
จีน-ฮ่องกง ที่น่าลงทุน (ตอนจบ)
โดย...ต้นหลิว [email protected]
โดย...ต้นหลิว [email protected]
เราเคยเขียนถึงที่น่าลงทุนด้านสตาร์ทอัพใน จีน ฮ่องกง และญี่ปุ่น กันไปแล้ว วันนี้จะมาสรุปปิดท้าย 3 ที่สุดฮอตที่น่าลงทุน โดยเฉพาะนวัตกรรมการเงินฟินเทคที่กำลังมาแรง
เริ่มที่ สิงคโปร์ ประเทศนี้มีดีที่ภาษีต่ำ โปร่งใส และเต็มไปด้วยบรรยากาศของผู้ประกอบการที่เหมาะแก่การทำธุรกิจที่นี่ กระบวนการขอตั้งสตาร์ทอัพสามารถยื่นขอได้ผ่านทางออนไลน์ เพียงแต่ต้องมีพาร์ตเนอร์ท้องถิ่นด้วย โดยมีค่าจดทะเบียน 300 เหรียญสิงคโปร์ โดยกำหนดทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 1 เหรียญสิงคโปร์ สำหรับผู้ประกอบการต่างชาติที่ไม่มีถิ่นพำนักในสิงคโปร์ ต้องตั้งผู้อำนวยการที่เป็นคนท้องถิ่น ส่วนการจะได้วีซ่าผู้ประกอบการต่างชาติอายุ 1 ปี จำเป็นต้องมีเงินฝากในธนาคารท้องถิ่นอย่างน้อย 5 หมื่นเหรียญสหรัฐ พร้อมทั้งต้องถือหุ้นในบริษัทที่ตั้งขึ้นอย่างน้อย 30% และสำหรับการจะจ้างพนักงานต่างชาติประเภทที่มีทักษะฝีมือนั้น ที่นี่เขามีโควตาให้จำกัดในแต่ละอุตสาหกรรมด้วย
มาดูที่ ไต้หวัน กันบ้าง แม้ที่นี่จะไม่ค่อยมีวัฒนธรรมของผู้ประกอบการอิสระมากเท่าไรนัก แต่จุดเด่นก็คือ ที่นี่มีวิศวกรเก่งๆ อยู่เป็นจำนวนมาก และในด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีก็เทียบเท่ากับญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เลยทีเดียว ภายใต้ต้นทุนที่ถูกกว่า แต่ขณะเดียวกันภาษาจีนก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับที่นี่เหมือนกัน
การตั้งสตาร์ทอัพที่นี่มีค่าธรรมเนียมเริ่มต้น 450 เหรียญไต้หวัน บวกกับอีก 0.25% ของทุนจดทะเบียน รวมแล้วขั้นต่ำก็ราว 1,000 เหรียญไต้หวัน แม้ว่าจะกำหนดทุนจดทะเบียนขั้นต่ำเพียง 1 เหรียญไต้หวัน แต่การจะได้ใบอนุญาตทำงานและบัตรคนต่างด้าวที่นี่ก็มีค่าใช้จ่ายถึงปีละ 3 ล้านเหรียญไต้หวันเลยทีเดียว แนะนำว่าจะมาตั้งบริษัทที่นี่ควรจบระดับปริญญาตรีเป็นอย่างน้อย จะได้ไม่ต้องยื่นประสบการณ์การทำงาน
ปิดท้ายกันที่ อินโดนีเซีย ที่นี่มีดีตรงที่เป็นตลาดใหญ่ ประชากรมากถึง 250 ล้านคน ถ้ามาถูกทางก็ได้วอลุ่มมหาศาลไป แต่ปัญหาอย่างที่รู้กันดีก็คือ แดนอิเหนายังมีปัญหาการคอร์รัปชั่นอยู่มาก และที่สำคัญก็คือ ไม่เป็นมิตรกับผู้ประกอบการต่างชาติรายเล็กๆ เท่าไรนัก การทำเรื่องตั้งธุรกิจที่นี่อาจใช้เวลานานถึง 10 สัปดาห์ ต้องมีเงินลงทุน 1 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นเวลา 3 ปี และทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 25%
ถ้าใครมีของดี ไอเดียเด่น นวัตกรรมเจ๋ง อยากลองต่อยอดไปต่างประเทศ ก็ศึกษาข้อมูลให้ดี ดูแนวทางเรื่องเงินให้พร้อม แล้วออกไปลุยเลยค่ะ







