
เร่งถกลดค่าเบี้ยประกันนาข้าว
สศค.เร่งแผนลดค่าเบี้ยประกันภัยพืชผล ธ.ก.ส.เล็งขยายถึงมันสำปะหลัง-ข้าวโพด
สศค.เร่งแผนลดค่าเบี้ยประกันภัยพืชผล ธ.ก.ส.เล็งขยายถึงมันสำปะหลัง-ข้าวโพด
นายลวรณ แสงสนิท ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า จากการศึกษาประกันภัยพืชผลของทาง สศค. พบว่าสามารถที่จะลดราคาเบี้ยประกันภัยลงมาได้อีก หากมีจำนวนเกษตรกรทำประกันภัยข้าวนาปีมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีเกษตรกรทำประกันข้าวนาปี 1.5 ล้านไร่ ราคาเบี้ยสูงสุดในพื้นที่เสี่ยงอยู่ที่ระดับ 450 บาท/ไร่ หากมีพื้นที่ทำประกันภัย 10 ล้านไร่ เบี้ยระดับสูงสุดจะเหลือประมาณ 300 บาท/ไร่ และถ้ามี 20 ล้านไร่ เบี้ยจะลดลงมาเหลือ 200 บาท/ไร่
นอกจากนี้ ทาง สศค.จะขยายผลการศึกษาไปถึงการทำประกันภัยพืชผลชนิดอื่นนอกจากข้าวนาปี เช่น มันสำปะหลัง ต่อไปด้วย
“สถานการณ์ทางการเมืองกำลังนิ่ง เราจึงจะพยายามเร่งศึกษาและเจรจากับภาคประกันภัย เพื่อให้สามารถนำมาใช้ในวันที่ 1 ม.ค. 2559” นายลวรณ กล่าว
ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับนายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่ระบุว่า ธ.ก.ส.กำลังดำเนินโครงการเพื่อขยายประกันภัยพืชผลให้ครอบคลุมข้าวนาปรัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง และพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยจะมีการขยายเนื้อที่เอาประกันเป็น 5 ล้านไร่ และ 10 ล้านไร่ ในอนาคต ครอบคลุมจำนวนเกษตรกรมากขึ้น ซึ่งหากดำเนินการได้ตามเป้าหมายจะทำให้อัตราการจ่ายเบี้ยประกันภัยพืชผลการเกษตรลดลง และช่วยให้เกษตรกรสามารถบริหารความเสี่ยงด้านการผลิตได้
ทั้งนี้ นับตั้งแต่ดำเนินโครงการประกันภัยข้าวนาปีในปี 2554 มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการแล้วจำนวน 92,031 ราย รวมเนื้อที่เอาประกันภัยจำนวน 1.511 ล้านไร่
ด้าน นายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า ทางสมาคมฯ เตรียมทำผลศึกษาการขยายพื้นที่รับประกันภัย 2 รูปแบบ คือ รูปแบบที่ 1 กรณีเพิ่มเป็น 3 ล้านไร่ และรูปแบบที่ 2 กรณีเพิ่มเป็น 5 ล้านไร่ โดยจะเจรจากับบริษัทประกันภัยต่อถึงความคุ้มครองและเงื่อนไขต่างๆ
นอกจากนี้ จะทำการจัดแบ่งพื้นที่ให้ละเอียดขึ้น จากปัจจุบันคิดเบี้ยตามเขตพื้นที่จังหวัด จะซอยเป็นพื้นที่เขตอำเภอ เพราะในหนึ่งจังหวัดบางพื้นที่น้ำท่วม บางพื้นที่แล้ง การซอยพื้นที่ให้ละเอียดจะทำให้สอดคล้องกับความเป็นจริงมากขึ้น
“เราจะเตรียมล่วงหน้าไว้ แต่เรื่องเบี้ยยังบอกไม่ได้ เพราะทางบริษัทประกันภัยต่อต้องรอดูความเสียหายในปีการผลิตนี้ก่อนว่าจะออกมาเท่าไหร่ เพราะปีก่อนผลิตก่อนก็ยังไม่จบ อยู่ระหว่างรอข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” นายอานนท์ กล่าว







