
อุมาพร เหรียญวัจนะวงศ์ เรียนรู้ต่อยอดลุยธุรกิจส่วนตัว
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
การสร้างประสบการณ์การทำงานในองค์กรต่างๆ เป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้ที่ต้องการมีธุรกิจส่วนตัวได้เรียนรู้กระบวนการทำงาน โดยเฉพาะหากอยู่ในองค์กรขนาดใหญ่ ก็จะได้เรียนรู้มาตรฐานการดำเนินกิจการอย่างมืออาชีพ จึงไม่แปลกที่ผู้ประกอบการหลายคนเลือกไปเริ่มต้นเป็นลูกจ้างในองค์กรต่างๆ เพื่อเรียนรู้งานก่อนจะก้าวมาเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเอง
อุมาพร เหรียญวัจนะวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีอุมา (ประเทศไทย) ผู้ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายอุปกรณ์ดำน้ำ เปิดเผยว่า ครอบครัวดำเนินธุรกิจโรงงานผลิตฝากระป๋อง ซึ่งโดยส่วนตัวเป็นพี่สาวคนโตก็ได้เข้าไปคลุกคลีกับธุรกิจของที่บ้านตั้งแต่อายุ 13 ปี ได้เห็นการเจรจาการค้า และวิธีการทำงานของคนรุ่นก่อน กระทั่งเรียนจบก็ได้เข้ามาช่วยงานด้านการบริหาร ดูแลด้านการเงินที่โรงงาน 5 ปี
อย่างไรก็ตาม เมื่อทำงานที่โรงงานไประยะหนึ่ง ก็ต้องการออกมาเรียนรู้ประสบการณ์การทำงานจากองค์กรอื่นบ้าง โดยเลือกสมัครทำงานโรงแรมในภูเก็ต เนื่องจากต้องการเรียนรู้แนวทางการทำงานของโรงแรมระดับ 4-5 ดาว ว่ามีวิธีการบริหารจัดการคนอย่างไร เพราะโรงแรมระดับนี้ต้องมีมาตรฐานสูงมาก และต้องใช้บุคลากรจำนวนมาก จึงต้องวางแผนการบริหารจัดการคนอย่างดี ซึ่งก็ได้เข้าไปทำงานในโรงแรมโดยเริ่มตั้งแต่การเป็นพนักงานต้อนรับ ทำได้ 2-3 ปี ระหว่างนั้นก็มองเห็นช่องทางธุรกิจ
ทั้งนี้ เนื่องจากภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยว และจากการทำงานโรงแรมทำให้มองเห็นว่าแต่ละวันมียอดนักท่องเที่ยวหมุนเวียนสูงมาก ซึ่งส่วนใหญ่ก็ต้องการมาดื่มด่ำแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล ดังนั้นจึงประเมินว่าการทำธุรกิจที่เกี่ยวกับอุปกรณ์ดำน้ำก็น่าจะมีโอกาสเติบโตได้ตามการท่องเที่ยว ซึ่งที่ผ่านมาคนไทยที่ทำธุรกิจทัวร์ พานักท่องเที่ยวไปดำน้ำ ก็จะต้องซื้ออุปกรณ์ดำน้ำมาในราคาแพง แต่เป็นผลิตภัณฑ์ที่อายุการใช้งานสั้น ประมาณ 1 เดือนเท่านั้น ทำให้ตัดสินใจเปิดบริษัทจำหน่ายอุปกรณ์ดำน้ำ
อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลานั้นทางบ้านได้ไปซื้อกิจการรีสอร์ท ซึ่งอยู่ระหว่างปากซองและปากเซ ประเทศลาว มาทำเองภายใต้ชื่อ บ้านอีตู้ วอเตอร์ฟอลล์ รีสอร์ท โดยได้สัมปทานจากลาวระยะเวลา 23 ปี จึงเริ่มต้นทำธุรกิจอุปกรณ์ดำน้ำไปพร้อมๆ กับการเข้าไปช่วยทางบ้านดูแลเรื่องการบริหารจัดการบ้านอีตู้
“บ้านอีตู้มี 37 ห้อง เป็นรีสอร์ทที่มีน้ำตกอยู่ มีจุดเด่นอากาศบริสุทธิ์ มีไร่ชา กาแฟ โดยรอบบริเวณ ซึ่งคนไทยน่าจะชื่นชอบ เพราะอยู่ห่างจากสนามบินอุบลราชธานีไปเพียง 170 กิโลเมตร โดยคาดว่าหลังซื้อ
กิจการมาน่าจะใช้เวลา 5 ปีคืนทุน ซึ่งล่าสุดก็ได้มาทำตลาดรีสอร์ทแห่งนี้ โดยออกงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 36 วันที่ 3-6 ก.ย. 2558 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เสนอโปรโมชั่นทัวร์ลาวใต้ 3 วัน 2 คืน พักที่บ้านอีตู้ เริ่มต้น 6,490 บาท/ท่าน สำหรับเดินทางเดือน ก.ย.นี้ และ 1 ก.พ. 2559-30 ก.ย. 2559 และ 7,490 บาท/ท่าน สำหรับเดินทาง 1 ต.ค. 2558-31 ม.ค. 2559” อุมาพร กล่าว
ขณะนี้บ้านอีตู้มีสัดส่วนลูกค้าคนไทยใช้บริการ 30% ส่วนกลุ่มอื่นที่ใช้บริการมาก ได้แก่ ฝรั่งเศส เยอรมนี การมาออกงานไทยเที่ยวไทยครั้งนี้ ก็ตั้งเป้าหมายว่าจะมีกลุ่มคนไทยซื้อแพ็กเกจ 300 คน โดยกลุ่มหลักที่สนใจน่าจะเป็นคนอายุ 25-40 ปี ซึ่งอยู่ในวัยทำงาน หลังจากนี้หากมีโอกาสก็สนใจหาทำเลเหมาะสมในอุบลราชธานี เพื่อทำรีสอร์ทเช่นกัน เนื่องจากมองว่าจะได้ส่งเสริมซึ่งกันและกัน จัดท่องเที่ยวเชื่อมโยงไปยังรีสอร์ทในลาวได้
อุมาพร กล่าวถึงธุรกิจขายอุปกรณ์ดำน้ำว่า แม้จะเริ่มเปิดบริษัทขายอุปกรณ์ดำน้ำพร้อมๆ กับการดูแลรีสอร์ทบ้านอีตู้ แต่เนื่องจากต้องใช้เวลาในการคัดเลือกผู้ผลิตอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ จึงเริ่มดำเนินการจริงช้ากว่า โดยได้จัดหาผู้ผลิตอุปกรณ์ดำน้ำ พร้อมทำแบรนด์สินค้าของตัวเองภายใต้ชื่อ “อูมิ โปร” โดย อูมิ แปลว่า ทะเล ดังนั้น อูมิ โปร จึงสะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพทางทะเล
สำหรับระยะแรกบริษัทสั่งผลิตและจำหน่ายเฉพาะอุปกรณ์ดำน้ำตื้น ได้แก่ หน้ากาก ท่อหายใจ ตีนกบ เสื้อชูชีพ ขายให้กับริษัททัวร์ต่างๆ ที่มีโปรแกรมพานักท่องเที่ยวลงเรือไปดำน้ำตื้น เริ่มจาก จ.ภูเก็ต โดยมีลูกค้าบริษัททัวร์กว่า 20 ราย กระทั่งปัจจุบันได้ขยายไปยังพังงาและสมุยด้วย
“บริษัทนำเสนอจุดขายผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพแต่ราคาไม่แพง ทำให้ได้รับกระแสการตอบรับที่ดีจากผู้ประกอบการทัวร์ มีการบอกต่อแบบปากต่อปาก ทำให้มีลูกค้าใหม่เข้ามาต่อเนื่อง ที่ผ่านมาผลิตภัณฑ์อุปกรณ์ดำน้ำในตลาดที่ผู้ประกอบการทัวร์ซื้อมาใช้งานบนเรือท่องเที่ยวจะมีอายุการใช้งานไม่ถึง 1 เดือน ก็ต้องเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่ผลิตภัณฑ์ของบริษัทมีอายุใช้งานอย่างต่ำ 3 เดือน ซึ่งก็มีลูกค้าเข้ามาต่อเนื่อง ทั้งกลุ่มที่ต้องการเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ทดแทนอุปกรณ์เดิมที่ชำรุด และกลุ่มที่ต่อเรือใหม่ ต้องการอุปกรณ์ใหม่ทั้งชุดไปไว้รองรับนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการ” อุมาพร กล่าว
ขณะที่แผนการดำเนินงานของธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์ดำน้ำหลังจากนี้ จะให้ความสำคัญเรื่องการขยายพื้นที่การจำหน่ายมากขึ้น โดยจังหวัดลำดับถัดไปที่มองไว้ คือ กระบี่ ตรัง และสตูล และมองไว้ว่าภายใต้ 3 ปี น่าจะขยายพื้นที่การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ได้ครอบคลุมภาคใต้ทั้งหมด ขณะเดียวกันหลังจากนี้ก็จะพิจารณาเพิ่มประเภทผลิตภัณฑ์ใหม่ จากปัจจุบันมีเฉพาะผลิตภัณฑ์สำหรับการดำน้ำตื้น ก็จะต่อยอดไปยังการดำน้ำลึกด้วย และอนาคตอาจขยายขอบเขตการจำหน่าย จากจำหน่ายเฉพาะผู้ประกอบการ ไปสู่การขายปลีกให้คนทั่วไปก็ได้ หากมีโอกาส
อุมาพร กล่าวว่า จากที่ต้องเข้าไปช่วยดูแลงานในโรงงานของครอบครัว ดูแลรีสอร์ทในลาว และธุรกิจขายอุปกรณ์ดำน้ำของตัวเอง ดังนั้นจึงต้องแบ่งเวลาในการทำงานอย่างดี โดยจะเดินทางไปรีสอร์ทในลาวเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อติดตามการดำเนินงาน ดูแลเรื่องการจัดการต่างๆ ขณะที่โรงงานนั้นจะช่วยดูแลเฉพาะด้านบัญชี หลักๆ แล้วยังเป็นคุณพ่อคุณแม่ดูแลอยู่ และหากน้องชายเรียนจบก็น่าจะเข้ามาดูแลงานในส่วนของโรงงานได้ดี ดังนั้นจึงมีเวลามากพอในการดูแลธุรกิจขายอุปกรณ์ดำน้ำของตัวเอง
ด้านแนวทางการทำงานนั้น ก็จะอาศัยประสบการณ์จากที่เคยเข้าไปช่วยงานครอบครัว เรียนรู้แนวทางการเจรจาการค้า รวมทั้งได้ดูแนวทางการบริหารจัดการโรงแรมมาจากการทำงานในโรงแรมที่ภูเก็ต มาประยุกต์ใช้กับการทำธุรกิจของตัวเอง รวมทั้งการดูแลรีสอร์ทในลาว โดยแนวทางสำคัญที่ยึดถือเสมอในการทำธุรกิจคือ ต้องรักในสิ่งที่ทำ หากทำธุรกิจด้วยความรักและความจริงใจ ตั้งใจทำ ก็เชื่อว่าจะทำออกมาได้ดี







