
เลี้ยงไม่โต
รัฐบาล “ประยุทธ์” กำลังดำเนินนโยบายเป็น “ซานต้า” ใจดีออกมาตรการโปรยเงินเพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจกระเตื้องขึ้น ทั้งปล่อยเงินกู้ผ่านกองทุนหมู่บ้านกว่า 6 หมื่นล้านบาท การผลักดันเตรียมแพ็กเกจมาตรการชุดใหญ่เพื่อช่วยเอสเอ็มอี ปัดฝุ่นจัดหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนปรนมาตรการภาษี ฯลฯ
รัฐบาล “ประยุทธ์” กำลังดำเนินนโยบายเป็น “ซานต้า” ใจดีออกมาตรการโปรยเงินเพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจกระเตื้องขึ้น ทั้งปล่อยเงินกู้ผ่านกองทุนหมู่บ้านกว่า 6 หมื่นล้านบาท การผลักดันเตรียมแพ็กเกจมาตรการชุดใหญ่เพื่อช่วยเอสเอ็มอี ปัดฝุ่นจัดหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนปรนมาตรการภาษี ฯลฯ
ประเด็นการหารือมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอีนั้นดูเหมือนเป็นบทละครซ้ำๆ เป็นการรีเมกละครเก่า งัดเอามาตรการเก่ามาใช้ เพราะหากย้อนไปเมื่อเดือน มี.ค. 2558 “รัฐบาลประยุทธ์” ได้ออกมาตรการช่วยเอสเอมอี เช่น โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Policy Loan) โดยให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ 1.5 หมื่นล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 4% โดยรัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยส่วนต่าง 3% ให้เอสเอ็มอีแบงก์ ผ่อนปรนให้เอสเอ็มอีที่มีประวัติแบล็กลิสต์ในเครดิตบูโรสามารถกู้เงินได้
รวมทั้งให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันสินเชื่อในโครงการดังกล่าว โดยยอมรับความเสียหายจากปัญหาสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) สัดส่วน 30% จากปกติรับความเสียหาย 18% รวมถึงการให้เอสเอ็มอีแบงก์และธนาคารออมสินจัดตั้งกองทุนร่วมลงทุนกับเอสเอ็มอี
นอกจากนี้ รัฐบาลพยายามส่งผ่านนโยบายนี้ไปยังธนาคารรัฐอื่นๆ เช่น ธนาคารออมสิน ออกแพ็กเกจเงินกู้ 2 หมื่นล้านบาท ช่วยเอสเอ็มอี รวมถึงธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ขอความร่วมมือธนาคารพาณิชย์สนับสนุนสินเชื่อให้เอสเอ็มอี และธนาคารต่างๆ ก็ออกแพ็กเกจเงินกู้สำหรับเอสเอ็มอี
แต่ทำไม “เอสเอ็มอี” ยังไม่สามารถที่จะเข้าถึงสินเชื่อได้ ยังติดขัด ทำธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จ ค้าขายไม่คล่อง
จะดีกว่าไหมที่จะไม่เลี้ยงลูกแบบตามใจให้แต่ “เงิน” แต่ต้องแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด
การอัดให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำทั้งภาคครัวเรือนและธุรกิจเอสเอ็มอีไม่ใช่คำตอบสุดท้ายที่ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่หรือทำให้ธุรกิจเอสเอ็มอีอยู่รอด การที่จะทำธุรกิจให้อยู่รอดได้มีอะไรที่มากกว่าการได้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ หรือแม้แต่ให้เงินฟรีๆ ก็ไม่สามารถที่จะทำธุรกิจให้อยู่รอดได้
ที่สำคัญที่สุด เอสเอ็มอีจะต้องพัฒนาปรับปรุงตัวเองช่วยเหลือตัวเองก่อน ไม่ใช่เพียงแต่เรียกร้องให้รัฐบาลมาช่วยเหลืออยู่ตลอดไป







