
ลดเวลาเรียนไม่พอ
ทุกคนมีสิทธิได้รับการศึกษาที่ดี แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาสังคมยังคงมุ่งแข่งขันแย่งชิงที่นั่งในโรงเรียนชื่อดัง มากกว่าส่งเสริมให้เด็กได้มีโอกาสเรียนรู้ด้วยตัวเอง และท้ายที่สุดอันดับคุณภาพการศึกษาโดยรวมกลับล้าหลังเมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศในอาเซียน
ทุกคนมีสิทธิได้รับการศึกษาที่ดี แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาสังคมยังคงมุ่งแข่งขันแย่งชิงที่นั่งในโรงเรียนชื่อดัง มากกว่าส่งเสริมให้เด็กได้มีโอกาสเรียนรู้ด้วยตัวเอง และท้ายที่สุดอันดับคุณภาพการศึกษาโดยรวมกลับล้าหลังเมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศในอาเซียน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชกระแสเกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษาไว้ตอนหนึ่งว่า ให้ครูรักเด็กและเด็กรักครู ให้ครูสอนเด็กให้มีน้ำใจต่อเพื่อน ไม่ให้แข่งขันกัน แต่ให้แข่งกับตัวเอง ให้เด็กที่เรียนเก่งกว่าช่วยสอนเพื่อนที่เรียนช้ากว่า ให้ครูจัดกิจกรรมให้นักเรียนทำร่วมกัน เพื่อให้เห็นคุณค่าของความสามัคคี
แต่ร่วมทศวรรษระบบการศึกษาของประเทศยังคงติดหล่ม ดังนั้นเมื่อกระทรวงศึกษาธิการได้นำร่องการลดเวลาเรียนลงเป็นนโยบาย จึงเป็นความหวังในการริเริ่มแนวคิดที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ แต่การจะดำเนินการนโยบายนี้ให้ประสบความสำเร็จและยั่งยืนจะต้องมีนโยบายอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย อาทิ การประเมินผลการดำเนินการทุกระยะ การยกระดับคุณภาพครูผู้สอน การปรับเปลี่ยนโครงสร้างกระทรวงให้มีความคล่องตัว ฯลฯ
อย่างไรก็ดี แม้ที่ผ่านมาได้กำหนดให้เด็กเป็นศูนย์กลาง แต่หากการลดเวลาเรียนยังคงมุ่งให้เด็กท่องจำมากกว่าการเรียนรู้ด้วยตัวเอง เด็กไทยจะยังขาดทักษะในการคิดวิเคราะห์ การแสดงความคิดเห็น และการตั้งคำถามอยู่เช่นเดิม
หากเด็กไทยได้เวลาที่ลดลงไปใช้ในทางที่ผิด ยังขาดความกล้าในการใฝ่หาคำตอบ ถูกปิดกั้นการใช้เทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ต่อการแสวงหาความรู้ นโยบายนี้อาจไม่เกิดมรรคผลใด
เรามีครูเก่งๆ อยู่จำนวนมาก แต่ครูจำนวนหนึ่งขาดโอกาสในการพัฒนาเท่าที่ควรจะมี เป็นเหตุให้การไปโรงเรียนของเด็กเป็นภาคบังคับ บรรยากาศการเรียนเต็มไปด้วยความทุกข์ และไม่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็ก ฯลฯ
สภาพการณ์ดังกล่าวส่งผลให้การผลิตบุคลากรของประเทศไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน บัณฑิตมีแต่ปริมาณ แต่ขาดคุณภาพ การสะสมและพอกพูนของปัญหาดังกล่าวเป็นอุปสรรคต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การเมือง รวมถึงสังคมโดยรวม กล่าวได้ว่าหลายวิกฤตที่ประเทศกำลังเผชิญล้วนเป็นผลสืบเนื่องจากการจัดการการศึกษาที่ล้มเหลว
การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์จึงเป็นวาระเร่งด่วนสำหรับการกำหนดอนาคตของประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจึงต้องเร่งผลักดันนโยบายใหม่ๆ ออกมา เพื่อสร้างกระบวนการเรียนการสอนให้เด็กได้คิดมากกว่าท่องจำในรูปแบบเดิมๆ
เมื่อใดที่การศึกษาสอนให้เด็กตั้งคำถามได้ เมื่อนั้นความสุขจะเกิดกับตัวผู้เรียน ความหวังในการสร้างคนรองรับอนาคตชาติจะใกล้เคียงความเป็นจริง
หากแต่นโยบายการศึกษาของเรายังข้ามไม่พ้นคำตอบที่ต้องมาจากคำสั่งและความเชื่อ ยังสอนให้ฟังในสิ่งที่ผู้ใหญ่พล่ามบอก นอกจากเด็กจะไม่มีความสุขในการคิด โรงเรียนก็จะยังเป็นสถานที่อันน่าเบื่อหน่ายอยู่เช่นเดิม







