posttoday
แล้งลาม ‘สาหัส’ ชัตดาวน์กำลังซื้อรากหญ้า

แล้งลาม ‘สาหัส’ ชัตดาวน์กำลังซื้อรากหญ้า

04 กันยายน 2558

เริ่มปรากฏชัดเจนมากขึ้นทุกทีว่า ในช่วงที่เหลือของปีนี้จนถึงต้นฤดูฝนปีหน้า (พ.ค. 2559) สถานการณ์ภัยแล้งของไทยจะเข้าสู่ระดับวิกฤตอีกครั้ง

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐ โพสต์ทูเดย์

เริ่มปรากฏชัดเจนมากขึ้นทุกทีว่า ในช่วงที่เหลือของปีนี้จนถึงต้นฤดูฝนปีหน้า (พ.ค. 2559) สถานการณ์ภัยแล้งของไทยจะเข้าสู่ระดับวิกฤตอีกครั้ง จากที่เคยเกิดขึ้นแล้วในช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค.ที่ผ่านมา 

ล่าสุด กรมอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติออสเตรเลีย ระบุว่า อุณหภูมิน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2540-2541 สะท้อนว่าจะเกิดปรากฏการณ์เอลนินโญครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ สอดคล้องกับสหรัฐที่คาดการณ์ว่าปรากฏการณ์เอลนินโญ รอบนี้จะรุนแรงมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2493 และส่งผลให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประสบสถานการณ์ภัยแล้งอย่างรุนแรง

เช่นเดียวกับกรมอุตุนิยมวิทยาของไทยที่พยากรณ์ว่า ปริมาณฝนตกจะลดลงตั้งแต่วันที่ 4 ก.ย. จนถึงกลางเดือน และกรมชลประทานประกาศว่า ขณะนี้ได้ลดการระบายน้ำจาก 4 เขื่อนหลัก คือ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และเขื่อนแควน้อยฯ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำต้นทุนในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว จาก 18 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)/วัน เหลือ 16 ล้าน ลบ.ม./วัน

“เมื่อสิ้นสุดฤดูฝนปีนี้คาดว่าปริมาณน้ำใช้การได้ใน 4 เขื่อนหลัก จะอยู่ที่ 3,677 ล้าน ลบ.ม. (ณ วันที่ 1 พ.ย. 2558 ) และเมื่อจัดสรรตามแผนใช้น้ำอุปโภคบริโภคที่กำหนดไว้ จะทำให้ ณ วันที่ 30 เม.ย. 2559 ปริมาณน้ำใช้การได้จะเหลืออยู่ที่ 177 ล้าน ลบ.ม./วัน จึงไม่มีน้ำสำหรับทำนาปรังรอบต่อไป และหากเลวร้ายกว่านี้จะต้องเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปิดสถานีสูบน้ำสองฝั่งลุ่มเจ้าพระยาในบางพื้นที่” เลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้จัดเตรียมมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและชาวนาที่จะไม่มีรายได้จากการทำการเกษตร เพราะไม่มีน้ำ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้จนถึงปีหน้ามีแนวโน้มรุนแรงที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ แต่ขณะนี้ราคาข้าวในตลาดโลกกลับดิ่งลงต่ำสุดในรอบ 15 ปี

ชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ระบุว่า สถานการณ์ราคาข้าวในขณะนี้พบว่าต่ำสุดในรอบ 15 ปี เนื่องจากสต๊อกข้าวโลกอยู่ในระดับที่สูง ท่ามกลางกำลังซื้อข้าวของประเทศผู้ซื้อข้าวที่ลดลงตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัว ส่งผลให้ข้าวขาว 5% ของเวียดนาม ลดลงแตะระดับต่ำสุดที่ 330-335 เหรียญสหรัฐ/ตัน กดดันให้ราคาส่งออกข้าวขาว 5% ของไทย ลดลงสู่ระดับ 365-370 เหรียญสหรัฐ/ตัน

เช่นเดียวกับข้าวนึ่งของอินเดีย ราคาลดลงเหลือ 350 เหรียญสหรัฐ/ตัน และข้าวนึ่งของไทยอยู่ที่ 370 เหรียญสหรัฐ/ตัน จากระดับเกิน 400 เหรียญสหรัฐ/ตัน ก่อนหน้านี้

“ในเวทีประชุมไรซ์เทรดเดอร์ที่สหรัฐ เมื่อเร็วๆ นี้ มีการพูดว่าราคาข้าวที่ปรับตัวต่ำสุดในรอบ 15 ปี เป็นเพราะสต๊อกข้าวทั่วโลกยังมีอยู่มาก และแม้ว่าปีนี้ไทยซึ่งเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่จะผลิตข้าวลดลง 1-2 ล้านตัน ก็จะไม่มีผลต่อราคา เพราะสต๊อกข้าวของไทยยังสูง ขณะที่อินเดียมีสต๊อกสูงถึง 25 ล้านตัน โดยเฉพาะเวียดนามที่ต้องลดราคาข้าวลงมาขาย เพราะไม่สามารถส่งออกข้าวไปจีนตามแนวพรมแดนได้” ชูเกียรติ ระบุ

ชูเกียรติ มองว่า แม้ปรากฏการณ์เอลนินโญจะทำให้การปลูกข้าวนาปรังปีหน้าลดลง แต่จะไม่มีผลทำให้ราคาข้าวเพิ่มขึ้น และเชื่อว่าราคาข้าวจะทรงตัวในระดับนี้ต่อไป จนกว่าจะมีการประเมินผลผลิตข้าวจากทั่วโลกออกมา

ด้าน บุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน มั่นใจว่าราคาข้าวเปลือกปีการผลิต 2558/2559 จะไม่ต่ำกว่า 8,000 บาท/ตัน โดยก่อนหน้านี้คณะกรรมการนโยบายและจัดการข้าว (นบข.) อนุมัติมาตรการดูแลราคาข้าวเปลือก โดยให้โรงสีซื้อข้าวเก็บสต๊อกข้าว 3-4 เดือน และรัฐจะชดเชยดอกเบี้ยแทน 3% จากดอกเบี้ยปกติ

จึงสรุปได้ว่าในช่วงที่เหลือของปีนี้จนถึงกลางปีหน้า กำลังซื้อของเกษตรกรโดยเฉพาะชาวนา ซึ่งมีกำลังซื้อกลุ่มใหญ่ของประเทศ จะเหือดแห้งอย่างน้อย 1 ปีเต็ม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท