
รื้อราคาโรงกลั่น แก้โขก1หมื่นล.
สปช.พลังงานเสนอเลิกสูตรราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น ทำขายปลีกถูกลง 30 สต./ลิตร
สปช.พลังงานเสนอเลิกสูตรราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น ทำขายปลีกถูกลง 30 สต./ลิตร
นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล โฆษกคณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) แถลงผลงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน สปช. ว่า สปช.ที่จะหมดวาระต้นเดือน ก.ย.นี้ได้มีมติเห็นชอบเสนอการปฏิรูประบบพลังงาน 18 ประเด็น โดยแนวทางที่สำคัญคือ การปฏิรูประบบราคาเชื้อเพลิงและกองทุนน้ำมันเพื่อการแข่งขันเสรี โดยเฉพาะการยกเลิกกำหนดราคาหน้าโรงกลั่น ราคากลางน้ำมันที่อ้างอิงราคานำเข้าตลาดสิงคโปร์ซึ่งใช้มานาน เป็นสูตรโบราณที่บวกค่าประกันราคา ค่าปรับคุณภาพ ซึ่งส่วนนี้โรงกลั่นต่างคืนทุนไปในการลงทุนช่วงแรกแล้ว
“หากรัฐบาลสามารถยกเลิกในส่วนนี้ได้ จะทำให้การแข่งขันราคาเป็นไปตามต้นทุนที่แท้จริง และทำให้ต้นทุนราคาน้ำมันทุกชนิดลดลงทันที 20-30 สตางค์/ลิตร ประชาชนผู้ใช้น้ำมันได้ประโยชน์ คิดเป็นมูลค่าประมาณปีละกว่า 1 หมื่นล้านบาท” นายอนุสรณ์ กล่าว
นอกจากนี้ แนวทางปฏิรูปพลังงานยังเสนอให้ลดการผูกขาดในกิจการไฟฟ้า ก๊าซธรรมชาติ และน้ำมัน ตลอดสายธุรกิจ ตั้งแต่การผลิตจัดหา การบริหารระบบโครงข่ายสายส่งไฟฟ้า ท่อส่งก๊าซธรรมชาติ และการจัดจำหน่าย เพื่อให้มีการผลิตและซื้อขายไฟฟ้า ก๊าซธรรมชาติ และน้ำมันอย่างเสรี
ขณะเดียวกัน ยังเสนอให้ประชาชนและชุมชนสามารถติดตั้งโซลาร์รูฟเพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เองอย่างเสรี และสามารถขายส่วนที่เหลือเข้าระบบ และเสนอให้มีผู้แทนทุกภาคส่วนร่วมเป็นกรรมการ ทำหน้าที่กำหนดนโยบายและกำกับกิจการพลังงาน และให้ชุมชนร่วมบริหารกองทุนพัฒนาไฟฟ้าด้วย
นายมนูญ ศิริวรรณ รองประธานกรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน สปช. กล่าวว่า ในการปฏิรูปกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้เสนอให้จัดตั้ง พ.ร.บ. กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้นมา จากปัจจุบันเป็นประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้การดำเนินงานของกองทุนเป็นไปตามวัตถุประสงค์คือ รักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันเมื่อราคาเกิดความผันผวน โดยร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้จะช่วยให้ไม่สามารถนำเงินจากกองทุนไปอุดหนุนราคาพลังงานได้อีก และกำหนดกรอบวงเงินกองทุนไม่ให้สูงหรือต่ำจนเกินไป ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ใช้พลังงาน
นอกจากนี้ ยังเสนอให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีตัวแทนจากทุกภาคส่วนจากปัจจุบันที่มีเพียงตัวแทนจากภาครัฐเท่านั้น ทำให้การบริหารนโยบายพลังงานที่ผ่านมาเกิดประโยชน์เพียงกลุ่มเดียว







