
เงินบาทอ่อนค่านำสกุลเงินเอเชีย หลัง ธปท.ปรับกฎเอื้อลงทุนต่างประเทศ
โดย...ณัฏฐริยา วิทยธนเศรษฐ์
โดย...ณัฏฐริยา วิทยธนเศรษฐ์
สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 35.80-36.10 ในสัปดาห์นี้ โดยเป็นการอ่อนค่าลงต่อจากสัปดาห์ก่อน หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกผ่อนคลายเกณฑ์ให้คนไทยสามารถออกไปลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศได้ในปริมาณมากขึ้น โดยนักลงทุนบุคคลที่มีสภาพคล่องมากกว่า 100 ล้านบาท และนิติบุคคลที่มีสินทรัพย์ 1,000-5,000 ล้านบาท สามารถออกไปลงทุนโดยตรงในหลักทรัพย์ต่างประเทศได้ในปีหน้าเป็นต้นไป
ถึงแม้ว่ามาตรการดังกล่าวยังไม่มีผลบังคับใช้ แต่การที่ ธปท.หันมาเน้นการเปิดให้เงินทุนไหลออกได้มากขึ้น ทำให้กองทุนต่างชาติมองว่า ธปท.ต้องการให้เงินบาทอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่า จึงเข้ามาทำสัญญาซื้อเงินดอลลาร์และขายเงินบาทมากขึ้น ส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่าลงอย่างรุนแรงมาที่ 35.91 หลังการประกาศมาตรการดังกล่าวในวันศุกร์ก่อนจะปิดตลาดที่ 35.87
เงินบาทมีแนวโน้มจะอ่อนค่าต่อเนื่องในสัปดาห์นี้ เนื่องจากจะมีการเผยแพร่ตัวเลขภาคการผลิตและการจ้างงานของสหรัฐ ตลอดสัปดาห์ ซึ่งเรามองว่าตัวเลขของสหรัฐจะออกมาดีและหนุนให้นักลงทุนกลับมามองว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี ในเดือน ก.ย.นี้ ซึ่งขณะนี้นักลงทุนในตลาดฟิวเจอร์สของสหรัฐมองว่ามีโอกาสเพียงแค่ 30% เท่านั้นที่เฟดจะเลือกขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ย.
ดังนั้น หากตัวเลขออกมาดีกว่าคาดจะทำให้มีการปรับมุมมองครั้งใหญ่อีกครั้งและส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ปัจจัยที่จะมีผลต่อค่าเงินในสัปดาห์นี้ ได้แก่ รายงานเศรษฐกิจรายเดือนจาก ธปท.อัตราเงินเฟ้อของยูโรโซน ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของจีน ตัวเลขภาคการผลิตและการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ
ขณะที่การเทขายสินทรัพย์เสี่ยงจากสถานการณ์ของจีน ทำให้อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรของประเทศไทยและประเทศในภูมิภาคก็ปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยต่างชาติขายสุทธิพันธบัตรรัฐบาลเป็นจำนวนกว่าหมื่นล้านบาท ภายใน 2 วันทำการ แต่เมื่อทางการจีนประกาศลดอัตราดอกเบี้ยลง ประกอบกับตัวเลขทางเศรษฐกิจของสหรัฐที่ออกมาค่อนข้างดี จึงช่วยชะลอความกังวลของตลาด ทำให้นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิพันธบัตรรัฐบาลไทยเล็กน้อยในวันศุกร์







