
ฮาลาลอีกรอบ?
ผมเขียนถึงตลาดฮาลาลมา 2 ตอน ปรากฏว่ามีผู้อ่านโทรศัพท์มาพูดคุยในเรื่องนี้มากมาย
ผมเขียนถึงตลาดฮาลาลมา 2 ตอน ปรากฏว่ามีผู้อ่านโทรศัพท์มาพูดคุยในเรื่องนี้มากมาย
ทุกคนพูดในเรื่องเดียวกัน คือ การเข้าสู่ตลาดเหล่านี้ถือว่ายากมาก เพราะมาตรฐานในการพิจารณามาตรฐานสินค้าฮาลาลแตกต่างกัน จึงขอให้ผมส่งผ่านปัญหานี้ไปยังหน่วยงานรัฐให้ช่วยแก้ไข โดยเฉพาะสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย
นอกจากนี้ ยังต้องการรู้ว่ากลุ่มประเทศมุสลิมนั้นอะไรเป็นสินค้าพระเอกที่เราจะเข้าไป
ผมได้สอบถามข้อมูลจากผู้รู้ในหลายที่ ทั้งสถาบันมาตรฐานอาหารฮาลาล กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ พบว่าผลิตภัณฑ์ฮาลาลครอบคลุมสินค้าหลากชนิด ในหมวดอาหาร บริการ และอุตสาหกรรมข้าวของเครื่องใช้ เครื่องสำอาง เครื่องดื่ม ซอสปรุงรส น้ำผลไม้ เสื้อผ้า รวมจนถึงภาคบริการ เช่น ธนาคาร โรงแรม โรงพยาบาล
ผู้รู้ให้ข้อมูลกับผมว่า ปัจจุบันตลาดสินค้าฮาลาลนั้นมี 2 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นประเทศมุสลิม กลุ่มที่สองไม่ใช่ประเทศมุสลิม แต่มีความต้องการสูง
กลุ่มประเทศมุสลิมเป้าหมายที่เรามีโอกาสขยายตลาดไป ได้แก่ บาห์เรน จอร์แดน โอมาน อียิปต์ คูเวต กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซีเรีย เลบานอน อิรัก อิหร่าน ซาอุดิอาระเบีย เยเมน แอลจีเรีย โมร็อกโก ตูนิเซีย ตุรกี ในเอเชียก็มีอินโดนีเซีย มาเลเซีย ปากีสถาน
อินโดนีเซียนั้นเป็นประเทศที่มีประชากรมุสลิมมากที่สุดในโลก สินค้าที่เป็นที่ต้องการ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์โกโก้ อาหารแช่แข็ง คุกกี้ ลูกกวาด อาหารทานเล่น เนยเทียม น้ำมันประกอบอาหาร และเครื่องดื่ม เสื้อผ้า อาหารแช่แข็ง
มาเลเซียก็เป็นตลาดที่สำคัญอีกแห่ง มีมุสลิมมากกว่า 60% และนิยมสินค้าฮาลาลของไทยมาก เนื่องจากอาหารไทยคล้ายอาหารพื้นเมืองของมาเลเซียและมีวัฒนธรรมการบริโภคที่คล้ายกัน ทั้งอาหารคาว หวาน
ที่สำคัญ สินค้าอาหารไทยได้ประโยชน์จากภาษีนำเข้าที่มาเลเซียเรียกเก็บจากไทยภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน หลังจากนี้ไปสินค้าส่วนใหญ่จะมีการเรียกเก็บภาษีกันในอัตรา 0%
นี่จึงเป็นโอกาสที่สำคัญของไทยในการขยายตลาดสินค้าอาหารไทยในมาเลเซียที่มีอาหารไม่พอ...







