราคากันอย่างดุเดือดแน่นอน เพราะโดยลักษณะของความถี่ทั้งสองย่าน ในส่วนของคลื่น 900 MHz มีจุดเด่นที่ให้ความครอบคลุมพื้นที่บริการ เหมาะกับพื้นที่นอกเมือง พื้นที่ห่างไกล ซึ่งผู้ประกอบการไม่ต้องตั้งเสาสัญญาณมาก ขณะที่ความถี่ 1800 MHz เหมาะกับการให้บริการรับส่งข้อมูลความเร็วสูง ซึ่งผู้ใช้งานจะอยู่ในเขตเมืองเป็นหลัก

ดังนั้น หากมองว่ามีใบอนุญาต 4 ใบ และมีผู้ประมูล 4 ราย แล้วจะมาฮั้วกัน แบ่งกันไปคนละใบคงทำได้ยาก เพราะท้ายที่สุดมีใบอนุญาตคลื่นละ 2 ใบ แต่ผู้ประมูลมี 3 รายใหญ่กับ 1 รายใหม่ รายใหญ่ก็ต่างอยากได้ใบอนุญาต 2 ใบทั้งนั้น ขณะที่รายใหม่อย่างจัสมินก็คงไม่แหย่มาเฉยๆ เพราะเตรียมเงินไว้แล้ว คงสู้ตายแน่นอน

นอกจากนี้แล้ว หากพิจารณาจากบริบทของแต่ละบริษัท จะพบว่าบางค่ายจำเป็นต้องได้คลื่น เช่น เอไอเอสมีคลื่นเหลือแค่ 15 MHz แต่มีลูกค้ากว่า 40 ล้านราย ถ้าไม่มีคลื่นใหม่มาเพิ่มเติม ก็ไม่รู้จะขยายไปทางไหนแล้ว

เช่นเดียวกับทรูและดีแทค ทรูเหลือคลื่นใช้งานในมือกว่า 40 MHz ส่วนดีแทคเหลืออยู่ 75 MHz แต่คลื่นเหล่านี้อยู่ภายใต้ระบบสัมปทาน ดังนั้นก็ต้องประมูลไว้ก่อน เพราะหากไม่ประมูลก็เหมือนรถไฟตกราง พอสัมปทานหมดลงไม่มีคลื่นใช้ เป็นปัจจัยกระตุ้นให้มีการแข่งขันราคา และเชื่อว่าผลประโยชน์ของรัฐจะได้รับการปกป้องแน่นอน

ขณะเดียวกัน ในส่วนของผู้บริโภคก็จะได้ประโยชน์จากใบอนุญาตที่จะออกใหม่ด้วย เพราะ กสทช.กำหนดเงื่อนไขที่สำคัญที่สุดในการประมูลครั้งนี้ คือ อัตราค่าบริการจะต้องถูกกว่าโทรศัพท์มือถือ 3จี และคนที่มีรายได้น้อย คนพิการ จะต้องมีแพ็กเกจที่ราคาถูกกว่าปกติลงไปอีก ตลอดจนมีการกำกับให้ผู้ประกอบการต้องดูแลเรื่องขยะอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ด้วย

เลขาธิการ กสทช. ขยายความว่า เงื่อนไขที่ระบุว่าค่าบริการจะต้องต่ำกว่า 3จี นั้น ปัจจุบันอัตราค่าบริการเสียงขณะนี้ นาทีละไม่เกิน 0.78 บาท ส่วนอัตราค่าบริการรับส่งข้อมูล (ดาต้า) อยู่ที่ไม่เกิน 0.25 บาท/เมกะไบต์ ฉะนั้นพอเปิดให้บริการ 4จี ค่ายมือถือจะต้องกำหนดราคาให้ต่ำกว่านี้อีก อาจจะเป็น 0.5-0.6 บาท/นาทีก็ได้

“คำถามที่ตามมาคือ แล้วคนจะใช้ 3จี เหรอ ก็นี่ไง เป็นกลยุทธ์ของเรา พอ 4จี มันถูกลง 3จี ก็ต้องลดราคาลงมาด้วย ถูกมั้ย มันถูกบังคับให้ลดลงโดยกลไกของตลาด” ฐากร กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเงื่อนไขความครอบคลุมพื้นที่ให้บริการ ซึ่งกำหนดไว้ว่าต้องครอบคลุม 40% ของจำนวนประชากรใน 4 ปีแรก และเพิ่มเป็น 50% ใน 8 ปี อาจถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นตัวเลขที่น้อยเกินไป เพราะตอนประมูล 3จี ยังกำหนดไว้ถึง 80-90%

ประเด็นนี้ เลขาธิการ กสทช. อธิบายว่า เป็นการวางกฎเกณฑ์เพื่อสร้างสมดุลแก่ผู้ประกอบการ เพราะโดยปกติในพื้นที่ห่างไกลจะมีปริมาณการใช้งานดาต้าน้อย ขณะที่ตัวความถี่ 1800 MHz เป็นคลื่นเสริมสำหรับทำ 4จี ได้ การใช้บริการน่าจะกระจุกตัวอยู่ในเขตเมือง หากกำหนดว่าต้องลงทุนโครงข่ายให้ครอบคลุมมาก ก็เป็นการสร้างต้นทุนแก่ผู้ประกอบการ

“เราถึงบังคับเขาไว้ระดับนี้ที่เหลือให้ตลาดเป็นตัวผลักดันไม่เช่นนั้นจะทำให้ความสามารถในการทำกำไรของผู้ประกอบการลดลง ความดึงดูดให้คนมาลงทุนก็น้อยลง อย่างที่บอกว่าต้องรักษาสมดุล คือรายได้ให้รัฐ การแข่งขันในตลาด และผลประโยชน์ผู้บริโภค ซึ่งเงื่อนไขนี้คือดูแล้วว่าอยู่ในจุดที่พอสมควร”เลขาธิการ กสทช. กล่าว

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล