
อุตฯเอ็มโอยูจ.ชิบะและมาตรการเอสเอ็มอีเล็กน้อย
ก.อุตฯเผยมาตรการช่วยเอสเอ็มอี 2 ระยะ ชี้ต้องบูรณาการ ลงนามญี่ปุ่นเพิ่ม หวังช่วยดันศักยภาพเอสเอ็มอีไทย
ก.อุตฯเผยมาตรการช่วยเอสเอ็มอี 2 ระยะ ชี้ต้องบูรณาการ ลงนามญี่ปุ่นเพิ่ม หวังช่วยดันศักยภาพเอสเอ็มอีไทย
นางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ภายหลังจากการหารือกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ถึงแผนการดำเนินงานการส่งเสริมเอสเอ็มอี ได้มีการวางกรอบการดำเนินงานเป็น 2 ส่วน คือ ระยะเร่งด่วน และระยะบูรณาการ โดยงานระยะเร่งด่วนส่วนใหญ่เป็นของกระทรวงการคลังที่เกี่ยวข้องกับมาตรการทางภาษี ขณะที่กระทรวงอุตสาหกรรมจะต้องเน้นงานบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่น เช่น กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เป็นต้น
“สำหรับมาตรการที่ได้เสนอไปนั้นส่วนหนึ่งจะต้องนำกลับมาหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเริ่มประชุมกับ สสว.ทันที ส่วนของวงเงินจะต้องใช้เท่าไรนั้นจะมีการหารือกันในที่ประชุมเพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจน ถึงแม้ว่าในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรมจะต้องเน้นบูรณาการแต่ก็ต้องเร่งดำเนินงานให้เร็วที่สุดเช่นกัน” นางอรรชกา กล่าว
นอกจากนี้กระทรวงอุตสาหกรรมได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจกับรัฐบาลท้องถิ่น จ.ชิบะ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อสนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมระหว่างกัน โดยเฉพาะกิจการประเภทเอสเอ็มอี ภายใต้กรอบความร่วมมือต่างๆ ดังนี้ 1.เสริมสร้างความสัมพันธ์ด้านอุตสาหกรรมของทั้ง 2 ประเทศ 2.สนับสนุนเอสเอ็มอีของทั้ง 2 ประเทศสู่การเป็นสากล และ 3.ดำเนินกิจกรรมด้านต่างๆ ร่วมกัน เช่น การเชื่อมคลัสเตอร์อุตสาหกรรม
ปัจจุบันมีผู้ประกอบการจาก จ.ชิบะเข้ามาลงทุนในไทยแล้ว 21 ราย และมีการก่อสร้างโรงงานแล้ว 13 โรง ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมเครื่องจักร ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อาหารและบริการ และหลังจากนี้คาดว่าจะมีนักลงทุนทยอยเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 50 ราย
นายโมริตะ เคนซาคุ ผู้ว่าราชการ จ. ชิบะ กล่าวว่า จ.ชิบะเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพด้านปิโตรเลียม เคมีภัณฑ์ เหล็กกล้า ชิ้นส่วนยานยนต์ และแปรรูปอาหาร โดยจะเข้ามาสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของไทย นอกจากนี้จะมีการเชิญชวนประชาสัมพันธ์ชาว จ.ชิบะให้มาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มด้วย เพราะเป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศ.







