
ASPงดแจกวิจัยหุ้น
“ก้องเกียรติ” สั่งงดแจกวิเคราะห์หุ้นรายตัว 1 ก.ย.นี้เพิ่มลูกค้า กิมเอ็ง อาจเลียนแบบ
“ก้องเกียรติ” สั่งงดแจกวิเคราะห์หุ้นรายตัว 1 ก.ย.นี้เพิ่มลูกค้า กิมเอ็ง อาจเลียนแบบ
นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (ASP) เปิดเผยว่า นับตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา บริษัทประกาศจำกัดการเผยแพร่บทวิเคราะห์หุ้นรายตัว โดยจะให้เฉพาะลูกค้าของ ASP เท่านั้น จากเดิมเผยแพร่กับสาธารณชน
“หากเป็นบทวิเคราะห์ภาพรวมยังเผยแพร่ตามปกติ แต่หากเป็นหุ้นรายตัวจะจำกัดเฉพาะลูกค้าเท่านั้น ซึ่งวันแรกที่ใช้วิธีการนี้ มีคนมาขอสมัครเป็นลูกค้ากับ ASP ถึง 70 คน” นายก้องเกียรติ กล่าว
ขณะเดียวกันอุตสาหกรรมหลักทรัพย์มีการแข่งขันค่าธรรมเนียมนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ (คอมมิชชั่น) อย่างรุนแรง ผลจากการเปิดบริษัทหลักทรัพย์ใหม่ และมูลค่าการซื้อขายหุ้นลดลง ยิ่งทำให้โบรกเกอร์ใหม่เสนอค่าคอมมิชชั่นต่ำลงเพื่อหวังดึงลูกค้า จนทำให้ภาพรวมคอมมิชชั่นขณะนี้ลดมาอยู่ที่ 0.13%
ขณะที่ ASP ไม่มีนโยบายลดค่าคอมมิชชั่น และการที่มีสินค้าหลากหลาย พาลูกค้าไปลงทุนในหุ้นต่างประเทศ และการมีหุ้นไอพีโอให้กับลูกค้า จนทำให้บริษัทยังสามารถรักษาค่าคอมมิชชั่นเฉลี่ยที่ระดับ 0.18% ซึ่งสูงกว่าอุตสาหกรรม แต่กลับส่งผลให้ส่วนแบ่งการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) ในธุรกิจหลักทรัพย์ลดลงจากระดับ 3.86% เมื่อสิ้นปี 2557 หรืออยู่ที่อันดับ 10 ขณะนี้ลงมาอยู่ที่อันดับ 26 ในสัดส่วน 1.87% ของตลาดโดยรวม
สำหรับรายได้และกำไรของบริษัทในปีนี้คาดว่าจะไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เมื่อต้นปีคาดว่าจะเติบโต 10-15% เนื่องจากหุ้นปรับฐานในช่วงไตรมาส 3 นี้ และปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลงมาอยู่ที่ระดับ 4.2 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่าระดับคาดการณ์ไว้เมื่อต้นปีว่าจะอยู่ที่ 4.5 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ กระแสหุ้นไอพีโอถูกเลื่อนการเสนอขายออกไป แต่ยอมรับว่าปัจจุบันงานด้านวาณิชธนกิจในมือมีจำนวน 39 ดีล แบ่งเป็น 17 ดีล เป็นงานที่ปรึกษาการเงินอื่นๆ และที่เหลือเป็นงานไอพีโอ 25 ดีล ในจำนวนนี้จะเข้าตลาดหุ้นในปีนี้ 2 บริษัท และที่เหลือจะทยอยเข้าตลาดหุ้นตั้งแต่ปี 2559-2560
สำหรับภาวะตลาดหุ้นในช่วงที่เหลือของปีนี้ นายก้องเกียรติ มองว่า ดัชนีจะยังคงมีความผันผวนอยู่ แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าตลาดได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้วหรือไม่ แต่มองว่าเป็นระดับที่มีหุ้นบางตัวมีความน่าสนใจ ดังนั้นต้องเลือกหุ้นที่มีมูลค่าต่ำเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับอุตสาหกรรมเดียวกันในต่างประเทศในเชิงอัตราราคาเทียบกับกำไรสุทธิต่อหุ้น (พี/อี) เงินปันผล เป็นต้น แต่กระแสการขายหุ้นของนักลงทุนสถาบันต่างชาติน่าจะเหลืออีกไม่มาก เนื่องจากเหลือหุ้นในมือเพื่อขายลดน้อยลง หลังจากขายไปจำนวนมากแล้ว
สำหรับผลประกอบการในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ ASP มีรายได้รวม 1,211 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากงวดเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้ 1,199 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 349 ล้านบาท ใกล้เคียงกับงวดเดียวกันปีก่อนอยู่ที่ระดับ 350 ล้านบาท
นายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัยหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า หลักการการเผยแพร่บทวิเคราะห์ของบริษัท ปัจจุบันจะกำหนดช่วงระหว่างเวลา 08.00-10.00 น. ของทุกๆ วันทำการก่อนช่วงเวลาเปิดการซื้อขายจะสงวนสิทธิให้กับลูกค้าเท่านั้นเพราะเป็นช่วงเวลาที่มีการเข้าดูข้อมูลเว็บไซต์ในปริมาณที่สูง จึงกังวลว่าจะมีผลกระทบกับลูกค้าของบริษัท หลังช่วงเวลาดังกล่าวจะเผยแพร่กับสาธารณชน
“หลังเริ่มมีโบรกเกอร์บางแห่งงดแจกบทวิเคราะห์ห6hนรายตัว บริษัทก็มีโอกาสทำด้วย แต่ขึ้นกับสถานการณ์และการตัดสินใจของผู้บริหาร” นายสุกิจ กล่าว
นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ กล่าวว่า ทิศทางการลงทุนดีขึ้น โดยเริ่มเห็นสัญญาณการไหลเข้าของเม็ดเงินลงทุนต่อเนื่อง โดยเฉพาะในตลาดล่วงหน้า และคาดว่าการประชุมของเฟดในเดือน ก.ย.นี้ จะมีมติคงดอกเบี้ยนโยบาย ดึงดูดให้มีเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นเกิดใหม่อีกครั้ง และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจก็จะช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยและการบริโภคภายในประเทศให้ฟื้นตัวเร็วยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ดี ตลาดยังคงมีปัจจัยกดดันที่อาจเกิดขึ้นจากปรับลดประมาณการบริษัทจดทะเบียน ทำให้มูลค่าราคาของดัชนีแพงขึ้นโดยปริยาย รวมถึงส่งออกติดลบและการปรับฐานของราคาโภคภัณฑ์ที่อาจยังไม่สิ้นสุด
ทั้งนี้คาดว่าตลาดในเดือน ก.ย. ดัชนีจะเคลื่อนไหวในกรอบแนวรับแนวต้าน 1,330-1,430 จุด โดยแนะนำให้หาจังหวะลงทุนตามกรอบ ในหุ้นทั้งสิ้น 19 บริษัท ได้แก่ IRPC, IFEC, BLA, TCAP, KKC, PTTGC, VNG, WHA, BANPU, IVL, SYNEX, SUPER, QH, SCB, CEN, MCS, TVO, PTT, EVER







