
เซ็ปเป้-เมก้าเร่งโต
สินค้าสุขภาพไปได้สวย เซ็ปเป้ได้บาทอ่อนมาร์จิ้นพุ่ง ร่วมทุนจีน รายได้งามปี 2560 เมก้าจับมืออินโดฯ
สินค้าสุขภาพไปได้สวย เซ็ปเป้ได้บาทอ่อนมาร์จิ้นพุ่ง ร่วมทุนจีน รายได้งามปี 2560 เมก้าจับมืออินโดฯ
นายเอนก ลาภสุขสถิต ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์และการเงิน บริษัท เซ็ปเป้ (SAPPE) เปิดเผยว่า การจัดตั้งบริษัท SAPPE China ในประเทศจีน ซึ่งบริษัทจะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สัดส่วน 60% ร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่นอีก 2 ราย จะเสร็จในสิ้นปี 2558 สามารถเพิ่มช่องทางการจำหน่ายใหม่อย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่ส่งสินค้าขายผ่านตัวแทนกระจายสินค้าเพียง 1 ราย และทยอยเพิ่มเป็น 4 ราย ทำให้รายได้จากจีนเพิ่มเป็น 1,000 ล้านบาท ในปี 2560 จากเป้าหมายรายได้รวม 5,000 ล้านบาท
สำหรับการดำเนินงานในระหว่างปี 2558-2560 คาดรายได้เติบโตเฉลี่ยประมาณ 20% ต่อปี จากยอดขายที่โตอย่างต่อเนื่องจากสินค้า 4 แบรนด์หลัก การออกสินค้าใหม่ และการออกแคมเปญ ส่วนเงินบาทที่อ่อนค่าเป็นบวกกับธุรกิจ การอ่อนค่าลงทุก 10% จะช่วยให้รายได้สกุลต่างประเทศโตราว 6% ส่วนเทรนด์ที่คนหันมาใส่ใจสุขภาพ เราก็พัฒนาสินค้าให้ตรงความต้องการ
น.ส.ปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SAPPE กล่าวว่า ในปี 2558 จะรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิ้น) ไว้ใกล้เคียงกับไตรมาส 2 ที่ 42.05% ถือเป็นระดับสูงสุดใหม่ที่เคยทำได้ เนื่องจากได้ประโยชน์จากเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าลงต่อเนื่อง และสามารถขายสินค้าในต่างประเทศได้ราคาที่ดีกว่าในประเทศ ปัจจุบันบริษัทมีรายได้เงินสกุลต่างประเทศประมาณ 60% และจะเพิ่มเป็นประมาณ 70% เมื่อธุรกิจจากจีนเข้ามาในปี 2560
นอกจากนั้น ยังมีการลงทุนเพิ่มสายการผลิต ทำให้มีกำลังผลิตเพิ่มเป็นราว 1.3 แสนตัน/ปี จากเดิมที่ 7 หมื่นตัน/ปี คาดจะผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในไตรมาส 3 นี้ ทดแทนการซื้อขวดได้ทั้งหมด ทำให้ต้นทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากวัตถุดิบที่ลดลงตามราคาน้ำมัน แต่ปีนี้รายได้คงโตไม่ถึงเป้าหมายเดิมที่ 20% แต่ยังโตเป็นตัวเลข 2 หลักได้
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SAPPE กล่าวถึงแผนธุรกิจหลังปี 2560 ว่าบริษัทมีนโยบายซื้อกิจการหรือร่วมทุนในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มทั้งในและต่างประเทศส ปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษา โดยบริษัทมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งจากทั้งเงินสดและมีอัตราหนี้สินต่อทุน (ดีอี) เพียง 0.37 เท่า จากนโยบายที่วางไว้ไม่เกิน 2 เท่า
นายวิเวก ดาวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ (MEGA) กล่าวว่า บริษัทลงนามในสัญญาตั้งบริษัทร่วมทุนกับพันธมิตรท้องถิ่นในอินโดนีเซีย ซึ่งมีโรงงาน ช่องทางจำหน่าย และทีมงานขาย เพื่อผลิตยารักษาโรค โดยบริษัทจะเป็นผู้วิจัยและพัฒนายาใช้เงินลงทุนประมาณ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ คาดจะใช้เวลาประมาณ 2-3 ปี เพื่อพัฒนายาและขอขึ้นทะเบียนผลิตยาออกมาจำหน่าย
สำหรับกำไรและรายได้ในปี 2558 มีโอกาสเติบโตมากกว่าเป้าหมายเดิมที่วางไว้ที่ 10% หลังจากกำไรสุทธิครึ่งปีแรกโตถึง 28% เพราะเงินบาทอ่อนค่าลง และกลุ่มสินค้าแบรนด์ของบริษัทยังได้รับการยอมรับจากลูกค้า ซึ่งสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศประมาณ 70% และปีนี้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่อีกประมาณ 20 ชนิด คาดเป้าหมาย 5 ปี กำไรจะเติบโตเป็น 2 เท่า ในปี 2562 ยังไม่รวมโอกาสที่ดีในการเข้าซื้อกิจการ







