
กทช.เตรียมอนุมัติร่างไลเซ่นส์ทีวีดาวเทียม
กทช.เร่งเครื่อง ไลเซ่นส์ทีวีดาวเทียม เตรียมอนุมัติร่างอีก 2 สัปดาห์ หวังแก้ปัญหาสื่อปลุกระดมการเมือง
กทช.เร่งเครื่อง ไลเซ่นส์ทีวีดาวเทียม เตรียมอนุมัติร่างอีก 2 สัปดาห์ หวังแก้ปัญหาสื่อปลุกระดมการเมือง
นายพนา ทองมีอาคม กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เปิดเผยว่า อีก 2 สัปดาห์ คาดว่าจะเสนอร่างหลักเกณฑ์การประกอบกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ชั่วคราว (กิจการโทรทัศน์ดาวเทียม) ให้ที่ประชุม กทช.พิจารณาเพื่ออนุมัติ และนำเข้าสู่กระบวนการรับฟังความเห็นสาธารณะ (ประชาพิจารณ์) ได้ประมาณเดินหน้า
การเร่งเรื่องทีวีดาวเทียมเพื่อให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น และจะเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องการใช้สื่อเพื่อการปลุกระดมทางการเมือง หลังจากที่ก่อนหน้า นี้ได้ดำเนินการในลักษณะเดียวกันกับวิทยชุมชนไปแล้ว และพบว่าการมีหลัเกณฑ์ประกอบการที่ชัดเจน ช่วยควบคุมเรื่องนี้ได้ในระดับหนึ่ง
ปัจจุบัน มีผู้ประกอบการทีวีดาวเทียมประมาณ 30 ราย และมีช่องรายการรวม 90 ช่อง ซึ่งหากกทช. มีการออกร่างที่ชัดเจน เชื่อว่าจะมีผู้ประกอบการในส่วนนี้ เพิ่มขึ้น
สำหรับร่างหลักเกณฑ์วิทยุชุมชน และ เคเบิลทีวี ที่ได้เปิดประชาพิจารณ์ไปเมื่อวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา คณะอนุกรรมการทั้ง 2 แห่ง จะนำไปปรับแก้ไขก่อนเสนอให้บอร์ดพิจารณาได้ในช่วงเดือน ส.ค. ซึ่งนอกจากทั้ง 2 เรื่องแล้ว กทช.ยังจะเข้ามาดูแลเรื่องใบประกาศ สำหรับผู้ดำเนินรายการทีวีและวิทยุด้ย หลังจากที่เป็นสุญญากาศเนื่องจากไม่มีกรมประชาสัมพันธ์
นายต่อพงศ์ เสลานนท์ ประธานคณะทำงานด้านกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ กล่าวว่า ประเด็นที่ผู้ประกอบการเคเบิลท้องถิ่นส่วนใหญ่กังวล คือ ควรแยกผู้ประกอบการรายย่อยกับรายใหญ่เป็นคนละส่วนกัน เพราะสภาพตลาดคนละรูปแบบ หากนำมารวมกันจะส่งผลให้รายเล็กไม่สามารถอยู่ในตลาดได้
ทั้งนี้ เนื่องจากเคเบิลรายใหญ่สามารถใช้กลยุทธ์ทางการตลาดแบบขายพ่วง (บันเดิล) ซึ่ง รายย่อยไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ ขณะที่เก็บค่าบริการรายเดือนเท่ากัน จึงต้องการให้ กทช.เข้ามาดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจัง
สำหรับอัตราการจัดเก็บค่าธรรมเนียมใบอนุญาต จะอ้างอิงตามพื้นที่อำเภอ โดยแบ่งอัตราค่าธรรมเนียมชั่วคราวแบบรายปีไว้ 4 ประเภท ได้แก่ พื้นที่ที่มีเขตศักยภาพเชิงพาณิชย์ 2.5 หมื่นบาท พื้นที่ที่มีเขตศักยภาพปานกลาง 1 หมื่นบาท พื้นที่ที่มีเขตศักยภาพต่ำ 5,000 บาท และพื้นที่ที่มีเขตศักยภาพเสี่ยงขาดทุน จะยกเว้นค่าธรรมเนียม
เบื้องต้นพบว่ามีผู้ประกอบการเคเบิล 700-800 ราย ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในเขตพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงและปานกลาง ปัจจุบันมีผู้รับชมเคเบิลทีวีประมาณ 2.5 ล้านครัวเรือน
ขณะที่การให้ใบอนุญาตแบบแบ่งตามเขตอำเภอ ผู้ประกอบการเคเบิลสามารถขอใบอนุญาตเพื่อเปิดให้บริการได้หลายเขตอำเภอ ซึ่งเคเบิลทีวีเป็นสื่อที่สำคัญในการรับรู้ข่าวสารของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ขณะที่พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีความแตกต่างทางภูมิศาสตร์ และวัฒนธรรม คณะทำงานได้ทำข้อยกเว้นการเก็บค่าธรรมเนียม







