
สมคิดดับฝันนิรโทษภาษีเอสเอ็มอี
“สมคิด” ล้มโต๊ะนิรโทษกรรมภาษีช่วยเอสเอ็มอี เน้นช่วยสภาพคล่อง
“สมคิด” ล้มโต๊ะนิรโทษกรรมภาษีช่วยเอสเอ็มอี เน้นช่วยสภาพคล่อง
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่อนุมัติมาตรการนิรโทษกรรมภาษี หรือไม่ตรวจสอบภาษีย้อนหลังให้กับเอสเอ็มอีที่ขึ้นทะเบียนตามที่ภาคเอกชนเสนอ หากจะดำเนินการต้องทำไปพร้อมกับการปรับโครงสร้างธุรกิจของเอสเอ็มอีเพื่อดึงเข้าระบบ ซึ่งจะเป็นแผนในระยะถัดไป
อย่างไรก็ตาม มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของรัฐบาลจะแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ระยะแรกเป็นมาตรการเร่งด่วนที่จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติในวันอังคารที่ 8 ก.ย.นี้ เป็นมาตรการช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยให้ธนาคารออมสินตั้งวงเงินปล่อยสินเชื่อ
มาตรการระยะสอง เน้นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้เอสเอ็มอี เพื่อสร้างความเข้มแข็งในอนาคต โดยกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงไอซีที รับผิดชอบ
นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า อีก 2 สัปดาห์ข้างหน้าจะนำเสนอแผนดูแลผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ พิจารณาก่อนนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม. กำหนดไว้ 3 แนวทาง 1.การสร้างตลาด โดยพัฒนาตลาดค้าส่งค้าปลีกที่มี 84 แห่ง ใน 36 จังหวัดมาปรับปรุงเป็นแหล่งขายสินค้าเอสเอ็มอี การพัฒนาการค้าตามแนวชายแดนและออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ ThaiTrade.com ที่จะเพิ่มงบจาก 20 ล้านบาท เป็น 120-130 ล้านบาท
2.การดูแลเอสเอ็มอีโดยให้ความรู้ สร้างรูปแบบธุรกิจใหม่ และ 3.การพัฒนารายกลุ่ม (คลัสเตอร์) ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงพาณิชย์ คือ กลุ่มสุขภาพ กลุ่มครีเอทีฟ รายสินค้า ได้แก่ อาหาร เกษตร พลังงาน ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ ท่องเที่ยว สุขภาพ และวัฒนธรรม
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หากรัฐบาลไม่นิรโทษกรรมเอสเอ็มอี อาจมีมาตรการกระตุ้นที่จูงใจกว่า จึงขอติดตามมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่จะเสนอเข้า
ที่ประชุม ครม.ในวันอังคารหน้าว่าจะมีมาตรการอย่างไรบ้าง เพราะเชื่อว่ารัฐบาลจะมีแพ็กเกจที่ช่วยเหลือเอสเอ็มอีได้อย่างแน่นอน
แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม ระบุว่า ในส่วนของการปรับโครงสร้างสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) หลังจากย้ายมาสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น จะมีการแต่งตั้ง นางสาลินี วังตาล ปัจจุบันเป็นประธานบอร์ดเอสเอ็มอีแบงก์เข้ามารับผิดชอบดำเนินการ หลังจากภายในองค์กรมีปัญหาแตกแยกจนไม่สามารถขับเคลื่อนงานได้ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการพัฒนาเอสเอ็มอีเป็นวาระแห่งชาติ







