posttoday
หุ้นได้-เสียดอกเบี้ยขึ้น

หุ้นได้-เสียดอกเบี้ยขึ้น

13 กรกฎาคม 2553

 บริษัทหลักทรัพย์เอเซียพลัสวิเคราะห์หุ้นที่จะได้รับประโยชน์และเสียผลประโยชน์จากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยว่าจากการศึกษาข้อมูลย้อนหลัง 10 ปี  พบว่าตลาดหุ้นมักเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับการขึ้น/ลด ดอกเบี้ยทุกครั้ง แต่เป็นการตอบรับ ก่อนล่วงหน้าก่อนการเปลี่ยนแปลงจริงราว 1-2 เดือน  เช่นในปี   2547 มีการขึ้นดอกเบี้ย 13 ครั้ง รวม 4.25% (จาก 1% เป็น 5.25%) พบว่าดัชนีหุ้นมักเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ๆ แถว640-700 จุด นาน 2 ปีเศษ แต่ครั้งนี้เป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยแบบกระชั้นชิดเกินไปคาดดัชนีน่าจะตอบรับในทางลบต่อเนื่องหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)ในวันที่ 14 ก.ค.นี้  สำหรับหุ้นรายกลุ่มที่จะนำลงก่อนเพื่อน เรียงลำดับจากมากไปน้อยคือกลุ่มการเงิน  พลังงาน  อสังหาริมทรัพย์ ปิโตรเคมี และวัสุดก่อสร้าง ตามลำดับ  แต่หากพิจารณาจากผลตอบแทนรายกลุ่มฯ ดังกล่าว ในระยะ 1 เดือนที่ผ่านมา พบว่าหุ้นอสังหาฯ ให้ผลตอบแทนสูงสุดเกือบ 20% รองลงมาคือ ปิโตรเคมี 15% ชิ้นส่วนรถยนต์ 13% วัสดุก่อสร้าง 11% เทียบกับผลตอบแทนตลาดเพียง 9% จึงเป็นไปได้ที่จะมีการขายทำไรในหุ้น 3 กลุ่มดังกล่าว  โดยเฉ


 บริษัทหลักทรัพย์เอเซียพลัสวิเคราะห์หุ้นที่จะได้รับประโยชน์และเสียผลประโยชน์จากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยว่าจากการศึกษาข้อมูลย้อนหลัง 10 ปี  พบว่าตลาดหุ้นมักเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับการขึ้น/ลด ดอกเบี้ยทุกครั้ง แต่เป็นการตอบรับ ก่อนล่วงหน้าก่อนการเปลี่ยนแปลงจริงราว 1-2 เดือน  เช่นในปี   2547 มีการขึ้นดอกเบี้ย 13 ครั้ง รวม 4.25% (จาก 1% เป็น 5.25%) พบว่าดัชนีหุ้นมักเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ๆ แถว640-700 จุด นาน 2 ปีเศษ
 
แต่ครั้งนี้เป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยแบบกระชั้นชิดเกินไปคาดดัชนีน่าจะตอบรับในทางลบต่อเนื่องหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)ในวันที่ 14 ก.ค.นี้
 
สำหรับหุ้นรายกลุ่มที่จะนำลงก่อนเพื่อน เรียงลำดับจากมากไปน้อยคือกลุ่มการเงิน  พลังงาน  อสังหาริมทรัพย์ ปิโตรเคมี และวัสุดก่อสร้าง ตามลำดับ  แต่หากพิจารณาจากผลตอบแทนรายกลุ่มฯ ดังกล่าว ในระยะ 1 เดือนที่ผ่านมา พบว่าหุ้นอสังหาฯ ให้ผลตอบแทนสูงสุดเกือบ 20% รองลงมาคือ ปิโตรเคมี
15% ชิ้นส่วนรถยนต์ 13% วัสดุก่อสร้าง 11% เทียบกับผลตอบแทนตลาดเพียง 9% จึงเป็นไปได้ที่จะมีการขายทำไรในหุ้น 3 กลุ่มดังกล่าว  โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ที่ปรับตัวขึ้นมากสุด (STEC, AP, RAIMON, LALIN, ITD, SIRI, NOBLE) ตามมาด้วย ปิโตรเคมี (IVL, TPC, IRPC) และวัสดุก่อสร้าง (QCON,SMIT,SSI, CITY, GJS, MCS) ตามลำดับ
 
ในทางตรงกันข้าม หุ้นที่ควรจะได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น และมีโอกาสจะชนะตลาด หรือปรับตัวลดลงน้อยในสถานการณ์ดอกเบี้ยขาขึ้นจะอยู่ใน
กลุ่มค้าปลีก (มีเงินสดสุทธิ/ปลอดหนี้) บันเทิง (มีเงินสดสุทธิ/หรือหนี้สุทธิน้อยมาก) และกลุ่ม ธนาคารพาณิชย์ (KBANK, SCB เนื่องจากการขึ้นดอกเบี้ยจะได้
ประโยชน์ทันทีจากการขึ้นดอกเบี้ยสินเชื่อ แต่เงินฝากจะปรับขึ้นตามหลัง ทั้งนี้ขึ้นกับระยะเวลาของเงินฝากแต่ละช่วงเวลา)   ตามมาด้วย ประกันภัย (THRE, BLA)โรงแรม  (MINT) สื่อสาร (ADVANC) และ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์  (SPF, TFUND)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท