
หวั่น ‘ไมซ์’ ถูกชิงตลาด ศูนย์ฯสิริกิติ์เร่งปรับรับต่างชาติ
ธุรกิจการประชุม สัมมนา นิทรรศการ และการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล (ไมซ์)
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
ธุรกิจการประชุม สัมมนา นิทรรศการ และการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล (ไมซ์) เป็นกลุ่มสำคัญที่สร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยวเข้าประเทศ เพราะกลุ่มที่เข้ามาเป็นนักธุรกิจซึ่งนอกจากมาเพื่อธุรกิจแล้วก็ยังใช้โอกาสนี้เที่ยวด้วย ซึ่งจากการที่ไทยมีความโดดเด่นด้านแหล่งท่องเที่ยวที่ต่างชาตินิยมอยู่แล้วและการเดินทางสะดวก ทำให้ไทยเป็นจุดหมายดึงดูดงานไมซ์ได้ไม่ยาก โดยเฉพาะถ้าภาครัฐสนับสนุนอย่างเต็มกำลัง
ศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท เอ็น.ซี.ซี. เปิดเผยว่า ไทยเป็นจุดหมายไมซ์ในอาเซียนเป็นรองแค่สิงคโปร์เท่านั้น แต่คู่แข่งรายสำคัญต้องจับตาคือ มาเลเซีย ซึ่งกำลังจะมีศูนย์ประชุมใหม่และรัฐบาลส่งเสริมและอินโดนีเซียที่เตรียมเปิดศูนย์ประชุมใหม่ที่ดึงบริษัทจากเยอรมนีมาบริหาร รวมทั้งมีประชากรมากกว่า 100 ล้านคนเป็นจุดขาย หากไทยต้องการรักษาอันดับไม่ให้คู่แข่งใหม่แซงหรือแซงหน้าไปอยู่อันดับ 1 ภาครัฐต้องมีนโยบายสนับสนุน เช่น การทำภาษีพิเศษสำหรับต่างชาติที่มาจัดงานในไทย เพราะเรื่องนี้ยังเป็นกำแพงสำคัญที่ไม่เอื้อต่อไมซ์
“จุดยุทธศาสตร์ของไทยได้เปรียบอยู่แล้ว แต่ลูกค้าไม่ได้ต้องการแค่ทำเลดีอย่างเดียว รัฐต้องส่งเสริมด้วย ถ้ามีสิทธิพิเศษภาษีอำนวยความสะดวกไมซ์ มีระบบโครงสร้างพื้นฐานดีขึ้น ไทยคงเป็นอันดับ 1 ด้านไมซ์ในอาเซียนได้แน่นอน” ศักดิ์ชัย กล่าว
สำหรับ เอ็น.ซี.ซี. มีบริษัทในกลุ่ม 4 บริษัท คือ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ บริหารศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ปีที่ผ่านมามีสัดส่วนรายได้ 50% ของรายได้ทั้งหมด บริษัท เอฟ แอนด์ บี อินเตอร์เนชั่นแนล ให้บริการด้านอาหารและเครื่องดื่มสำหรับจัดเลี้ยง สัดส่วนรายได้ 14% บริษัท เอ็น.ซี.ซี. อิมเมจ ให้บริการการติดตั้งอุปกรณ์ออกบูธทั่วไปและการออกแบบบูธแบบพิเศษ สัดส่วนรายได้ 20% และบริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ เป็นผู้จัดงานและรับบริหารงานไมซ์
ปีนี้บริษัทใช้งบลงทุน 230 ล้านบาท โดย 50 ล้านบาท บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ ใช้ปรับปรุงการตกแต่งภายในศูนย์ฯ สิริกิติ์ให้มีภาพลักษณ์ทันสมัยขึ้น พร้อมสร้างเดอะ สเตชั่น คาเฟ่ แอนด์ มีล พื้นที่ติดสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินเป็นร้านขายอาหารนานาชาติตามสั่งที่เหมาะกับคนเมืองที่ต้องการความเร่งด่วน ตอบสนองผู้เข้าชมงาน ผู้จัดงาน และเป็นจุดนัดพบของนักปั่นจักรยาน โดยการปรับปรุงทั้งหมดจะเสร็จพร้อมเปิดเดือน ต.ค.นี้ ทันงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ
ขณะที่งบอีก 150 ล้านบาท บริษัท เอ็น.ซี.ซี. อิมเมจ ลงทุนโรงงานแห่งใหม่ที่บางนา เป็นโรงงานผลิตและออกแบบบูธลักษณะพิเศษ พร้อมบริการต้นปีหน้า ทำให้บริษัทออกแบบผลิตบูธได้เพียงพอความต้องการตลาดมากขึ้น ทั้งการจัดงานไมซ์ในประเทศและคนไทยที่ไปจัดงานในต่างประเทศ และอีก 30 ล้านบาท บริษัท เอฟ แอนด์ บี อินเตอร์เนชั่นแนล ใช้ปรับปรุงพื้นที่ร้านอาหารด้านล่างศูนย์ฯ สิริกิติ์ พร้อมจัดทำฟู้ดทรักรถขายอาหารและเครื่องดื่ม สำหรับให้บริการช่วงที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์มีงาน และไปให้บริการในสถานที่อื่น
ศักดิ์ชัย กล่าวว่า ยังไม่มีแผนสร้างโรงแรมในพื้นที่เร็วๆ นี้ เนื่องจากต้องการเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านศูนย์ประชุมมากกว่า ประกอบกับยังไม่มีความจำเป็นเนื่องจากรอบศูนย์ฯ สิริกิติ์มีโรงแรมมากแล้วตั้งแต่ 2-5 ดาว โรงแรมล่าสุดที่จะเปิดอยู่ในโครงการเอฟ วาย ไอ เซ็นเตอร์ ฝั่งตรงข้ามศูนย์ฯ สิริกิติ์เป็นระดับ 4 ดาว มี 300 ห้อง ซึ่งการมีโรงแรมอยู่จำนวนมากโดยรอบก็เป็นผลดีเป็นจุดขายหนึ่งที่ทำให้ศูนย์ฯ สิริกิติ์มีสิ่งอำนวยความสะดวกตอบโจทย์มากขึ้น โดยเฉพาะการดึงงานระดับนานาชาติมาจัด
ด้านภาพรวมการใช้พื้นที่ศูนย์ฯ ปีนี้คาดว่าอยู่ที่ 68-70% ทำให้รายได้ลดลง 20% จากปีก่อน ที่มียอดใช้พื้นที่ปกติ 70-80% สาเหตุจากช่วงครึ่งปีแรกงานราชการหายไปมาก ขณะที่งานของกลุ่มสภาธุรกิจ หอการค้าต่างๆ จัดโดยเน้นกลุ่มเป้าหมายเฉพาะขนาดเล็กลง ส่วนปีหน้าตั้งเป้าการใช้พื้นที่ศูนย์ฯ 80% เนื่องจาก ครม.ชุดใหม่เข้ามา น่าจะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาสแรกปีหน้า
ประกอบกับปีหน้าเริ่มเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เต็มรูปแบบ ซึ่งบริษัทร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) ทำตลาดไมซ์ต่อเนื่องน่าจะมีลูกค้านานาชาติมามากขึ้น ในฐานะที่ไทยเป็นศูนย์กลางอาเซียน ปัจจุบันศูนย์ฯ สิริกิติ์ มีงานนานาชาติที่ยืนยันจัดแล้ว 9 งาน ส่วนใหญ่เป็นงานประชุมการแพทย์
ศักดิ์ชัย กล่าวอีกว่า แม้จะมีศูนย์ประชุมเก่ากำลังขยายพื้นที่และมีศูนย์ใหม่ๆ กำลังก่อสร้างก็ไม่กังวล จะเน้นพัฒนาศูนย์ฯ สิริกิติ์ให้มีคุณภาพและมาตรฐานมากขึ้น พร้อมชูจุดขายบริการครบวงจรและทีมงานที่ชำนาญ
หากรัฐหนุนไมซ์ศูนย์ประชุมในไทยคงไม่ต้องเหนื่อยแข่งกันเอง แต่ร่วมกันไปแข่งกับต่างประเทศแทน







