
นักรบเศรษฐกิจ
โดย...ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์
โดย...ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์
ฟังแนวคิดของทีมเศรษฐกิจใหม่ของรัฐบาล ผมเห็นว่ามีความน่าสนใจในหลายเรื่อง แต่ที่เป็นเรื่องสำคัญที่สุด คือ มีการพูดถึงเรื่องการสร้าง “นักรบเศรษฐกิจ” เพื่อออกไปแข่งขันในระดับโลก ต้องการจะสร้าง SME ที่เป็นบริษัทขนาดย่อม แต่มีศักยภาพสูง มีความคิดสร้างสรรค์ และมีเทคโนโลยีที่ล้ำกว่าคนอื่น จนสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้
นักรบเศรษฐกิจที่ว่านี้ เกิดขึ้นมาแล้วในหลายประเทศชั้นนำทั่วโลก แต่ที่มีมากที่สุดก็ในสหรัฐอเมริกา มีหลายพื้นที่ที่เป็นแหล่งรวมพล ที่มีชื่อเสียงมากก็คือ ซิลิคอน วัลเลย์ (Silicon Valley) เป็นเมืองที่มีบริษัทเล็กๆ หลายพันแห่ง มีพนักงานเพียงไม่กี่คน ทำเรื่องไฮเทคเฉพาะทาง เช่น โปรแกรมคอมพิวเตอร์ทางการเงิน ระบบความปลอดภัย อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใช้งานเฉพาะอย่าง
บริษัทเหล่านี้จิ๋วแต่แจ๋ว คนน้อย แต่เป็นคนเก่ง กล้าคิด กล้าทำ จนสำเร็จ สร้างรายได้มหาศาลเข้าประเทศ
เหล่านักรบเศรษฐกิจแห่งซิลิคอน วัลเลย์นี้ เกิดเมื่อประมาณปี ค.ศ. 1940-1950 โดย ศ.เฟรเดริก เทอร์แมน คณบดีของคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด มหาวิทยาลัยชื่อดังในรัฐแคลิฟอร์เนีย มีแนวความคิดให้ลูกศิษย์วิศวะที่เก่งกาจ ออกมาตั้งบริษัทของตนเอง เพื่อต่อยอดผลงานวิจัยที่ทำในห้องแล็บ โดยใช้พื้นที่บริเวณรอบมหาวิทยาลัยตั้งเป็นบริษัทเล็กๆ จนเป็นที่มาของคำว่า Startup Company หรือบริษัทที่เพิ่งจะเริ่มต้น โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยี
ในระยะแรก บริษัทในซิลิคอน วัลเลย์ ยังคงได้รับการบ่มเพาะจากมหาวิทยาลัย โดยสนับสนุนส่งเสริมทางด้านทรัพยากรการวิจัยและแหล่งเงินทุนเริ่มต้น หรือ Venture Capital (VC) ดังนั้นด้วยความรู้ด้านการวิจัย ผนวกกับเงินทุนบุกเบิกเริ่มต้น บริษัทเล็กๆ ของนักศึกษาเหล่านี้จึงได้มีลมหายใจ สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ต้นแบบออกมาขาย ต่อมาก็พัฒนามาเป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก เช่น Hewlett-Packard และ Yahoo หรือแม้แต่ Google ก็ล้วนเป็นผลผลิตของสแตนฟอร์ด
จากนักรบตัวเล็กๆ ออฟฟิศเล็กๆ เงินน้อยๆ ได้กลายเป็นกองทัพเศรษฐกิจมหึมา ควบคุมทิศทางเทคโนโลยีและเศรษฐกิจของโลกในปัจจุบัน
ผู้ก่อตั้งบริษัทหลายคนเป็นนักศึกษาต่างชาติ รวมทั้งนักศึกษาไทย ก็เป็นหนึ่งในนักรบเศรษฐกิจที่ไปสร้างชื่อในซิลิคอน วัลเลย์ เพราะคนไทยเรียนเก่ง มีความรู้ด้านไฮเทค ไม่แพ้ชาติใดในโลก จึงเป็นที่ยอมรับในอเมริกา แต่เมื่อกลับมาทำงานเมืองไทย กลับดับสนิท ไม่เกิด ไม่เจิดจรัสเหมือนที่พวกเขาเคยเรียนหรือทำงานในอเมริกา
ผมถือว่าไทยสูญเสียทรัพยากรและโอกาสอย่างไม่น่าอภัยตัวเอง ที่ปล่อยให้นักรบยอดฝีมือไม่มีโอกาสได้ออกรบเลย
ถึงเวลาแล้วที่เราต้องกลับมาผลักดัน สร้างคนไปสร้างนวัตกรรมแข่งขันกับคนอื่นเสียที รัฐบาลจะต้องส่งเสริม สนับสนุน และลงทุนกับมหาวิทยาลัยให้มากขึ้นเป็นทวีคูณ สิงคโปร์ให้มหาวิทยาลัยเป็นศูนย์บ่มเพาะอุตสาหกรรมไฮเทค หากมีบริษัทใดร่วมลงทุนในงานวิจัยกับมหาวิทยาลัย รัฐจะเพิ่มให้อีก 3 เท่า ผ่านกองทุนวิจัยแห่งชาติ สร้างแรงดึงดูดมหาศาลในการสร้างนวัตกรรม จนเกิดบริษัทชั้นนำ เช่น TreeBox ที่ทำเรื่องระบบโทรศัพท์มือถือ
การสร้างกองทุนแบบ Venture Capital ดังเช่นอเมริกาและสิงคโปร์ จึงเป็นเรื่องที่ต้องลงทุนแบบหวังผล ไม่ใช่ทำแบบขอไปที และต้องสร้างแรงดึงดูดกับนักวิจัยไทย โดยให้มีรายได้สูง ทำให้คนเก่งรุ่นใหม่ไม่ทิ้งอาชีพทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม สร้างเศรษฐกิจไทยให้ก้าวขึ้นเป็นประเทศโลกที่หนึ่ง
นักรบเศรษฐกิจไทยที่เป็น SME รุ่นใหม่ ไฮเทค จึงเป็นไปได้ หากรัฐบาลจะทุ่มเทสร้างขึ้นมา







