posttoday
จับสัญญาณ ‘บิ๊กโย่ง’ เปิดสัมปทานปิโตรเลียมยืดเยื้อ

จับสัญญาณ ‘บิ๊กโย่ง’ เปิดสัมปทานปิโตรเลียมยืดเยื้อ

05 กันยายน 2558

ช่วงโค้งสุดท้ายโรดแมป “คืนอำนาจ” กระชั้นเข้ามาทุกทีแล้ว แต่การเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์

ช่วงโค้งสุดท้ายโรดแมป “คืนอำนาจ” กระชั้นเข้ามาทุกทีแล้ว แต่การเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ที่ตั้งแท่นตั้งแต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จนมาถึงรัฐบาล “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ยังไม่ได้ข้อยุติ 

ล่าสุด “บิ๊กโย่ง” พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงาน เดินสายมอบนโยบายให้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กรมธุรกิจพลังงาน และสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน จากที่ก่อนหน้านี้ได้นำร่องตรวจเยี่ยมกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.)

“ได้เร่งรัดการผลักดันร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม และ พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ส่วนจะเปิดสำรวจปิโตรเลียมรอบใหม่ได้เมื่อไหร่ ขอให้กฎหมายผ่าน สนช.ก่อน” พล.อ.อนันตพร ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา

แต่ทว่าในครั้งนี้ พล.อ.อนันตพร ส่งสัญญาณชัดเจนว่า ไทยจำเป็นต้องจัดหาแหล่งพลังงานของประเทศเพื่อสร้างความมั่นคงและสอดคล้องกับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ. 2558-2579 (แผนพีดีพี 2015) โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากโรงไฟฟ้าถ่านหินไม่สามารถเกิดขึ้นได้ตามแผนพีดีพี จะส่งผลให้ปริมาณความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นทันที

“ถ้ายังไม่มีแหล่งปิโตรเลียมใหม่ๆ ทดแทน ก็ต้องนำเข้า ก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ท้ายสุดต้นทุนผลิตไฟฟ้าสูงขึ้น” พล.อ.อนันตพร ย้ำ

พล.อ.อนันตพร ยังมอบหมายให้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติเร่งสร้างความเชื่อมั่นและการยอมรับด้านการจัดหาพลังงานจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยทุกกิจกรรมขอให้มุ่งเน้นถึงผลประโยชน์ที่ประชาชนและประเทศชาติจะได้รับอย่างเป็นรูปธรรม ที่สำคัญจะต้องชี้แจงให้สังคมได้รับรู้สถานการณ์พลังงานทั้งปัจจุบันและในอนาคตด้วย

เมื่อถามว่าจะเปิดสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่ได้เมื่อไหร่ และจะเปิดได้ภายในปีนี้หรือไม่ พล.อ.อนันตพร ย้ำว่า “รอให้กฎหมายผ่านก่อน”

จึงเท่ากับว่าการเปิดสำรวจปิโตรเลียมรอบใหม่จะต้องยื้อเวลาไปอย่างไม่มีกำหนด

ขณะที่ พวงทิพย์ ศิลปศาสตร์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ระบุว่า หากการเปิดสำรวจปิโตรเลียมรอบใหม่ และการบริหารสัมปทานแหล่งก๊าซธรรมชาติ 2 แห่งที่จะสิ้นสุดสัมปทานในปี 2565-2566 ไม่ได้ข้อสรุป จะกระทบแผนพีดีพี 2015 คือจะต้องลดสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติลง แต่ต้องรอดูว่า สนช.จะผ่านกฎหมายปิโตรเลียม 2 ฉบับที่กำหนดให้ใช้ระบบแบ่งปันผลผลิต (พีเอสซี) ร่วมกับระบบสัมปทานได้เมื่อไหร่

ด้าน ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี แกนนำเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) กล่าวว่า คปพ.ไม่ได้ต่อต้านระบบสัมปทาน แต่ควรเปิดกว้างให้มีระบบพีเอสซีด้วย และต้องการให้กระทรวงพลังงานรับฟังข้อเสนอ คปพ.เกี่ยวกับการแก้กฎหมายปิโตรเลียม เช่น การเก็บภาษีปิโตรเลียมที่มีความเหลื่อมล้ำเมื่อเทียบกับการจัดเก็บภาษีของธุรกิจอื่นๆ โดย คปพ.มองว่าเอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมมากเกินไป

“ตอนนี้ คปพ.อยากหารือแบบปรองดองกับภาครัฐ หรือเคลียร์แบบปรองดอง เพื่อหาข้อสรุปที่เป็นประโยชน์กับประเทศ” ม.ล.กรกสิวัฒน์ กล่าว

นอกจากนี้ ในส่วนการตรวจเยี่ยมกรมธุรกิจพลังงาน พล.อ.อนันตพร ยืนยันนโยบายที่จะยกเลิกน้ำมันบางประเภท แต่จะทยอยดำเนินการเพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อผู้บริโภค โดยเฉพาะการยกเลิกแก๊สโซฮอล์ 91 โดยจะใช้วิธีทำให้ราคาแก๊สโซฮอล์ 95 ใกล้เคียงกับแก๊สโซฮอล์ 91 และให้ประชาชนตัดสินใจเลือกว่าจะใช้น้ำมันประเภทใด

พล.อ.อนันตพร ระบุว่า การประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) วันที่ 7 ก.ย.นี้ นอกจากจะพิจารณากำหนดราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ประจำเดือน ก.ย. ซึ่งคาดว่าราคาจะลดลงจากเดือนก่อน เพราะราคาแอลพีจีในตลาดลดลงจากเดือนก่อน 40 เหรียญสหรัฐ/ตันแล้ว จะมีการหารือเกี่ยวกับโครงสร้างราคาโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) ด้วย

“ต้องชี้แจงให้เข้าใจก่อนว่าปัจจุบันราคาเอ็นจีวีที่ระดับ 13 บาท/กิโลกรัม เป็นราคาที่มีการอุดหนุนจากภาครัฐ และแม้ว่าน้ำมันและก๊าซจะอยู่ในช่วงขาลง แต่ต้นทุนเอ็นจีวีที่แท้จริงยังอยู่ที่ 14 บาท/กิโลกรัม โดยเชื่อว่าหากปรับราคาขึ้นมาจะไม่กระทบต่อค่าขนส่ง เพราะตอนนี้ราคาดีเซลลดลงมาก ก็ไม่เห็นว่าค่าขนส่งจะลดลงตาม”  พล.อ.อนันตพร ทิ้งท้าย

ในสถานการณ์ราคาน้ำมันขาลง การรื้อโครงสร้างราคาพลังงานให้สะท้อนต้นทุนไม่ต่างจากงาน “รูทีน” ในขณะที่การผลักดันเรื่องเปิดสำรวจและผลิตปิโตรเลียม และสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่ง “เทคโนแครตพลังงาน” เร่งรัดให้สำเร็จในรัฐบาลชุดนี้ต่างหาก ที่เป็นภารกิจวัดฝีมือ รมว.พลังงาน ที่ชื่อ พล.อ.อนันตพร

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า