
เปิดลายแทงทางลัด ปั้นผู้ประกอบการพันธุ์ใหม่
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
งาน NSTDA Investor’s Day 2015 จัดโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้มีการเสวนาพิเศษ ชื่อเรื่อง “มิติใหม่ขับเคลื่อนนวัตกรรมไทยสู่เชิงพาณิชย์” โดยได้เสนอทางเลือกและโอกาสของเอสเอ็มอีที่จะเข้าถึงงานวิจัย สร้างนวัตกรรม เทคโนโลยี รวมถึงช่องทางให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่หาเงินทุนมาระดมทุนสร้างธุรกิจ รวมถึงคนที่มีไอเดียแต่ไม่มีเงินทุน ก็สามารถหาเงินทุนมาเปิดธุรกิจได้เช่นเดียวกัน
“ศาสตราภิชาน ดร.บัญชา ชุณหสวัสดิกุล” ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท อินโนเวชั่น เปิดเผยว่า บริษัทได้มุ่งสร้างนวัตกรรม งานวิจัย และเทคโนโลยี ให้เกิดขึ้นจากภายในองค์กร ที่ต้องทำให้พนักงานทุกคนมีสิ่งนี้ จึงเป็นแรงผลักดันให้บริษัทเติบโตมาจนกว่า 30 ปี กลายเป็นบริษัทอันดับหนึ่งในเอเชีย และอันดับสี่ในโลก พร้อมกันนี้บริษัทยังไม่หยุดด้านนวัตกรรม โดยได้สร้างศูนย์วิจัยด้านยางที่ดีสุดในเอเชีย จึงสามารถสร้างสินค้าที่มีเทคโนโลยี มีต้นทุนต่ำลง และแข่งขันได้ระยะยาว
“นวัตกรรมจะต้องสร้างที่แปลก ใหม่ และคนอื่นทำไม่ได้ ผมเริ่มต้นธุรกิจเมื่อ 30 ปีก่อน จากคนสองคนคือ ผมและภรรยา ด้วยเงินทุน 5 แสนบาท เพราะเห็นช่องทางและโอกาสในธุรกิจ ผมก็เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ชื่นชอบงานวิจัย จึงลงทุนวิจัยระดับสูงทุกปี เพราะเราเชื่อว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม จะเป็นทางทำให้องค์กรอยู่ได้อย่างยั่งยืน” ดร.บัญชา กล่าว
“วิเชษฐ วรกุล” รองผู้จัดการทั่วไป สายงานธุรกิจ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) กล่าวว่า บสย.กำลังทำโครงการใหม่ 2 ด้าน ได้แก่ โครงการค้ำประกันสินเชื่อผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม วงเงิน 2,000 ล้านบาท อัตราค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 1.5% ต่อปี ระยะเวลา 7 ปี ซึ่งอยู่ระหว่างนำเสนอต่อกระทรวงการคลัง และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีหลักทรัพย์มาค้ำประกันก็สามารถมากู้เงินเพื่อลงทุนได้
โครงการใหม่ต่อมาคือ KSP (Knowledge Sharing Program) ที่ร่วมมือกับรัฐบาลประเทศเกาหลีใต้ ทำโปรแกรมในการให้มูลค่าของผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อให้สถาบันการเงินสามารถประเมินการขอสินเชื่อเพื่อกู้เงินได้ ทำให้ผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้รวดเร็ว
ขณะเดียวกัน บสย.ยังมีโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั้งรายใหม่ รายเก่า รายย่อย และโอท็อป ที่พร้อมเข้าไปค้ำประกันสินเชื่อให้แก่ผู้ประกอบการ โดยให้อัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำกว่าปกติ และไม่ต้องมีหลักทรัพย์มาค้ำประกัน ซึ่งที่ผ่านมา บสย.ได้ค้ำประกันสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการกว่า 1 แสนราย วงเงินค้ำประกันสินเชื่อรวมประมาณ 2.8 แสนล้านบาท
“ประพันธ์ เจริญประวัติ” ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) กล่าวว่า เครื่องมือทางการเงินแบบใหม่ที่จะส่งเสริมผู้ประกอบการกลุ่มสตาร์ทอัพและธุรกิจเกิดใหม่เข้าถึงเงินทุนคือ Crowdfunding (คราวด์ฟันดิ้ง) ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้จัดทำร่างประกาศคราวด์ฟันดิ้งแล้ว และขณะนี้มีผู้ประกอบการรุ่นใหม่ 4-5 ราย ได้เสนอขอจัดตั้งคราวด์ฟันดิ้ง
การจัดตั้งคราวด์ฟันดิ้งจะต้องขออนุญาตจดทะเบียนจาก ก.ล.ต.ก่อน หลังจากนั้นจะเปิดให้ผู้สนใจเข้ามาร่วมลงทุนได้ ที่ให้รายย่อยลงทุนได้ไม่เกิน 5 หมื่นบาท/บริษัท และสูงสุดต่อปีไม่เกิน 5 แสนบาท ส่วนนักลงทุนรายใหญ่ลงทุนได้ไม่จำกัด
แต่เบื้องต้นคราวด์ฟันดิ้งควรเป็นธุรกิจที่มาจากบริษัทที่เข้าโครงการของ สวทช. ที่มีจำนวนมาก หรือเป็นสมาชิกของสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ที่มีจำนวนหลายแสนราย เพื่อช่วยลดความเสี่ยงให้แก่นักลงทุนที่จะเข้าไปร่วมลงทุน อีกทั้งบริษัทที่อยู่ในโครงการของ สวทช.และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ถือเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโตได้ดี
“ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล” รองผู้อำนวยการ สวทช. และผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี กล่าวว่า สวทช.และกระทรวงวิทย์ฯ มีแผนจัดทำกองทุนร่วมลงทุน เพื่อส่งเสริมธุรกิจที่มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ให้เกิดการเติบโต และมีโครงการของไอแทปของ สวทช. ที่เปิดให้ผู้ประกอบการได้พัฒนาประสิทธิภาพการผลิต เทคโนโลยี ลดต้นทุน และเพิ่มมูลค่าสินค้า
รวมทั้งได้ส่งเสริมให้นักวิจัยของภาครัฐไปทำงานกับภาคเอกชน เพื่อร่วมมือพัฒนางานวิจัย โดยนักวิจัยไปทำงานกับเอกชนได้นานถึง 1 ปี รวมถึงการทำบัญชีนวัตกรรมไทย การลดหย่อนภาษีวิจัยของเอกชน 300% และเมื่อมีการบริจาคเงินเข้ากองทุนวิจัย ประชาชนจะได้รับการลดหย่อนภาษีด้วย
เป็นหลายแนวทาง ร่วมสร้างนักธุรกิจรุ่นใหม่สู่ประเทศ







