
เร่งสางปมเอสเอ็มอีให้ถูกจุด
บูรณาการทุกหน่วยงาน หนุนเอสเอ็มอีอย่างยั่งยืน เสริมเศรษฐกิจฐานราก
บูรณาการทุกหน่วยงาน หนุนเอสเอ็มอีอย่างยั่งยืน เสริมเศรษฐกิจฐานราก
น.ส.วิมลกานต์ โกสุมาศ รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า โครงการสุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด เป็นหนึ่งในโครงการภายใต้ยุทธศาสตร์การส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมระยะเร่งด่วนปี 2558 ที่รัฐบาลและ สสว.มุ่งส่งเสริมพัฒนาเอสเอ็มอีให้สามารถดำเนินกิจการเติบโตตามวงจรธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับการดำเนินงานจะเป็นการคัดเลือกผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเป้าหมายจากทุกจังหวัดทั่วประเทศ ครอบคลุม 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่เริ่มดำเนินธุรกิจ (Start Up) กลุ่มที่มีศักยภาพทางการตลาด (Rising Star) และกลุ่มที่อยู่ในช่วงฟื้นตัว (Turn Around) ให้เข้าสู่กระบวนการพัฒนาศักยภาพ โดยการอบรมพัฒนาธุรกิจ วินิจฉัยสถานประกอบการเชิงลึกทุกมิติ พร้อมทั้งพัฒนาปรับปรุงตามแผนงานที่กำหนด และส่งเสริมกิจกรรมด้านการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งการตลาดออนไลน์
“จุดมุ่งหมายเพื่อสร้างต้นแบบธุรกิจที่มีศักยภาพในระดับจังหวัด และเป็นแบบอย่างการจัดการองค์ความรู้ธุรกิจให้กับเอสเอ็มอีอื่นๆ ในภูมิภาค รวมถึงสร้างระบบบูรณาการส่งเสริมเอสเอ็มอีทุกภาคส่วนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน” น.ส.วิมลกานต์ กล่าว
ทั้งนี้ การดำเนินการคัดเลือกผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจากทั่วประเทศเรียบร้อยแล้ว จำนวน 230 ราย ประกอบด้วย กลุ่มที่เริ่มดำเนินธุรกิจ 76 ราย กลุ่มที่มีศักยภาพทางการตลาด 77 ราย กลุ่มที่อยู่ในช่วงฟื้นตัว 77 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการในภาคการผลิต จำนวน 151 ราย คิดเป็น 65% รองลงมาอยู่ในภาคเกษตรอุตสาหกรรม จำนวน 39 ราย ภาคการค้า 21 ราย และภาคบริการ 19 ราย โดยมีระยะเวลาการดำเนินการถึงเดือน ก.พ. 2559
อย่างไรก็ตาม หลังสิ้นสุดชุดนี้ก็จะเป็นการพัฒนาชุดต่อไป โดยพัฒนาเอสเอ็มอีที่มีลักษณะเหมือนกับเริ่มต้นธุรกิจ กลุ่มมีศักยภาพ และกลุ่มฟื้นตัว เป็นการจ่ายยาให้ถูกโรคตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายนโยบายไว้
“สสว.เชื่อว่าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับการพัฒนาภายใต้โครงการ จะมีศักยภาพและขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้นตามวงจรธุรกิจ สามารถพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการ ซึ่งนำไปสู่การสร้างความเจริญเติบโตและยั่งยืนแก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างรากฐานเศรษฐกิจที่เข้มแข็งในระดับจังหวัด ภูมิภาค และประเทศในที่สุด” น.ส.วิมลกานต์ กล่าว







