posttoday
สหรัฐสยายปีกอาเซียน ส่งไอที-อุปโภคทั่วภูมิภาค

สหรัฐสยายปีกอาเซียน ส่งไอที-อุปโภคทั่วภูมิภาค

04 กันยายน 2558

สหรัฐอเมริกาเป็นชาติหนึ่งที่มีนักลงทุนตบเท้าเข้ามาลงทุนในอาเซียนนานแล้ว

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

สหรัฐอเมริกาเป็นชาติหนึ่งที่มีนักลงทุนตบเท้าเข้ามาลงทุนในอาเซียนนานแล้ว แต่ด้วยการเติบโตของเศรษฐกิจแถบเอเชียตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา การรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปลายปีนี้ ตลอดจนการเข้ามาสร้างความสัมพันธ์ด้านการค้าและการลงทุนกับประเทศในแถบเอเชียแปซิฟิกของรัฐบาลสหรัฐ เช่น การเจรจาความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (ทีพีพี) ทำให้อาเซียนจะยิ่งกลายเป็นพื้นที่สำคัญมากขึ้นสำหรับนักลงทุนสหรัฐ

รายงาน ASEAN Business Outlook Survey 2016 จัดทำโดยหอการค้าสหรัฐอเมริกา ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์สหรัฐอเมริกา ระบุว่า จากการสำรวจผู้บริหารชาวอเมริกันที่มีธุรกิจในอาเซียนประเทศต่างๆ รวม 471 ราย ผู้บริหาร 72% มีการค้าและการลงทุนกับอาเซียนเพิ่มขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และ 66% เชื่อว่ารายได้จากตลาดอาเซียนจะมีความสำคัญมากขึ้นในอีก 2 ปีข้างหน้า เมื่อเทียบกับรายได้ในตลาดโลก

สาเหตุที่อาเซียนจะยิ่งมีความสำคัญนั้น 56% บอกว่า เพราะอาเซียนจะมีจำนวนชนชั้นกลางเพิ่มขึ้น 36% มองว่าการเติบโตในภูมิภาคอื่นจะมีข้อจำกัดมากขึ้น ขณะที่ 34% เล็งเห็นความสำคัญของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค

เรื่องน่าสนใจ คือ นักธุรกิจสหรัฐ 76% เชื่อมั่นว่าพวกเขามีโอกาสทำกำไรในอาเซียนได้มากขึ้นในปี 2559 โดยเฉพาะนักธุรกิจสหรัฐในกัมพูชาที่ 100% เชื่อว่าปีหน้ากำไรเพิ่ม

หากมองเป้าหมายการขยายธุรกิจของนักธุรกิจสหรัฐ ประเทศที่ได้รับความสนใจมากที่สุด 3 ประเทศ ได้แก่ เมียนมา อินโดนีเซีย และเวียดนาม ขณะที่ไทยตามมาติดๆ ในอันดับ 4 ด้วยความสนใจ 24% อย่างไรก็ดี ความสนใจของทุกประเทศในอาเซียนกลับลดลงจากการสำรวจเมื่อปี 2557 จำนวนผู้ไม่สนใจขยายการลงทุนในประเทศใดเพิ่มเติมจึงกลายเป็น 26% จากเดิม 18%

สำหรับธุรกิจที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในแต่ละประเทศ ได้แก่ ธุรกิจไอทีและโทรคมนาคม สำหรับไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และบรูไน ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคในเมียนมา เวียดนาม ลาว และกัมพูชา

ขณะที่ 3 ธุรกิจที่สนใจดำเนินการในไทยที่สุด ได้แก่ ไอทีและโทรคมนาคม ธุรกิจยา และธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค

ด้านแรงงานนั้น ผู้ตอบแบบสอบถาม 51% ทั่วภูมิภาคมีแผนจะเพิ่มจำนวนพนักงานในบริษัทของตัวเอง โดย 3 ประเทศที่มีแผนจะเพิ่มจำนวนพนักงานมากที่สุด ได้แก่ กัมพูชา เมียนมา และฟิลิปปินส์

การสำรวจสอบถามถึงการพิจารณาข้อเสนอของภาคเอกชนของรัฐบาลในแต่ละประเทศ เช่น การเสนอแก้ไขกฎหมาย การเสนอให้ออกกฎหมายใหม่ พบว่า มีผู้ตอบแบบสอบถามเพียง 21% ที่เห็นว่าภาครัฐอาเซียนตอบรับข้อเสนอภาคเอกชนเป็นประจำ และมีหลายประเทศที่ผู้ตอบแบบสอบถามน้อยกว่า 10% เห็นว่าพิจารณาเป็นประจำ ได้แก่ ไทย ลาว อินโดนีเซีย และมาเลเซีย

เมื่อสอบถามถึงการรวมตัวทางเศรษฐกิจ 3 ข้อตกล ง ได้แก่ เออีซี ทีพีพี และความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซป) ปรากฏว่า 75% ของผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่า เออีซีจะมีผลดีต่อการทำธุรกิจของเขาในภูมิภาค และ 51% จะมีแผนกลยุทธ์สำหรับตลาดเออีซี ขณะที่เห็นว่าทีพีพีจะมีส่วนช่วยธุรกิจ 46% และเห็นว่าอาร์เซปมีส่วนช่วย 34%

สำหรับผลสำรวจความพึงพอใจปัจจัยบรรยากาศธุรกิจ 16 ด้านนั้น พบว่า ปัญหาคอร์รัปชั่นในอาเซียน ถือเป็นปัญหาที่สร้างความไม่พึงพอใจสูงสุดให้แก่นักธุรกิจสหรัฐ โดยมีผู้ไม่พอใจปัญหาการคอร์รัปชั่นในประเทศต่างๆ ตั้งแต่ 48-92% โดยลาวเป็นประเทศที่มีความไม่พึงพอใจสูงสุด ขณะที่สิงคโปร์และบรูไนเป็นเพียง 2 ประเทศที่นักธุรกิจสหรัฐพอใจ รู้สึกว่าไม่ค่อยเผชิญปัญหาคอร์รัปชั่น

อย่างไรก็ดี เมื่อเปรียบเทียบระหว่างปี 2553 และ 2558 ไทยและอินโดนีเซียมีปัจจัยบรรยากาศธุรกิจเปลี่ยนแปลงไปในทางลบมากกว่า 10% ถึง 8 ด้าน เป็น 2 ประเทศที่มีปัจจัยเปลี่ยนไปในทางลบมากที่สุดในภูมิภาค

ปัจจัยของไทยที่เปลี่ยนไปในทางลบ 8 ด้าน ได้แก่ ความสามารถในการจัดหาแรงงานราคาถูก ลบ 27% ทัศนคติต่อสหรัฐ ลบ 26% ค่าเช่าสำนักงาน ลบ 16% โครงสร้างพื้นฐาน ลบ 15% โครงสร้างภาษี ลบ 15% ความสามารถการจัดหาวัตถุดิบ ลบ 13% ความสามารถการจัดหาบุคคลที่ได้รับการฝึกฝนแล้ว ลบ 12% ไม่มีการคุ้มครองธุรกิจท้องถิ่น ลบ 11%

สำหรับการสำรวจความพึงพอใจหน่วยงานต่างๆ ในแต่ละประเทศนั้น นักธุรกิจสหรัฐในไทยไม่ได้พอใจหน่วยงานใดเป็นพิเศษ แต่มีผู้ที่ไม่พอใจหน่วยงานด้านศุลกากรถึง 45%

แผนการขยายธุรกิจของนักลงทุนสหรัฐ ถือเป็นเรื่องที่รัฐบาลแต่ละประเทศใส่ใจ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศของตัวเอง เพิ่มอัตราการจ้างงาน และการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ รัฐบาลไทยเองจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพิจารณาด้านต่างๆ ที่ยังไม่สวยงามนักเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ และปรับปรุงปัจจัยด้านนั้นๆ เพื่อให้ไทยยังคงมีขีดความสามารถดึงดูดการลงทุนไม่ด้อยไปกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท